กมธ.รุดถกตัวแทนชาวนา รุมจี้สนช.ชะลอพรบ.ข้าว


เพิ่มเพื่อน    

    “ประยุทธ์” ฮึ่มข่าว พ.ร.บ.ข้าวถูกปั่นสร้างความเกลียดชัง ชี้เป็นกฎหมายของ สนช.มุ่งหวังดูแลเกษตรกรไม่ให้ถูกเอาเปรียบ บี้รัฐมนตรีเร่งแจงข้อเท็จจริงก่อนข่าวถูกกระพือไปไกล กมธ.รุดหารือตัวแทนเกษตรกรร่อนเอกสารแจงยิบ “ชาวนา-เอ็นจีโอ-อัยการ-ปชป.” ประสานเสียงชะลอนำเข้าที่ประชุม 20 ก.พ.นี้ ระบุหากดื้ออาจเห็นม็อบชาวนาลุกฮือ 
    เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพระราชบัญญัติข้าว พ.ศ. ... ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ว่าเป็นกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เสนอมายังรัฐบาล เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งได้พิจารณาส่งกลับไปแล้วและให้ปรับประเด็นต่างๆ ที่มีปัญหา แต่สิ่งที่เอามาเผยแพร่กันเป็นการนำสิ่งที่ไม่ใช่กฎหมายตัวจริงมาเผยแพร่ ทำให้เกิดความเกลียดชังกันทั่วไปหมด ทั้งที่เจตนารมณ์ของ สนช.และรัฐบาลมุ่งหวังดูแลเกษตรกรให้มากขึ้น ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบไม่ว่าใคร ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบกับเกษตรกร ทั้งการเก็บเมล็ดพันธุ์ การแลกเปลี่ยน และการขายเมล็ดพันธุ์  เพียงแต่ดูส่วนภาคเอกชนว่าจะทำอย่างไร
    “ยืนยันรัฐบาลมุ่งหวังที่จะดูแลเกษตรกร แต่จำเป็นต้องมีกระบวนการ โดยที่กติกาต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป ส่วนของ สนช.เองก็ไม่ได้มุ่งหวังเอาเป็นเอาตายกับใคร วัตถุประสงค์สำคัญคือดูแลพี่น้องเกษตรกรไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ เราต้องไว้ใจกันตรงนี้ ถ้าไม่ไว้ใจกันเลยก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง 4-5  ปีที่ผ่านมา ถ้าไม่ออกกฎหมายอะไรก็ทำอะไรกันไม่ได้อีก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวออกโดย สนช. ไม่ใช่ร่างของรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งอธิบดีกรมการข้าวไปเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณากฎหมายในวาระที่ 2 ซึ่งยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอความเห็นใน 2 ประเด็น  คือ 1.ยังไม่ควรกำหนดให้มีการลงทะเบียนผู้ประกอบการค้าพันธุ์ข้าว และ 2.การรับรองพันธุ์ข้าว เพราะเห็นว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวนาในการผสมพันธุ์และขยายพันธุ์ข้าว โดยทราบว่า กมธ.ได้ปรับแก้ถ้อยคำเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้นต้องรอดูอีกครั้ง ขอย้ำอีกครั้งว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ออกโดยกระทรวงเกษตรฯ หรือรัฐบาล แต่ออกโดย สนช. แต่ก็ได้รับฟังเสียงประชาชนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
    ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  ว่า พล.อ.ประยุทธ์ปรารภในที่ประชุม ครม.เน้นย้ำให้รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประเด็นข่าวที่มีการเผยแพร่ทั้งในสื่อหลักและโซเชียลมีเดีย หากพบข้อมูลอะไรที่บิดเบือนให้รีบชี้แจง ไม่ให้กระจายในวงกว้างแล้วต้องมาแก้ไขในภายหลัง และต้องมาถามที่นายกฯ เพียงคนเดียว รวมถึงอยากให้ประชาชนรับฟังการสื่อสารในช่องทางของรัฐบาลจะได้เชื่อมั่นว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เช่นกรณีร่าง พ.ร.บ.ข้าวที่พูดกันออกมาว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบ เรื่องนี้อยากให้ฟัง สนช.ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างดังกล่าว ดีกว่าไปรับฟังข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้อง
