10มี.ค.บิ๊กตู่ปราศรัย วางปฏิทินประเดิม‘โคราช’จรุงวิทย์โยนศึกษากม.เอง


เพิ่มเพื่อน    

  เลขาฯ กกต.แจงนายกฯ ช่วย พปชร.หาเสียงได้ แต่ระวังเรื่องการวางตัวเป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ-การใช้ทรัพยากรของรัฐ ไม่ตอบลงรายละเอียดเป็นกรณีให้ศึกษากฎหมายเอง ขณะที่ "ลุงตู่" ลาป่วยตรวจสายตา กลับมาทำงาน 4 มี.ค. แกนนำพปชร.โวทำให้ผู้สมัคร ส.ส.มีกำลังใจฮึกเหิม เตรียมหารือกับ "บิ๊กตู่" วางแผนลงพื้นที่หาเสียงประเดิม 10มี.ค.ที่โคราชบ้านเกิด มั่นใจโกยคะแนนพุ่งไม่ต่ำ 150เสียง "พท.-ทษช." ท้าให้รีบก้าวออกมาหาเสียงเหมือนทุกพรรค "วิษณุ" เผย กก.สรรหา ส.ว.จะรวบรวม 400รายชื่อให้ คสช. 9 มี.ค.นี้ 

    เมื่อวันศุกร์ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการตอบข้อซักถามของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า กกต.ได้ตอบไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถเดินหาเสียงขึ้นเวทีปราศรัยและร่วมกิจกรรมของพรรคได้ แต่ต้องระมัดระวังตามมาตรา 78 ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ในเรื่องการวางตัวเป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นการตอบคำถามทุกคำถามที่พรรคได้ถามมา เพราะช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งแล้ว   
    ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต.มีอะไรที่จะกำชับนายกรัฐมนตรีเป็นพิเศษหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ต้องดูในข้อกฎหมาย คงไปตอบไม่ได้ว่าอะไรทำได้- ทำไม่ได้ เป็นดุลพินิจของผู้สมัครและพรรคการเมืองเอง   
    “ข้อกฎหมายเขียนไว้แล้ว ผู้สมัครต้องไปดูเอง ตีความกฎหมายเอง หากเราบอกไปแล้ว เผื่อไปทำแล้วมีเงื่อนไขอื่น ทำให้ กกต.ต้องไปตอบอีก ดังนั้นจึงให้ผู้สมัครตีความกฎหมายเอง”  
    เมื่อถามว่า รู้สึกกังวลหรือไม่ที่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการหาเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์จำนวนมาก    พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ไม่หนักใจ เพราะ กกต.ยืนอยู่ด้วยข้อกฎหมาย กกต.ทุกท่านได้ประชุมชี้แจงหลายรอบแล้ว เรายึดกฎหมายเป็นหลักด้วยความเป็นกลางเพราะเราเป็นองค์กรอิสระ ไม่ขึ้นอยู่กับอำนาจใด
     ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้สื่อโซเชียลในช่องทางไหนได้บ้าง เลขาฯ กกต.กล่าวว่า เท่าที่ทราบคือ พล.อ.ประยุทธ์ได้แจ้งเรื่องใช้สื่อโซเชียล ท่านเองก็จำกัดกรอบของท่านอยู่ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง เพราะกฎหมายอยู่บนพื้นฐานเท่าเทียมกัน ส่วน พล.อ.ประยุทธ์สามารถไปช่วยพรรคหาเสียงหลังเลิกงานได้หรือไม่ คงต้องดูเป็นกรณีไป ส่วนลักษณะที่เราตอบไปคือหาเสียงได้ แต่ต้องระมัดระวังตามมาตรา 78 รวมไปถึงการใช้ทรัพยากรของรัฐ ทั้งรถและเจ้าหน้าที่ เพราะต้องวางตัวเป็นกลาง 
    สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจภายในทำเนียบรัฐบาลแต่อย่างใด โดยไม่มีวาระงานทั้งในและนอกทำเนียบฯขณะที่ทีมงานนายกฯ แจ้งว่านายกฯ จะไม่เดินทางเข้าทำเนียบฯ ในวันนี้ หลังจากเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลเร็วกว่าปกติ โดยแจ้งเพียงว่าไปภารกิจส่วนตัว (ว.5) รวมทั้งมีรายงานข่าวว่านายกฯ จะพักการลงพื้นที่ 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ถือเป็นการลาป่วยและไม่มาทำงานเป็นครั้งแรกของพล.อ.ประยุทธ์
ลูงตู่ลาป่วย 4 มีค.มาทำงาน
       ขณะที่ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ ได้ลาป่วยวันที่ 1 มี.ค. เพื่อตรวจสุขภาพทั่วไปตามปกติที่แพทย์ได้นัดไว้ รวมถึงตรวจสายตา เนื่องจากช่วงลงพื้นที่ที่ผ่านมานายกฯ ได้บ่นอยู่ตลอดว่าเจ็บตา เพราะอ่านหนังสือมาก แต่ไม่น่ามีอะไรต้องกังวล ส่วนสภาพร่างกายด้านอื่นยังคงฟิตและแข็งแรงดี ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่
