ระอุ!ยื่นยุบ12พรรค ‘ส้มบูด’พล่านโต้ประวัติเก๊/‘ทษช.’เดินหน้าหาเสียง


   

  นักกฎหมายชี้เว็บไซต์ อนค.ระบุประวัติ "ธนาธร" คลาดเคลื่อนไม่ถึงขั้นยุบพรรค ระบุต้องดูเจตนา หากจงใจแค่ถูกตัดสิทธิการเมือง "ดร.เจษฎ์" ขอโทษ อนค. ที่ชี้แจงข้อกฎหมายผิดพลาด "ไพร่หมื่นล้าน" ไม่หวั่นลั่นเดินหน้าต่อไป ถือเป็นจุดชี้ขาดระบอบ คสช.จะสืบทอดอำนาจต่อได้หรือไม่ "ปิยบุตร"  จวกรัฐประหารรัฐซ้อนรัฐ เขียนกฎหมายสร้างกับดักเชือดฝ่ายตรงข้าม ด้าน ทษช.ไม่ถอย กางตารางปราศรัยหาเสียงทั่ว ปท. ขณะที่พรรครวมใจไทยยื่น กกต.ยุบ 12 พรรค แฉแก้ไขฐานข้อมูลให้เป็นสมาชิกครบ 90 วันเพื่อลงสมัคร ส.ส.ได้ 

    เมื่อวันศุกร์ มีความเห็นกรณีที่เว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ระบุประวัติการทำงานของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ว่าเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยถึง 2 สมัยติด ระหว่างปี 2551-2555 ซึ่งเป็นข้อความที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก่อนมีการแก้ไขภายหลัง อาจขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 73 (5) กรณีกระทําการเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นโดยหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
    โดยแหล่งข่าวนักวิชาการด้านกฎหมายกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า การจะพิสูจน์กรณีดังกล่าวเป็นความผิดหรือไม่ต้องพิสูจน์เจตนา ซึ่งจะต้องดูในเนื้อหาว่าคนที่นำหรือรวบรวมข้อมูลดังกล่าวลงในเว็บไซต์พรรค เป็นตัวนายธนาธรเองหรือทีมงาน หากเป็นทีมงานเข้าใจผิดจากประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือไม่ นายธนาธรรู้เห็นเรื่องข้อมูลที่ผิดด้วยหรือไม่ และรู้ในวันใด หลังจากที่รู้การกระทำดังกล่าวแล้วนายธนาธรได้ลงมือแก้ไขเลยหรือไม่ ถ้าได้ลงมือแก้ไขเมื่อทราบเรื่องก็แปลว่าไม่มีเจตนา แต่หากมีการพิสูจน์ทราบว่าตัวนายธนาธรทราบเรื่องนานแล้วปล่อยให้ข้อมูลที่ลงไปผิดล่วงเลยมา อันนั้นก็มองได้ว่ามีเจตนา ตรงนี้ขึ้นอยู่การพิสูจน์ ถ้าเรามองด้วยความเป็นกลาง ถ้าตัวนายธนาธรไม่ได้มีเจตนาจะทำให้คนเข้าใจผิดว่าเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็อาจเป็นแค่การตีพิมพ์ผิดธรรมดา
    เมื่อถามว่า ความผิดดังกล่าวจะนำไปสู่การยุบพรรคได้หรือไม่ แหล่งข่าวบอกว่า ไม่น่าจะถึงขั้นนั้น หากพิสูจน์แล้วว่ามีเจตนา ก็อาจเข้าข่ายถูกตัดสิทธิทางการเมือง เพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งเฉพาะตัวบุคคล  เพราะเรื่องการพิมพ์ข้อมูลเป็นแค่งานธุรการ แบบนี้ทางพรรคไม่น่าที่จะรับรู้หรือที่จะต้องใช้มติพรรคในการรับรู้เรื่องข้อมูลตัวบุคคลเป็นคนละกรณีกับพรรคไทยรักษาชาติที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็นเรื่องใหญ่จะต้องใช้มติพรรค
    ถามว่า ข้อมูลดังกล่าวมีโอกาสผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วยหรือไม่ แหล่งข่าวกล่าวว่า เรื่องนี้ใช้หลักการเดียวกัน คือรู้ว่าเป็นเท็จหรือไม่ จะต้องพิสูจน์ทราบมาก่อนว่าผู้นำข้อมูลลงรู้ว่าข้อมูลเป็นเท็จ หากไม่ทราบย่อมขาดเจตนา แล้วก็จะต้องพิสูจน์ในเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้น 
    วันเดียวกัน รศ.ดร.เจษฎ์ โทณวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์เปิดเผยกับรายการ “เป็นเรื่อง เป็นข่าว” ทางสถานีโทรทัศน์ PPTV36 กรณีดังกล่าว โดย น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ขออภัย ยอมรับความผิดพลาดที่ลงประวัติของนายธนาธรผิด แต่เป็นเรื่องผิดพลาดเชิงเทคนิค และผู้ดูแลเว็บไซต์ก็เร่งแก้ไขทันทีภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากได้รับการแจ้ง ไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง และตัวนายธนาธรเองก็ไม่เคยมีการพูดโฆษณาว่าตนเองเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 
"เจษฎ์"ขอโทษ อนค.