     ขณะเดียวกัน คณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวได้เชิญตัวแทนเกษตรกรมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าว ก่อนที่ประชุม สนช.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่  20 ก.พ. โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.กล่าวว่า ข้อวิจารณ์ต่างๆ เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้  สนช.กำลังพิจารณา ส่วนถ้อยคำที่เกิดการตีความคลุมเครือนั้น สนช.จะแก้ไขให้เกิดความชัดเจนต่อไป  และเมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาแล้ว สมาชิก สนช.จะตรวจสอบให้รอบคอบอีกครั้ง โดยเอาความคิดเห็นของเกษตรกรมาเป็นตัวตั้ง เชื่อได้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพราะเป็นครั้งแรกที่เขียนลงลึกไปถึงวิถีชีวิตของชาวนา
      ขณะที่ภาพรวมของการประชุม กลุ่มเกษตรกรได้สลับกันสอบถามถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยกันเอง ว่ากระทำได้หรือไม่โดยไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งคณะ กมธ.ชี้แจงว่าร่างกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ชาวนาที่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้อย่างอิสระ และหลังร่วมประชุมกว่า 2 ชั่วโมง คณะ กมธ.ได้จัดทำเอกสารชี้แจงในสาระสำคัญหลายประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ คือ 1.ประเด็นที่มีการระบุว่าชาวนาต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ หากเก็บเมล็ดพันธุ์เองต้องโทษจำคุกและปรับ 1 แสนบาทนั้น กฎหมายได้เขียนยกเว้นในกรณีชาวที่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้กันเองแล้วอย่างชัดเจน และไม่มีการลงโทษจำคุกหรือปรับใดๆ เว้นแต่ชาวนาไปทำในลักษณะเป็นผู้ประกอบการเพื่อค้ากำไรเสียเอง เช่นนี้ก็ต้องขอรับรองพันธุ์ข้าวก่อนเท่านั้น
     2.ประเด็นที่ว่าร่าง พ.ร.บ.ข้าวจัดทำขึ้นและเสนออย่างเร่งรีบและไม่รอบคอบนั้น ร่างกฎหมายเสนอโดยกลุ่ม สนช.ตั้งแต่ ส.ค.61 แต่เนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินจึงต้องให้รัฐบาลรับรอง ก่อนเสนอกลับมายัง สนช.เมื่อเดือน พ.ย.61 ดังนั้นขั้นตอนการดำเนินการจึงเป็นไปตามกลไกปกติ 3.ประเด็นการกำหนดให้ขึ้นทะเบียนชาวนาทุกคน และให้ผู้ประกอบการโรงสีต้องออกใบรับรองข้าวเปลือกนั้นไม่เป็นความจริง เพราะการขึ้นทะเบียนชาวนาไม่มีการระบุเอาไว้ในกฎหมาย และ 4.ที่มีการรายงานว่ามีการให้อำนาจเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปตรวจสอบโรงสีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เรื่องนี้เข้าใจกันคลาดเคลื่อน เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ มาตรวจใบรับซื้อ แต่เป็นเจ้าพนักงานที่ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐมนตรีตาม พ.ร.บ.ข้าว มีหน้าที่ดูแลกำกับเรื่องเมล็ดพันธุ์พืชเท่านั้น ไม่ใช่การไปตรวจใบรับซื้อ เพราะร่าง พ.ร.บ.ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้าข้าว 
ขณะเดียวกันในหลายพื้นที่ก็มีการแสดงพลังคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ข้าว โดยที่จังหวัดพิจิตร กลุ่มชาวนาจาก 12 อำเภอ กว่า 100 รายได้เข้าพบนายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์  ผู้ว่าฯ จ.พิจิตร เพื่อร้องทุกข์และยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกจาก สนช. โดยนายวรพันธุ์ยืนยันว่าจะรีบส่งหนังสือไปยังนายกฯ และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งชาวนาที่รวมตัวกันระบุว่าจะมาติดตามความคืบหน้าทุกๆ  7 วันหลังจากนี้ แต่ถ้าสิ้นเดือน ก.พ.นี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ก็จะประสานกลุ่มเครือข่ายชาวนาทั่วประเทศเคลื่อนไหวในช่วง มี.ค.นี้
    ที่ห้องประชุมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ (พอช.) ด้านหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น มีเกษตรกรและกลุ่มองค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) มาอ่านแถลงการณ์คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ข้าวเช่นกัน โดยนายชูชาติ ผิวสว่าง ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติอ่านแถลงการณ์ยืนยันว่า ให้  สนช.ยุติการเสนอกฎหมาย และให้ยกเลิก พ.ร.บ.ข้าวฉบับนี้โดยทันที ซึ่งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั้ง 77  จังหวัด และองค์กรภาคีทั่วประเทศจะร่วมกันคัดค้านจนถึงที่สุด