    ทั้งนี้ มีรายงานว่านายกฯ จะกลับมาทำงานตามปกติวันที่ 4 มี.ค. โดยมีกำหนดการเป็นประธานในงานสัมมนา Thailand Investment Year-What's New? ที่เมืองทองธานี
     พล.ท.วีรชนกล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีหนังสือตอบข้อสอบถามพรรคพลังประชารัฐ ยืนยัน พล.อ.ประยุทธ์สามารถร่วมกิจกรรมรณรงค์หาเสียงได้ ว่า ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยหรือสอบถามในประเด็นนี้กับนายกฯ แต่ส่วนตัวมองว่าการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆนายกฯ จะพิจารณาตามความเหมาะสม ภายใต้กรอบของกฎหมาย การสื่อสารกับประชาชนไม่ว่าจะเป็นในช่วงเวลาปกติหรือช่วงที่มีการเลือกตั้ง ก็ยังคงเป็นเรื่องการทำงานดังเช่นทุกครั้งอยู่แล้ว ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตการเปลี่ยนสถานะใน Facebook ส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จากเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นบุคคลสาธารณะนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้  
    ด้านนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า หลังจากที่พรรคทำหนังสือสอบถาม กกต.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคสามารถรณรงค์หาเสียงขึ้นเวทีปราศรัยได้หรือไม่ และสามารถดำเนินการกิจกรรมเพื่อพบปะให้กำลังใจกับผู้สมัครหรือสมาชิกพรรคได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดความรัดกุมทางด้านกฎหมาย ซึ่ง กกต.มีมติเป็นทางการให้ พล.อ.ประยุทธ์สามารถดำเนินการได้ทั้งสองเรื่องที่สอบถามไป แต่ต้องไม่ใช้อำนาจในทางที่อาจจะกระทบต่อผู้อื่น 
    “ส่วนขั้นตอนต่อไปคือ กรรมการบริหารพรรคจะร่วมกันหารือกับท่านนายกฯ อีกครั้งว่ากิจกรรมของพรรคใดบ้างที่ท่านจะมีส่วนร่วม ส่วนจะเป็นกิจกรรมไหน และเมื่อไหร่นั้น เป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งต้องขอปรึกษากับทุกฝ่ายก่อน เพราะท่านนายกฯ เองก็มีภารกิจมาก ทางพรรคจึงต้องดูและเลือกกิจกรรมที่ท่านทำแล้วเกิดประโยชน์จริงๆ กับพี่น้องประชาชนในการเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งได้มากที่สุด” นายอุตตม กล่าว
    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนของประชาชนอยู่แล้ว หากมาช่วยพรรคหาเสียง ก็เชื่อว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพรรคเป็นอย่างยิ่ง แต่พรรคจะดำเนินการให้รอบคอบ ตรงความต้องการของประชาชนและเหมาะสมทั้งข้อกฎหมาย ภายในวันที่ 4 มี.ค. แผนการหาเสียงเพื่อช่วงชิงคะแนนความนิยมจากประชาชนโค้งสุดท้ายของพรรคจะเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้ พรรคมีวิธีการนำ พล.อ.ประยุทธ์มาช่วยสนับสนุนพรรคให้เกิดประโยชน์อย่างแน่นอน
    นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า ในเดือน มี.ค.นี้ โชคดีที่ กกต.ได้ตอบกลับมาที่พรรคว่า ลุงตู่ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคสามารถลงพื้นที่และให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส.ได้ ซึ่งทำให้ทุกคนมีกำลังใจและฮึกเหิมขึ้นอีก และมาในช่วงโค้งสำคัญ ซึ่งน่าจะทำให้คนที่ชื่นชอบผลงานของลุงตู่ ให้การสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคยิ่งขึ้น ทางพรรคมั่นใจว่าน่าจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 150 คน เพราะในช่วงที่ผ่านมาแค่คนที่รักลุงตู่ในทุกโพล ก็มีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 26-30 ซึ่งถ้าทางพรรคสามารถเปลี่ยนความรักที่ประชาชนมีให้กับลุงตู่ เป็นคะแนนเสียงได้และรวมกับคนที่ชอบนโยบายของพรรคชอบผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ก็เชื่อว่าเราจะได้ ส.ส.ตามเป้าอย่างแน่นอน
