ทษช.สู้!ยันไม่กดดันศาล


เพิ่มเพื่อน    

    "ทษช." ประชุมยกร่างคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหายุบพรรค "ปรีชาพล" ลั่นไม่มีเกมใต้ดินกดดันศาล "เรืองไกร-เสรีฯ" บุก กกต.ตามจี้ฟันพรรคพลังประชารัฐด้วย "บิ๊กตู่" ยันลงพื้นที่ทำหน้าที่นายกฯ ไม่ใช่หาเสียง "ศาล" เผยรับคำร้องคดีเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว 23 คดี พรรคการเมืองเดินหน้าหาเสียงคึกคัก  "พปชร." เปิดแคมเปญ "30 วันคาราวานสร้างชาติ" เพื่อไทย "หญิงหน่อย" ลุยอุบลฯ ชูแก้ราคาเกษตรตกต่ำ
    ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) วันที่ 18 ก.พ. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค อาทิ นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค, นายต้น ณ  ระนอง, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค เดินทางมายังที่ทำการพรรคเพื่อประชุมพิจารณายกร่างคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากรณียุบพรรค 
    ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า หลังจากได้รับคำร้องจากศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 14 ก.พ. พรรคได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหายุบพรรค ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญให้ความเมตตาโดยให้เวลามา 7 วัน ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมาฝ่ายกฎหมายได้เตรียมการยกร่างซึ่งใกล้จะเรียบร้อยแล้ว โดยพยายามจะทำให้ทัน หลังจากนี้จะนำเข้าสู่การหารือและประชุมร่วมกันกับคณะกรรมการบริหารเพื่อหาข้อสรุป เพื่อเป็นคำชี้แจงที่จะยื่นแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ทันตามกรอบเวลา 
    หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติกล่าวว่า ในการเตรียมพยานบุคคลและพยานหลักฐานคงต้องมีทั้ง 2  ส่วน ซึ่งเราได้พูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคชัดเจนว่า การดำเนินการในคดียุบพรรคนั้นเราจะชี้แจง และดำเนินการในชั้นศาลเท่านั้น 
    "จะไม่มีการนำเรื่องของการยุบพรรคมาพูดข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการใต้ดินหรือบนดินก็ตามที่กดดันศาล พวกเราตรงไปตรงมา สิ่งที่เราทำก็ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความตั้งใจที่ดี ดังนั้นเราพร้อมและน้อมรับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พวกเราคุยกันชัดเจนเราห่วงภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น เพราะหลายฝ่ายอาจจะมีทั้งที่หวังดีและหวังไม่ดี เกรงว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ ดังนั้นจุดยืนของพรรคไทยรักษาชาติเราย้ำจะดำเนินการในระบบเท่านั้น ไม่มีนอกระบบโดยเด็ดขาด" หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติกล่าว
    ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เดินทางไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ  (พปชร.) จาก 3 ประเด็นที่ได้ยื่นมาก่อนหน้านี้ โดย กกต.ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับที่ยื่นยุบพรรค ทษช. 
    "ผมได้เห็นคำร้องยุบพรรค ทษช.ที่ กกต.ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว อ้างเหตุย้อนแย้งกันเอง โดย กกต.อ้างเพียงว่า กกต.ไม่รับพิจารณาแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ทษช. แต่กลับใช้กฎหมาย พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 ว่า ทษช.กระทำการเป็นปฏิปักษ์ ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค แต่ขณะเดียวกันกลับใช้มาตรา 14 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งรับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค แต่เรื่องที่ผมให้สอบ พปชร. 3 เรื่องล้วนแล้วแต่เป็นความผิดที่เข้าข่ายยุบพรรคชัดเจนยิ่งกว่า" นายเรืองไกรกล่าว
ตามบี้ กกต.ยุบ 'พปชร.'