    ด้าน รศ.ดร.เจษฎ์ เชื่อว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ดูแลเว็บไซต์ และคุณธนาธรหรือพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงแต่อย่างใด ขอชี้แจงว่าตนได้รับการติดต่อขอสัมภาษณ์ที่มีการจำผิดพลาดสลับกันกับมาตราความผิดในฐานอื่นๆ ใน พ.ร.ป.ที่มีโทษถึงยุบพรรค จึงต้องขอโทษ เนื่องจากการให้ความเห็นทางกฎหมายครั้งนี้ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อพรรคอนาคตใหม่ โดยโทษของการกระทำผิดตามมาตรา 73 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.นั้นคือการปรับ จำคุก หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งผู้กระทำผิดอาจไม่ใช่ตัวคุณธนาธร กรรมการบริหาร หรือพรรคอนาคตใหม่ ถ้าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องด้วย แต่เป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ที่อาจมีความเข้าใจผิด และหากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนา ก็อาจจะไม่ถูกลงโทษก็ได้ ตามหลักการพิจารณากฎหมายอาญา
    น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ขอขอบคุณ รศ.ดร.เจษฎ์ ที่ออกมายอมรับว่าเข้าใจผิด โดยเชื่อว่า รศ.ดร.เจษฎ์ มีความหวังดี 
     ที่ จ.ปทุมธานี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส. เดินหาเสียง บริเวณรังสิต ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณลานข้างห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต โดยนายธนาธรกล่าวว่า ตนและทีมงานขอน้อมรับความผิดพลาดนี้ และเมื่อมีการท้วงติงเข้ามา เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลได้เร่งแก้ไขทันที และไม่ได้กังวลว่าจะนำไปสู่การยุบพรรค เนื่องจากไม่ได้มีเจตนาให้ข้อมูลเพื่อหลอกลวงประชาชน และเชื่อว่าไม่มีผลต่อคะแนนเสียง เนื่องจากประชาชนไม่ได้เลือกเพราะธนาธรเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แต่เลือกเพราะนโยบายและจุดยืนของพรรค 
    “ขอบคุณทุกกำลังใจจากพี่น้องประชาชน พรรคอนาคตใหม่จะเดินหน้าทำงานต่อไป กระแสข่าวต่างๆ ไม่ใช่อุปสรรคในการเดินหน้า สมาชิกและแกนนำพรรคยังคงหนักแน่น มุ่งมั่นเพื่อทำงานแนะนำนโยบายต่อประชาชนต่อไป สถานการณ์วันนี้สถานะของพรรคอนาคตใหม่ถือเป็นจุดชี้ขาดของการเมืองหลังการเลือกตั้งว่าระบอบ คสช.จะสืบทอดอำนาจต่อไปได้หรือไม่ นี่จึงเป็นเหตุแห่งการโจมตีสาดโคลนใส่เราอย่างมากมายมหาศาล” นายธนาธรกล่าว
    นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีที่ต้องเดินทางไปเข้าพบอัยการสูงสุด (อสส.) วันที่ 27 ก.พ. จากกรณีถูกคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช. แจ้งความดำเนินคดีฐานกระทำผิดมาตรา 14 (2) ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อ บก.ปอท. กรณีไลฟ์สดวิจารณ์พลังดูด เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา ว่าไม่รู้สึกกังวลใจ เนื่องจากพรรคยังมีบุคลากรอีกหลายคนที่พร้อมจะขึ้นมาทำหน้าที่แทนเพื่อผลักดันนโยบายของพรรค คิดไว้แล้วว่าสิ่งนี้ต้องเกิด ผมเตรียมตัวเตรียมใจมาพอสมควร พวกเราชาวอนาคตใหม่ยังหนักแน่น ตัวผมยังหนักแน่น ไม่ได้มีความกังวลอะไร เตรียมตัวเตรียมใจมาแล้ว เชื่อว่า เป็นการข่มขู่ของ คสช. แต่หากเราไม่กลัว เขาต่างหากที่ต้องกลัวเรา