10มีค.บิ๊กตู่ปราศรัยที่โคราช
    ขณะที่แกนนำพรรค พปชร.เปิดเผยว่า พปชร.กำลังจะนำ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่และปราศรัย ประเดิมที่แรกในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายกฯ ในวันที่ 10 มี.ค. จากนั้นก็ไปจังหวัดเชียงรายและจังหวัดสุโขทัย ในช่วงกลางเดือน มี.ค. ตามลำดับ โดยแนวทางทั้งหมดนี้กำลังเสนอแผนและรอการตัดสินจาก พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้ง และไม่กังวลเรื่องถูกโจมตี เพราะที่ผ่านมามีการโจมตีกันมาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะรับมือได้อย่างดี ในทางกลับกัน หาก พปชร.ไม่ใช้โอกาสนี้ จะเสียประโยชน์แก่พรรคมากกว่า ในสภาวะที่ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด
    ส่วน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร. กล่าวกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องพล.อ.ประยุทธ์ไปร่วมเวทีดีเบตว่า ที่ผ่านมาอดีตนายกฯ หลายท่านก็เคยปฏิเสธการร่วมดีเบตมาแล้วทั้งนั้น ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องดูข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามด้วย การแสดงวิสัยทัศน์ของนายกฯเป็นเรื่องดี หากมาประชันกันเกี่ยวกับนโยบาย แต่เวทีดีเบตคงไม่ใช่ช่องทางเดียว พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯก็ได้มีโอกาสชี้แจงวิสัยทัศน์และการทำงานอยู่แล้ว ดังนั้นการดีเบตคงไม่ใช่คำตอบเดียวของการโชว์วิสัยทัศน์ 
    ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.ประกาศแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถช่วยหาเสียงให้กับ พปชร.ได้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ควรที่จะก้าวออกมาอย่างสง่างาม และลงพื้นที่หาเสียงเฉกเช่นนักการเมืองทุกพรรค ไม่ใช่มาอ้างว่าตรวจราชการหรือลงพื้นที่ทำงาน แต่แฝงด้วยการหาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรค และที่สำคัญคือการใช้อำนาจในการเป็นนายกฯ และหัวหน้า คสช.ในการพยายามสกัดกั้นต่างๆ จนทำให้พรรคการเมืองต่างๆ นั้นดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ไม่เต็มที่
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นทหาร แล้วก็พูดคนเดียวมาโดยตลอด พอจะขึ้นเวทีที่มีคนซักถามมีการเปรียบเทียบแนวความคิดไม่กล้าขึ้นเวที นี่เป็นสัญญาณที่ทำให้พรรค พปชร.เสียหายมาก เพราะประชาชนจะตั้งคำถาม พล.อ.ประยุทธ์กลัวอะไร ประชาชนนึกภาพต่อไปว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งมา 250 เสียง ส.ว.รอหนุนอยู่เป็นนายกฯ แล้วไปเจอฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย จะรู้เลยว่านรกมีจริง เพราะพรรคเพื่อไทยจะอภิปรายเช้า สาย บ่าย เย็น ในที่สุดพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ไม่ได้ 
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ได้ช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียงทุกวันอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะเวลาการรณรงค์หาเสียงที่เป็นอยู่ในขณะนี้เท่านั้น การพูดผ่านรายการคืนความสุขฯ หรือการกระทำการใดๆ ยิ่งกว่าการหาเสียงที่ทุกพรรคการเมืองเดินมายกมือไหว้ขอคะแนนจากประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องอะไรที่น่าตกใจ คนจะเป็นนายกฯ จะต้องตัดสินใจหาเสียงกันมาตั้งแต่ต้น วันนี้อยากถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลสาธารณะหรือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะหากไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ประเทศคงวุ่นวาย และคงไม่มีบุคคลสาธารณะที่ไหนจะไปสั่งการบริหารประเทศ
ชง100รายชื่อสว.ให้คสช.