    สมาชิกพรรค ทษช.ผู้นี้ระบุว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. เข้าข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ พปชร.กลับเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตของพรรค เท่ากับกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ส่วนนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรคก่อนเป็นสมาชิก ถือว่าเป็นบุคคลภายนอกตามมาตรา 28 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองที่เข้าข่ายครอบงำพรรค ผิดมาตรา 92 วรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้ถูกยุบพรรค เช่นเดียวกับกรณีโต๊ะจีนถือว่าเข้าข่ายเป็นการแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปันกัน เข้าข่ายขัดหลักการจัดตั้งพรรคการเมือง มาตรา 20 (2) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคตามมาตรา 92 (3) เช่นกัน
    "ผมเห็นคำร้องยุบพรรค ทษช.แล้วไม่ห่วงความเป็นบัญชีรายชื่อของตัวเอง และไม่ห่วงว่าพรรคจะถูกยุบ โดยเห็นขั้นตอนการเสนอเรื่องของ กกต.แล้วไม่มีการสืบสวน หรือให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรวบรวมพยานหลักฐานเสนอความเห็นให้ กกต.ลงมติ เมื่อเป็นการข้ามขั้นตอน ผมจึงไปศึกษาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งศาลยกเรื่องขั้นตอนที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไม่มีการรวบรวมพยานหลักฐานมาเป็นสาระสำคัญในการยกคำร้องมาแล้ว แต่ในคำร้องของผมในวันนี้ ขอให้ กกต.อย่าทำข้ามขั้นตอน เพราะต้องการให้การเสนอยุบพรรค พปชร.เกิดความสมบูรณ์" สมาชิกพรรค ทษช.ผู้นี้ระบุ
    เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก็เดินทางมายื่นหนังสือต่อ  กกต.ขอให้ยุบพรรค พปชร. โดยให้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับการยุบพรรค ทษช. โดยระหว่างการเข้ายื่นครั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้เจอกับนายเรืองไกรและสวัสดีทักทายกันด้วย
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า กกต.ใช้เวลาเพียง 4-5 วันก็สามารถเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค พปชร.ได้ การเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช.เป็นแคนดิเดตนายกฯ เข้าข่ายความผิดเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 (2) เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 ถือเป็นกบฏ ถ้าไม่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษต้องได้รับโทษจำคุกหรืออาจถูกประหารชีวิตไปแล้ว อีกทั้งเข้าข่ายเป็นผู้ไม่เลื่อมใสต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แล้วพรรค พปชร.ก็ยังมาเสนอชื่อให้มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ 
    "กรณีของพรรคไทยรักษาชาติ 3 วันทำเสร็จ ถ้าผมยื่นจะทำหรือไม่ ข้อหาเดียวกันด้วย ถ้าไม่ทำก็จะดำเนินคดี กกต.ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในมาตรา 157" หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยระบุ
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายยื่นเรื่องให้ยุบพรรค พปชร.เนื่องจากเสนอชื่อตนเองเป็นแคนดิเดตนายกฯ อาจเข้าข่ายอำนาจทับซ้อน เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยว่า ข้อเสนอยุบพรรคเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ กกต.ทำวันนี้ตนก็สอบถามแล้วว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งเขาก็สอบถาม กกต.มาแล้ว ถ้ากฎหมายทำได้ก็ทำไป
มั่นใจไม่ได้ทำผิด กม.