จวก คสช.รัฐซ้อนรัฐ
    นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. โพสต์ข้อความผ่านเพจ Piyabutr Saengkanokkul ว่า ต้องยุติกระบวนการนำ "กฎหมาย" เป็นเครื่องมือในทางการเมือง การเมืองแบบประชาธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน พรรคการเมือง คือที่รวมตัวกันของบุคคลที่มีแนวคิดอุดมการณ์แบบเดียวกัน แล้วเสนอตัวให้ประชาชนเลือก แต่การเมืองแบบ "รัฐซ้อนรัฐ" จะแบ่งงานกันทำเป็นระบบ เริ่มจากก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองเอาอำนาจที่ยึดมาเขียนเป็น "กฎหมาย" เพื่อวางกับดักไว้เสร็จ แล้วเข้าสู่ระบบปกติ มีการเลือกตั้ง ถ้าได้พรรคการเมืองที่พวกตนเองเกลียดกลัว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปคนกลุ่มหนึ่งคอยหาช่อง หารู เล่นแร่แปรธาตุเอากับ "กฎหมาย" จ้องจับผิดตั้งตนเป็น "นักร้อง" คอยชงเรื่องเข้าสู่กระบวนการเสร็จแล้วองค์กรที่ครองอำนาจในนามของ "การตรวจสอบ" ก็จะเข้าจัดการ ถ้าจัดการไม่แล้วเสร็จก็จะกลับไปยึดอำนาจการปกครอง แล้วเริ่มกระบวนการนี้ใหม่ คือความต้องการของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการกำจัดพรรคการเมืองที่เป็นภัยแก่พวกตน 
    "การเมืองไทยเป็นแบบนี้มา 13 ปีแล้ว วิธีการเช่นนี้แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ รังแต่จะสร้างวิกฤติมากขึ้นอีก แล้วยังลากเอา กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมลงเหวไปด้วยกันทั้งหมด เล่นกันแบบนี้จนวันนี้การเมืองไทยหาฉันทามติไม่ได้หา Final say ไม่ได้ สังคมไทยจะยอมให้พวกเขาเล่นกันแบบนี้อีกหรือ" นายปิยบุตรระบุ
    ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระบวนการตั้งข้อหาเพื่อยุบพรรคในฝั่งประชาธิปไตยหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ ว่าโดนกันหมด อย่างที่บอกว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่สนาม เรารู้ว่าเราจะเจออะไรบ้าง ทั้งกติกา กลไกที่วางไว้อย่างเอียงกระเท่เร่ เอาเปรียบทุกอย่าง ทั้งอำนาจรัฐที่เข้ามาคุกคาม และเอื้ออำนวยให้กับบางพรรค กดดันบางพรรค ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะเกิดอีกเยอะ ขอให้กำลังใจนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ เชื่อว่าเขาก็คิดเหมือนกับตน รู้ว่าจะเดินไปสู่อะไร แต่เมื่อเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามาสู่เวทีประชาธิปไตยอย่างไร้เส้นแบบพวกเรา เราก็ต้องอดทน ต่อสู้กับความจริง และหวังว่าจะเกิดความยุติธรรม อย่าลืมว่าคนไทยไม่ชอบอะไรที่ไม่ยุติธรรม 
     ที่พรรคไทยรักษาชาติ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แถลงภายหลังการประชุมยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้ง ว่า แม้ว่าทางพรรคจะกำลังเผชิญกับคดียุบพรรค แต่เรื่องการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งก็ต้องดำเนินกันต่อไป ทางพรรคได้วางกำหนดการทำงานไว้หลายพื้นที่ ทั้งในส่วนของ กทม.และต่างจังหวัด วันที่ 23 ก.พ. ลงพื้นที่ย่านวงเวียนใหญ่ กทม., วันที่ 24 ก.พ. เวลา 07.00 น. ช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ย่านบางคอแหลม เวลา 15.00 น. ไปพื้นที่ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ, วันที่ 25 ก.พ. ลงพื้นที่พร้อมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.ชัยนาท,  วันที่ 26 ก.พ. ที่ จ.นครปฐม, วันที่ 27 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณาคดียุบพรรคเป็นครั้งแรกจะไม่มีกิจกรรมการเมือง, วันที่ 28 ก.พ. ลงพื้นที่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
