ลับคม “ทหารพราน นย.”  รับมือภารกิจหลากมิติ 


   

      หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน (ทพ.นย.) มีภารกิจที่เสี่ยงภัยทั้งการรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน การดูแลรักษาความมั่นคงภายใน จึงต้องมีการฝึกปฏิบัติกำลังพล ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่โครงการ และอาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ซึ่งเป็นกำลังหลักส่วนใหญ่ในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดทั้งปี พร้อมทั้งฝึกกำลังทดแทนส่วนที่ขาดหายไปจากการลาออก ปลดประจำการ และเกษียณอายุราชการ เพื่อให้เกิดความพร้อมในการปฏิบัติงาน

      ทพ.นย. ภายใต้สัญลักษณ์ ดาวเหนือ และดาบสายฟ้าฟาด บอกถึง อธิบายถึงลักษณะงานของ “ทหารดำ” เป็นอย่างดี กล่าวคือ ทหารพรานทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ตามป่าและภูเขา มี "ดาวเหนือ” เปรียบเหมือนเข็มทิศในการนำทาง ส่วนสายฟ้าฟาดคือประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

      “รุกเร็ว รบเร็ว ชนะเร็ว ถอนตัวเร็ว”!!!

      แม้จะเป็นนักรับชุดดำ แต่ก็จะสวมหมวกเบเร่ต์ลายพรางสีเขียว ต่างจากทหารพรานของทหารบก แต่ลักษณะการทำงานไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ทพ.นย.จัดกำลังพลสนับสนุนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้าที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 1 กรม จำนวน 1,600 นาย  ส่วนภารกิจหลักยังคงปฏิบัติงานที่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดจันทบุรีและตราด โดยจัดกำลังเป็นชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธิน จังหวัดละ 2 ชุดควบคุม มีภารกิจที่บริเวณแนวชายแดนและดูแลรักษาป่าไม้

      เดิม “ทหารพราน” ถูกจัดตั้งขึ้นมาในภารกิจของการต่อสู้กับภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ และปรับสภาพไปตามภัยคุกคามที่เปลี่ยนไป ภารกิจหลักจึงเป็นเรื่องการป้องกันประเทศ และอยู่ในพื้นที่แนวหน้าของการรบ ยุทธวิธีเน้นหนักการรบแบบกองโจรและจรยุทธ์   

      ยุคสมัยหนึ่ง ปมการเมืองในประเทศ “ทหารพราน”เคยถูกมองว่าเป็นฐานกำลังสำคัญของคนระดับ “บิ๊ก” ที่จะนำไปใช้ในทางการเมือง มีการยุบค่ายทหารพราน และส่งมอบการขึ้นตรง ทพ.นย. ให้กับกองทัพเรือ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความไม่สงบ ความต้องการ “ทพ.” เพื่อลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้ต้องขยายอัตราและส่ง ทพ.นย.ไปสนับสนุน ฉก.นราธิวาสในขณะนี้

      อย่างไรก็ตาม กำลังพลส่วนใหญ่ต้องมีทักษะการใช้อาวุธ มีจิตใจที่แข็งแกร่ง กล้าหาญ มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ภูมิประเทศเกือบทุกตารางนิ้ว แต่กำลังพลปฏิบัติงานภาคสนามมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาตลอด โดยเฉพาะ อส.ทพ.เมื่อสมัครเข้ามาแล้ว จะอยู่จนเกษียณเมื่ออายุ 55 ปี พ้นสภาพเมื่อลาออก เสียชีวิต ปลดพิการ เป็นต้น ทำให้เมื่อรับกำลังพลเข้ามาใหม่ จึงต้องมีการฝึกอย่างต่อเนื่อง

      สำหรับการทำงานตามแนวชายแดนที่เป็นป่า-ภูเขา ไม่ได้เสี่ยงภัยแค่อาวุธจากฝ่ายตรงข้ามที่เป็นข้าศึกจากนอกประเทศ แต่ยังต้องเจอกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มค้ายาเสพติด แรงงานต่างด้าว กลุ่มตัดไม้ทำลายป่า ที่ใช้ช่องทางธรรมชาติในการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ไม่เท่านั้นยังต้องเสี่ยงต่อ “กับระเบิด” บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังเก็บกู้ไม่หมด มรดกจากการสู้รบช่วงสงครามเย็น 

      ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังพลที่ส่งลงไป นอกจากต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่องสภาพปัญหา พื้นที่ วัฒนธรรม สังคม ประเพณี แล้วยังต้องฝึกด้านกิจการพลเรือน การช่วยเหลือประชาชน เพื่อเข้าถึงประชาชนที่เป็นมุสลิมส่วนใหญ่ในพื้นที่ โดยมีการส่งทหารพรานหญิงลงไปปฏิบัติงานเพื่อตอบสนองภารกิจในส่วนนี้ด้วย

      สำหรับภารกิจในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี นอกจากค่ายเทวาพิทักษ์ ซึ่งถือเป็นค่ายฝึกหลักของกำลังพลที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว กำลังที่วางอยู่บริเวณตามแนวชายแดน เกือบ 50 ฐานปฏิบัติการ ยังต้องดูแลเรื่องทรัพยากรป่าไม้  สนับสนุนการทำงานของมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน สนับสนุนกำลังของเจ้าหน้าที่ป่าไม้

      ในพื้นที่เข้ามาหลังแนว ทหารพราน นย.ยังต้องใช้อุปกรณ์และเครื่องมือในการตรวจการณ์ เนื่องจากการเดินเท้าเข้าไปยังจุดต้องสงสัยต้องใช้เวลานานหลายวัน “โดรน-พารามอเตอร์” เป็นอุปกรณ์หนึ่งในการเข้าถึงข้อมูลและพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวในการช่วยปฏิบัติงานด้านยุทธการ มีความคล่องตัวและได้ผล

      แม้พื้นที่ป่าด้านนี้จะไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องของตัดไม้  หรือล่าสัตว์มากนัก เพราะมีกำลังทหารพราน และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ลาดตระเวนอยู่ตลอด แต่กลุ่มช้างป่าที่เพิ่มจำนวนประชากร ต้องออกมาหาอาหารกินในหมู่บ้าน ก็สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านพอสมควร ภารกิจในการเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า จึงเป็นอีกภารกิจหนึ่งของ ทพ.นย. โดยเฝ้าตรวจเส้นทางเดิน และนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนป้องกัน

       “เราใช้อุปกรณ์เหล่านี้ดูทิศทางการเดินของกลุ่มช้างป่า ก่อนที่จะเข้าไปยังหมู่บ้าน ที่ผ่านมาเราได้ทำโครงการคูกั้นช้าง โครงการปลูกไผ่หนาม ในเส้นทางที่ช้างจะเดินเข้ามา ซึ่งประชากรช้างที่มากขึ้นก็เพราะระบบนิเวศที่ปริมาณเสือลดลง“ ทหารพรานนายหนึ่งกล่าว

      ทหารพราน นย.ยังมีการเปิดรับสมัครบุคคลเข้ามาปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติอยู่ตลอดทั้งปี คิดอัตราการปลดออกไป 60 อัตราเป็นตัวตั้ง และถ้าเริ่มขาดอัตราไปประมาณ 40 อัตรา ก็จะเปิดรับสมัครทันทีเพื่อหากำลังพลเข้ามาทดแทนในภารกิจที่หลากหลายมากขึ้น 

      เพราะงานของทหารพราน ไม่ว่าจะทหารบก หรือทหารเรือ จะอยู่ในพื้นที่ป่า-เขา แนวชายแดน สู้รบกับโจรใต้ เจอกับสถานการณ์ที่เสี่ยงภัยตลอดเวลา นับเป็นทหารพันธุ์อึด “ใจถึงและมือถึง” อีกหน่วยหนึ่งของกองทัพ!!!. 


ม็อบ "ขยะ-รกเมือง" ที่สุด ก็ม็อบ "เห็บแม้ว" นี่แหละ! อย่างแก๊ง "จ่านิว-นายโรม"........ ถ้าเป็นเขมร-ญวนยุคก่อน เขาไม่เอาไปทำปุ๋ยหรอก

'ธรรมศาสตร์กับศิษย์ประสาท'
หน้าที่ 'เจ้าภาพ' ฉลอง ๔ ปี
'ด้วยห่วงไฟชอร์ต สส.ตาย'
ว่าด้วย "มืดมนและอันตราย"
'บวชซ่อนชั่ว-บวชศรัทธา'?
มาเลย์ที่ 'มีมากกว่าอายุ'