    นายณัฐวุฒิ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาช่วยหาเสียง จะยิ่งเป็นงานง่ายของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยในการหาเสียง ย่อมวิพากษ์วิจารณ์ได้ หน่วยข่าวต้องยุติการประกบติดพรรคการเมืองต่างๆ และเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นบุคคลสาธารณะ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ก็เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ติดตาม พล.อ.ประยุทธ์อย่างใกล้ชิด เพราะผู้ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐไปนั่งในทำเนียบรัฐบาลจะเป็นปัญหา และสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความเหลวแหลกประเทศ เมื่ออำนาจเผด็จการต้องการสืบทอดอำนาจ และคำอธิบายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เกี่ยวกับประเด็นการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้เรียกว่าหลักกฎหมายหรืออภินิหารทางกฎหมาย แต่ถือเป็นการเล่นอุจจาระต่อหน้าประชาชน
     ทางด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหา ส.ว. ในส่วนของคณะกรรมสรรหาที่ คสช.ตั้งขึ้นมาว่า ขณะนี้รายชื่อคณะกรรมการสรรหาจะยังไม่มีการเปิดเผย เพราะกังวลเรื่องการวิ่งเต้น แต่สุดท้ายก็ต้องมีการเปิดเผยออกมา และที่ผ่านมากรรมการมีการประชุมไปครั้งหนึ่งแล้ว และหลังจากนี้จะมีการประชุมบ่อยขึ้น โดยวิธีการคัดเลือกบุคคลให้ได้ 400 คน เพื่อเสนอ คสช.คัดเลือกให้เป็น ส.ว.จะไม่ใช่วิธีการสมัคร จะรวบรวมรายชื่อจากทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รวมถึงองค์กรในภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเอกชนต่างๆ มารวบรวมพิจารณากลั่นกรอง ให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิรูปประเทศทั้ง 13 ด้าน และบุคคลทั้ง 400 คนที่เราจะส่งรายชื่อให้ คสช. ในวันที่ 9 มี.ค. จะไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ ส่วนที่กังวลกันว่า พล.อ.ประยุทธ์มีส่วนในการคัดเลือก ส.ว. แล้วเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พปชร.ด้วยนั้นเพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้เช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะวิตกกันทำไม 
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ทำหน้าที่คัดเลือก ส.ว.ว่า ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ แต่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนมองเห็นว่า พล.อ.ประวิตรจะเลือกคนที่ตนเองสั่งได้หรือไม่จึงควรให้สังคมเป็นคนพิจารณาว่า พล.อ.ประวิตร ที่เป็นรองหัวหน้า คสช.และมาเลือก ส.ว. 250 คน กลับไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ มีความเหมาะสมหรือไม่ ขอให้สังคมเป็นผู้พิจารณา
    นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตรเป็นกรรมการสรรหา ส.ว. สวนทางกับวิถีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซ้ำร้ายหนักให้ ส.ว. ซึ่งไม่ผูกโยงกับประชาชนเลย แต่กลับมาเลือกนายกรัฐมนตรีซึ่งสะท้อนว่าเป็นรัฐบาลที่ไม่เชื่อมโยงกับประชาชน จึงไม่น่าที่จะเป็นรัฐบาลของประชาชน และเพื่อประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐธรรมนูญร่างมาอย่างนี้ ก็ต้องเดินไปอย่างนั้น
    ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตประธานรณรงค์การเลือกตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า รธน.กำหนดที่มาของ ส.ว.ไว้ชัดเจน ถึงได้บอกว่าทุกคนต้องคิดว่าการที่จะให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยเดินหน้าไปได้ ต้องเคารพกฎหมาย รธน.ฉบับนี้ก่อนจะประกาศใช้ประชาชน 16.8 ล้านคน ประชาชนได้ศึกษาและพิจารณาแล้วว่าเป็น รธน.ที่เหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นกฎหมายของประเทศไทย เพราะฉะนั้นใครจะวิพากษ์วิจารณ์อะไร ขอให้คำนึงว่าเสียงประชาชนที่เป็นคนอนุมัติ.


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"