    วันที่ 1 มี.ค. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ลานคนเมือง กรุงเทพฯ, วันที่ 2 มี.ค. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ จ.พิจิตร,  วันที่ 3 มี.ค. จ.พิษณุโลก, วันที่ 4 มี.ค. จ.กำแพงเพชร,  วันที่ 5 มี.ค. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 2 จังหวัด  2 เวที คือ จ.ภูเก็ต และ จ.พังงา, วันที่ 6 มี.ค.ที่ จ.กระบี่, วันที่ 7 มี.ค. ลงพื้นที่ จ.ยะลา จ.นราธิวาส และช่วงเย็นจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.สตูล, วันที่ 8 มี.ค. ที่ จ.ระยอง, วันที่ 9 มี.ค.ที่ จ.จันทบุรี, วันที่ 10 มี.ค. ที่ จ.ตราด
     วันที่ 11 มี.ค. ที่ จ.กาญจนบุรี มี 2 เวทีที่ อ.ไทรโยค กับ อ.ท่าม่วง, วันที่ 12 มี.ค. ที่ จ.ตาก มี 2 เวที ที่ อ.แม่สอด และ อ.เมืองฯ, วันที่ 13 มี.ค. ที่ จ.นครศรีธรรมราช, วันที่ 14 มี.ค. จ.สุราษฎร์ธานี มี 2 เวทีคือ อ.เมืองฯ และ อ.บ้านตาขุน, วันที่ 15 มี.ค. ที่ จ.ตรัง, วันที่ 18 มี.ค. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.บุรีรัมย์ มี 2 เวทีคือ อ.เมืองฯ และ อ.ละหานทราย วันที่ 19-21 มี.ค. จะรอดูสถานการณ์เพื่อเตรียมจัดเวทีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการระบุไว้ว่าจะลงพื้นที่หรือเปิดเวทีปราศรัยที่ใด ส่วนวันที่ 22 มี.ค. ถือเป็นเวทีปิดท้ายการหาเสียง จะจัดปราศรัยใหญ่ปิดท้ายใน กทม. ส่วนสถานที่อยู่ระหว่างดำเนินการขออนุมัติ
หลานแม้วโวยบิ๊กโจ๊ก
    นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เมื่อทางพรรคส่งผู้สมัคร ส.ส. ก็มีพันธะผูกพันในการทำงาน เมื่อเสนอตัวรับใช้ประชาชน ทุกอย่างก็ต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งในการเปิดเวทีและการปราศรัย จะไม่มีกรรมการบริหารพรรคไปร่วมด้วย แม้ในทางกฎหมายไม่ได้ห้าม แต่เห็นว่าคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีความสำคัญละเอียดอ่อน จึงขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารและทีมกฎหมาย ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ดีกว่า
    นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค ทษช. โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Knight of Shinawatra ฤภพ ชินวัตร ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหากรณีไลน์แอดวัดค่าฝุ่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ กระบวนการสอบสวนเป็นไปตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและวิดีโอไว้ ซึ่งผมได้สอบถามพนักงานสอบสวนว่าปกติมีการถ่ายภาพและวิดีโอหรือไม่ พนักงานตอบว่าถ่ายภาพเพื่อใช้เป็นการภายใน 