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจราชการมีประชาชน กองเชียร์มามอบดอกไม้ ถ่ายรูป ชูป้าย ในความคิดของตนไม่เห็นเกี่ยวข้องกับการเมืองตรงไหน เพราะเขามาให้กำลังใจนายกฯ ไม่เกี่ยวกับใคร พวกหาเสียงก็ไปหาเสียงของเขาไปคนละเรื่อง อย่าเอามาพันกัน การจะพูดให้เสียหายพูดได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว ตอนนี้ตนยังทำงานอยู่ การที่ลงพื้นที่แล้วประชาชนตอบรับการทำงานก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร อย่าไปโยงเป็นการเมืองทั้งหมด
    "วันนี้ผมรู้สึกว่าเราต้องทำต่อหรือเปล่าในเมื่อมีคนสนับสนุนให้ผมได้ทำต่อ ก็ต้องขอบคุณเขา อะไรที่ผมจะทำให้ได้ ช่วยได้เพื่อประเทศของผม ของพวกเรา ผมก็ทำ ถ้ามันเป็นไปได้ อยู่ที่ว่าประชาชนจะเลือกเท่าไหร่อย่างไร เป็นเรื่องของประชาชน ผมคาดหวังแต่เพียงว่าก่อนการเลือกตั้งบ้านเมืองต้องสงบเรียบร้อย วันนี้ยังไม่ใกล้เลือกตั้งเลยก็มีการหาเสียงรุมด่ารัฐบาล ด่าผม เล่นงานผมกันเกือบทุกพรรคเลย  ผมถามว่ามันใช่ไหมเนี่ย ผมต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง แสดงว่าคนเหล่านี้ไม่ต้องการให้สงบหรืออย่างไร ผมไม่รู้ และหลังการเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้นอีก ก็ต้องคาดการณ์ตรงนู้น ถ้าเราทำวันนี้ให้ปลอดภัยสงบเรียบร้อยไม่ได้ วันหน้ามันก็เกิดขึ้นอีก มันก็เกิดขึ้นอย่างที่เคยเกิดมา" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ กล่าวว่า ก่อนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง ความมีเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างที่บอก ต่างประเทศเขายอมรับ แต่เขามองว่าตนมาอย่างนี้ เขาก็มีความรู้สึกว่ามาอีกทางตามรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ผ่านการเลือกตั้ง ตามกฎหมาย ตนก็มาตามนั้น ถ้ามันได้ก็คือได้ ไม่ได้ก็คือจบแค่นั้น 
    ถามถึงกรณีหลายพรรคการเมืองมีนโยบายงบประมาณที่ต่างจากปัจจุบัน นายกฯ กล่าวว่า ถึงเวลาเขาหาเสียงมาแล้ว สมมติว่าได้เข้ามาก็มีปัญหาในการใช้จ่ายงบประมาณข้างใน ต้องมาผ่านกฎหมาย พ.ร.บ.การเงินการคลัง ผ่านเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณ ทำได้ไม่ได้แค่ไหนก็ต้องมาดีเบตกันอยู่ใน ครม.ในสภา ไม่ได้ให้ทั้งหมด ถ้ารวมแล้วเงินมหาศาลจะเอาเงินจากที่ไหน เราก็ยังหาเงินได้เท่านี้ เข้าใจหรือยัง
    "ฝากพี่น้องประชาชนช่วยคิดด้วย โอเคทุกพรรคอาจจะมีความหวังดี แต่ความจะเป็นไปได้หรือไม่ได้อยู่ที่ ครม.อยู่ที่สภาเป็นผู้อนุมัติแผนงานโครงการดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งตรงนี้เราได้ทำยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทไปแล้ว ต้องอยู่ในกรอบทั้งหมด ไม่เกินวงเงินงบประมาณที่เรามีอยู่ ไม่เสียเรื่องระบบการเงินการคลัง" นายกฯ กล่าว
    ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการพิจารณาคดีเลือกตั้ง ส.ส.ภายหลัง กกต.ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า จากข้อมูลมีคดีที่ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 16 ก.พ.จำนวน 7 เรื่อง วันที่ 17 ก.พ.จำนวน 16 เรื่อง 2 วันรวมกันมี 23 เรื่อง ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
    "คดีส่วนใหญ่ที่มีการร้องเข้ามาทั้ง 2 วันแรก เป็นคดียื่นคำร้องกรณีพรรคที่ผู้ร้องเป็นสมาชิกไม่ดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดตามมาตรา 145 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ส่วนที่เหลือก็จะเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกพรรคเดียวน้อยกว่า 90 วัน  (ลาออกจากพรรคเดิมแล้วมาเป็นสมาชิกพรรคใหม่), ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเลย และเป็นสมาชิกพรรคมากกว่า 1 พรรคการเมือง" โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว
    ส่วนความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองต่างๆ ในการหาเสียงเลือกตั้งนั้น ที่พรรคพลังประชารัฐ  นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเกี่ยวกับการเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งระหว่างวันที่ 21 ก.พ.- 22 มี.ค.ว่า พรรคจะเปิดแคมเปญ "30 วันคาราวานสร้างชาติกับพลังประชารัฐ" จะมีทีมผู้บริหารระดับสูงของพรรคเดินทางไปช่วยผู้สมัครหาเสียงในภาคต่างๆ  ของประเทศไทยในลักษณะคาราวาน
คึกคักเดินสายหาเสียง
    "จะเริ่มที่ จ.ชัยนาท ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ โดยจะพูดเรื่องข้าวเป็นหลัก ส่วนวันที่ 24 ก.พ.ที่ จ.สมุทรปราการ จากนั้นจะไปตามภาคต่างๆ รวมถึง กทม. ในลักษณะสัญจรตามภูมิภาคแบบต่อเนื่อง  บางที่ก็จะไป 4-5 วันเพื่อพบประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้บริหารของพรรคได้พบกับประชาชน พร้อมทั้งเสนอนโยบายดีๆ ต่อประชาชน ขอให้ติดตาม ถือเป็นการเดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มที่ เพราะเรามีความพร้อมหมดแล้ว ทั้งผู้สมัคร ส.ส. นโยบายและตัวของนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ เราจึงต้องลงไปสู้พื้นที่ในโค้งสุดท้าย 30 วันจากนี้ไป" นายกอบศักดิ์กล่าว 
     โฆษกพรรค พปชร.ยืนยันว่า แม้จะมีผู้ร้องให้ยุบพรรคก็ไม่ได้มีความกังวล เรามั่นใจทำทุกอย่างตามกฎหมายอย่างถูกต้องแล้ว ไม่ติดใจและไม่กังวลใดๆ เราจะเดินหน้าหาเสียง นำนโยบายไปให้ประชาชน รับฟังปัญหาของเขา และมั่นใจว่าเราจะเป็นพรรคการเมืองที่ตอบโจทย์พี่น้องประชาชน 
    ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้งสุโขทัย เขต 2 ลงพื้นที่พบปะประชาชน อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย 
    นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้เราเน้นการลงพื้นที่พบกับชาวบ้านให้เข้าถึงในทุกพื้นที่ก่อน เราจะได้รับรู้ปัญหาและข้อเสนอต่างๆ เพื่อนำมาปรับเป็นนโยบายในอนาคต ซึ่งเรามีแผนที่จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สุโขทัยในวันที่ 14 มี.ค.นี้ คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาร่วมรับฟังเราอย่างล้นหลามถึงหลักหมื่นคนอย่างแน่นอน
    ที่ จ.อุบลราชธานี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรค ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 อุบลราชธานีหาเสียง โดยได้เน้นย้ำนโยบายพรรคเพื่อไทยทำได้จริง พร้อมกับขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้กลับมาแก้ปัญหาให้คนไทยอีกครั้ง โดยมีประชาชนชาวอำเภอเดชอุดมกว่า 5,000 คนให้ความสนใจรับฟังการนำเสนอนโยบาย
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นความทุกข์ของประชาชน เพราะราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ หากมีโอกาสกลับมาทำงานราคาพืชผลทางการเกษตรจะขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในเวลา 6 เดือน ขณะเดียวกันต้องมีการพักชำระหนี้ในทันที จากนั้นต้องทำให้ราคาดีอย่างยั่งยืน ผ่านกองทุนปรับหน้าดินที่เน้นผลิตสินค้าคุณภาพและมีราคา โดยไม่ต้องผลิตมากเหมือนในอดีตอีกต่อไป
    "บัตรสวัสดิการต่างๆ ที่ประชาชนเคยได้รับ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าหากได้มาเป็นรัฐบาลยังสนับสนุนต่อไป และจะทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
    สำหรับพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กิจกรรมลงพื้นที่ของพรรควันที่ 19-20 ก.พ.นี้ จะลงพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล วันที่ 21 ก.พ.จัดปราศรัยใหญ่ที่สตูล วันที่ 22 ก.พ.นายจตุพรจะไปร่วมดีเบตที่ ม.เชียงใหม่ วันที่ 24 ก.พ.ที่สกลนคร และวันที่ 25 ก.พ.ที่มหาสารคาม.


เนี่ย.......... ด้วยตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล"! ถ้าจะตำหนิ "นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ก็ต้องตำหนิกันในเรื่องนี้แหละ คือเรื่องการใช้มาตรการควบคุมโควิดกับบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศช่วงนี้

'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'