    วันเดียวกัน ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ความจริงเรื่อง พ.ร.บ.ข้าว” โดยได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเป็นข้อๆ ก่อนสรุปว่าบทบัญญัติตามร่าง พ.ร.บ.ข้าวอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตการทำนาปลูกข้าวของชาวนาไทยและการพัฒนาพันธุ์ข้าวในหลายๆ กรณี อีกทั้งยังอาจมีความไม่ชัดเจนของความผิดทางอาญาในกรณีของการขายหรือการจำหน่าย ซึ่งมีประเด็นปัญหาเรื่อง “เพื่อประโยชน์ทางการค้า” จึงควรที่ สนช.จะได้พิจารณาและรับฟังความคิดเห็นจากผู้คนที่เกี่ยวข้องในวงการต่างๆ ให้รอบด้าน 
    “แม้แต่ร่าง พ.ร.บ.ข้าว ที่เสนอโดยสมาชิก สนช. เองก็ยังถูกคณะกรรมาธิการฯ ปรับแก้ไขเพิ่มเติมร่างเป็นจำนวนมากแทบตลอดทั้งร่างในชั่วเวลาแค่เดือนครึ่ง หาก สนช.จะรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ย่อมมีข้อเสนอแนะที่ดีและเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.ข้าวให้มีความถูกต้องเหมาะสมและเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น ดังนั้น ถึงแม้ในขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ จะได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวในวาระ 2 เสร็จสิ้นแล้ว สนช.ก็ยังไม่ควรที่รีบเร่งนำ พ.ร.บ.ข้าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ในวาระ 3 โดยทันที และควรที่จะชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวนี้ไว้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ถี่ถ้วน รอบคอบ และให้ได้ความครบถ้วนเสียก่อน” ดร.ธนกฤตระบุ
    ส่วนนายศุภชัย ศรีหล้า ในฐานะกรรมการนโยบายของพรรค ปชป. แถลงภายหลังนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช.ซึ่งเป็นผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. ...ได้เข้าชี้แจงเนื้อหาสาระของร่างกฎหมายดังกล่าวต่อคณะกรรมการนโยบายของพรรค ว่าพรรคกังวลใจเพราะในร่างไม่ปรากฏว่ามีเนื้อหาสาระใดบ่งบอกว่าจะก่อประโยชน์ให้ชาวนา โดยเฉพาะการทำสหกรณ์ชาวนา, สมาร์ตฟาร์เมอร์ และการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ได้อย่างไร โดยเฉพาะมาตรา 20 ที่กำหนดให้โรงสีข้าว เมื่อรับซื้อพันธุ์ข้าวต้องออกใบรับซื้อข้าวเปลือกและส่งไปยังกรมการข้าว ซึ่งหมายความว่าข้าวที่โรงสีจะรับซื้อต้องได้รับการอนุมัติจากกรมการข้าวเสียก่อน ส่งผลทำให้ระบบการค้าข้าวถูกควบคุมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ข้าว เท่ากับเป็นการควบคุมของระบบพันธุ์ข้าวโดยรวม
    "ถ้าเมื่อใดพันธุ์ข้าวอยู่ในมือของคนไม่กี่กลุ่มในประเทศ เท่ากับพันธุ์ข้าวถูกควบคุมหมดแล้ว คุณทำไปเถอะ ถ้าโรงสีไม่ซื้อก็จบ น่าเป็นห่วงมาก ถ้าเมื่อใดออก พ.ร.บ.ฉบับนี้มา คนที่จะรับรองว่าเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองหรือไม่คือราชการ แต่ชาวนาเข้าไม่ถึง" นายศุภชัยกล่าว
    นายศุภชัยกล่าวอีกว่า ดังนั้นการที่ สนช.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ 2 และ 3 วันที่ 20  ก.พ.นี้ พรรคขอวิงวอนให้ สนช.หยุดเรื่องนี้ไว้ แล้วรอให้มีสภาที่มาจากการเลือกตั้งพิจารณาแทน แต่หาก สนช.ผ่านกฎหมายดังกล่าวจริง และพรรคได้เป็นรัฐบาลจะแก้ไขแน่นอน เพราะร่างดังกล่าวไม่ใช่แค่ไม่ปลดแอก แต่เป็นการเพิ่มโซ่ตรวนให้ชาวนาอีก.


อืมมมม.... ตามมหา'ลัยเมืองไทย ไม่ได้มี "หัวแดง" ในมิติ "สเตร็คฟัสส์" อยู่ที่ ม.ขอนแก่น เท่านั้น อีกเยอะ แต่ยังไม่ถูกขุดจากรูเท่านั้น! เห็นหัวโผล่ขึ้นมาอีกตัว จากแถวๆ ศาลายา เป็นจานรับเชิญนาม "บูคาแนน" กำลังถูกขุด

จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?