    "ในช่วงเย็นวันนั้น ได้เห็นการสัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล กับสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย และพบว่าภาพที่เจ้าหน้าที่ถ่ายไว้เพื่อใช้เป็นการภายในถูกนำออกมาเผยแพร่ โดยที่ผมไม่ได้ยินยอม  เสมือนตนเป็นผู้ต้องหาที่กระทำความผิดสำเร็จแล้ว สร้างความเสียหายให้กับตนและพรรคเป็นอย่างมาก   เสมือนเป็นไปเพื่อดิสเครดิต หรือเป็นการกระทำที่ส่อไปในทางปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 465/2550 เรื่องการปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ข่าว  เหตุใดแอปพลิเคชันในลักษณะเดียวกันจึงไม่โดนตรวจ เหตุใดจึงเลือกตรวจสอบของผมคนเดียว เป็นเพราะผมเข้ามาเล่นการเมือง หรือเป็นเพราะผมนามสกุลชินวัตร” นายฤภพระบุ
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (รองศปอส.ตร.) กล่าวถึงกรณีการติดตามตัวผู้ปลอมแปลงราชกิจจานุเบกษา สั่งปลดผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ ว่า ยืนยันว่าการสืบสวนยังอยู่ในกรอบการทำงาน 7 วัน ซึ่งทราบตัวผู้กระทำผิดแล้วว่าเป็นใครบ้าง มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งมีต้นตอเซิร์ฟเวอร์อยู่ในกลุ่มประเทศโซนยุโรป การจับกุมผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยนั้นต้องใช้ระยะเวลา ต้องประสานกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป                
    ขณะที่มีรายงานว่า กลุ่มบุคคลที่ปลอมแปลงราชกิจจาฯ เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ทำการปลอมแปลงข่าวลวงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เรื่องงบประมาณกองทัพและการเกณฑ์ทหาร ซึ่งฝ่ายกฎหมาย คสช.ได้แจ้งความไว้แล้วที่ บก.ปอท. เมื่อวันที่ 21 ก.พ.
ชงยุบ 12 พรรคแก้ฐานข้อมูล
      ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  นายนพดล อมรเวช หัวหน้าพรรครวมใจไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบการกระทำผิดของพรรคการเมือง และพิจารณามีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบพรรคการเมือง 12 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชนปฏิรูป พรรครวมพลังประชาชาติ  พรรคพลังท้องถิ่นไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน  พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชาธรรมไทย พรรคพลังปวงชนไทย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย  พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล และพรรคภราดรภาพ เนื่องจากพรรคการเมืองต้นสังกัดของผู้สมัครได้เข้าแก้ไขระยะเวลาการเข้าเป็นสมาชิกพรรคของผู้สมัครในระบบฐานข้อมูล  เพื่อให้คุณสมบัติในการลงสมัครครบถ้วน    
    นายนพดลกล่าวว่า อย่างกรณีพรรคหนึ่งตามที่มีการเปิดเผยทางสื่อว่าเป็นสมาชิกพรรคอยู่วันที่ 22 ม.ค.2562 ซึ่งถือว่าถ้าเป็นสมาชิกตามระยะเวลาดังกล่าว ก็ไม่มีคุณสมบัติในการลงสมัคร เป็นสมาชิกไม่ครบ 90 วัน แต่ก็มีการไปแก้ไขย้อนหลังให้ไปเป็นสมาชิกตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.2561 ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองที่ไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่รัฐธรรมนูญกำหนดขัด พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92  
    “การดำเนินการครั้งนี้ ผมไม่รู้จักพรรคใด ผมอยากสร้างมาตรฐานทางการเมือง ไม่อยากให้เกิดการโกงตั้งแต่รับสมัคร และถือเป็นบทบาทหนึ่งของการพรรคการเมืองที่เราจะต้องตรวจสอบครอบครัวการเมืองกันเองก่อนที่จะเสนอตัวให้ประชาชนเลือก หลังจากมีข่าวว่าจะมายื่นเรื่องให้ กกต.ก็มี 4-5 พรรค ที่อยู่ใน 12 พรรค ได้ติดต่อว่าขอให้ไม่ยื่นร้องให้ยุบพรรค เพราะเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ และบางพรรคได้ชี้แจงกับ กกต.ไปแล้ว พร้อมขู่หากยื่นร้องให้ยุบพรรคก็จะดำเนินคดี เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการใส่ร้ายป้ายสี" นายนพดลกล่าว
    ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) ในฐานะผู้ยื่นคำร้องต่อประธาน กกต. ขอให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดต่อกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ระบุว่าการยื่นเรื่องยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เร็วกว่ายื่นยุบพปชร. เพราะมีหลักฐานชัดเจนว่า ประเด็นที่มีการอ้างขอให้มีการยุบ พปชร. ทาง กกต.ก็ทราบดีว่าผู้ร้องทั้ง 3 รายต่างก็อ้างเหตุว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ เพราะมีการเสนอชื่อผู้นำคณะรัฐประหารมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ถือเป็นเรื่องเดียวกันประเด็นเดียวกัน มีข้อเท็จจริงรู้กันทั่วไป กกต.ก็ย่อมต้องทราบดี หากอ้างไม่รู้เรื่องนี้ ก็แสดงว่ามาจากดาวอังคารแล้วหรือไม่ หรือมีอีกอย่าง กกต.อาจยอมรับว่าผู้ทำการรัฐประหารไม่ใช่ปฏิปักษ์ต่อการปกครองต่อระบอบประชาธิปไตยหรือไม่   
    "การที่เลขาฯ กกต.ชี้แจงไม่สมเหตุสมผล อาจถือเป็นการส่อไปในทางมิชอบ เนื่องจาก กกต.ใช้เวลา 1 วันในการยื่นยุบ ทษช. แต่กับ พปชร. คาดใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ค่อยเสนอต่อที่ประชุม กกต. ทำไมกรณีของทษช. จึงไม่มีการใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 41 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. และตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนการไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาดฯ กรณียื่นยุบ พปชร. กกต.ก็ต้องไม่เลือกปฏิบัติเช่นเดียวกัน" นายวิญญัติกล่าว 
    ด้านนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีพรรค พปชร.ถูกร้องเรื่องการจัดระดมทุนโต๊ะจีนว่า เรื่องการระดมทุน และการบริจาค กกต.มีมาตรฐานการตรวจสอบเดียวกันใช้กับทุกพรรค ซึ่งก็ต้องอาศัยเวลาตรวจสอบถึงที่มาของเงิน ใครบริจาคบ้าง มีคนต่างชาติร่วมบริจาคด้วยหรือไม่ ส่วนที่ร้องว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขาดคุณสมบัติการเป็นแคนดิเนตนายกฯ เพราะเป็นหัวหน้า คสช. เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ก็ทราบว่าเป็นเรื่องที่มีผู้ร้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงาน ขณะที่กรณีพรรคอนาคตใหม่ลงประวัตินายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เกินความเป็นจริงนั้น ยังไม่ตรวจสอบว่ามีผู้ร้องมาแล้วหรือไม่ แต่ถ้าเป็นกรณีความปรากฏหรือมีเหตุสงสัย กกต.สามารถตรวจสอบเองได้ 
    ส่วนกรณีที่พรรครวมใจไทยยื่นขอให้ กกต.พิจารณายุบ 12 พรรคการเมืองที่มีการแก้ไขฐานข้อมูลสมาชิกพรรคเพื่อให้ผู้สมัครมีคุณสมบัติในการลงสมัคร นายแสวงกล่าวว่า ยังไม่เห็นเรื่อง และยังไม่ขอพูดเรื่องนี้.     


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