‘พท.-พปชร.’ระอุ หาเสียงบลัฟเดือด


   

 พรรคใหญ่ลงพื้นที่หาเสียงต่อเนื่อง "พปชร." บุกสุรินทร์ชูราคา-สวัสดิการแห่งรัฐ "สุริยะ" ฟุ้งโพลชี้กวาดยกจังหวัด "เจ๊หน่อย" ไปขอนแก่นเว้า "คิดฮอดหลาย" ขอคะแนน "ทษช." เปิดปราศรัยใหญ่ลานคนเมือง กทม. ไร้เงา "ปรีชาพล" เน้นต่อยอดงานเดิมไทยรักไทย "ปชป." ลุยอีสาน ย้ำทุกนโยบายทำได้จริง "จตุพร" ตามซัด "สุเทพ" ไม่เลิก ลั่นระบอบทักษิณไม่มีอยู่จริง "ลุงกำนัน" โพสต์แจงเหตุทำไมไม่ก้าวข้ามแม้ว

    ตลอดทั้งวันที่ 1 มี.ค. บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ยังคงเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน, นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง, นายวิรัช รัตนเศรษฐ แกนนำภาคอีสาน, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เปิดเวทีปราศรัยบริเวณลานบริษัท ไอคิว สี่แยกสลักได อ.เมืองฯ จ.สุรินทร์ หาเสียงช่วยนายอนันต์ ปาลีคุปต์ ผู้สมัคร เขต 1 จ.สุรินทร์ 
    นายสนธิรัตน์ปราศรัยว่า วันนี้หากคนสุรินทร์เลือกพรรคเก่า ก็จะได้ของเก่า จ.สุรินทร์ ก็จะเหมือนเก่า ดังนั้นขอให้ลองเปลี่ยนมาเลือกคนของพรรคพลังประชารัฐ เพราะพรรคไม่ได้มีแค่นโยบายกินได้ แต่มีออกมาเรื่อยๆ อย่างนโยบายข้าว ที่หากชาวนาอยากได้ค่าปลูก พวกตนจะไปหารือกันเพื่อพิจารณา นอกจากนี้ยังมีนโยบายดูแลลูกหลานคนไทยไม่ให้ลำบาก อย่างนโยบายมารดาประชารัฐที่ให้ความสำคัญตั้งแต่ท้อง คือท้องปั๊บ รับ 3,000 บาท จำนวน 9 เดือน รวม 27,000 บาท จากนั้นเมื่อคลอดก็จะได้รับอีก 10,000 บาท รวมเป็น 37,000 บาท ยังไม่พอ เพราะมีค่าเลี้ยงดูให้อีกเดือนละ 2,000 อีก 6 ปี รวมค่าดูแลทั้งสิ้น  181,000 บาท พร้อมยืนยันพรรคไม่ได้มาแจกเงิน แต่ลูกหลานเรา เราต้องกล้าลงทุน ต้องดูแลคนไทยด้วยกัน 
    จากนั้นนายสนธิรัตน์และคณะเข้ากราบสักการะพระยาสังฆะบุรีศรีนครอัตจจะ เจ้าเมืองสังขะ อ.สังขะ  พร้อมขึ้นปราศรัยที่สนามกีฬากลางเทศบาลตำบลสังขะ จ.สุรินทร์ ช่วยนายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6  หาเสียง
    นายสนธิรัตน์ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขอโอกาสฟ้องพี่น้องประชาชน มีแกนนำพรรคหนึ่งที่เป็นผู้หญิงพูดเก่ง มากล่าวหาว่าผมทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการดูถูกว่าคนได้บัตรจน ถือว่ามีจิตใจคับแคบที่มาว่าตน ทั้งที่ความจริงต้องการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งขณะนั้นพรรคดังกล่าวพยายามคัดค้าน แต่พอเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง ก็กลับคำมาบอกว่าจะทำนโยบายนี้ด้วย 
    ส่วนนายสุริยะกล่าวว่า ตนได้ให้บริษัทจัดทำโพลสำรวจความเห็นของประชาชนในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ทั้งหมด 7 เขต เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา พบพรรค พปชร. จะได้ ส.ส.ทั้งหมด 7 ที่นั่ง โดยนโยบายราคาข้าวเป็นสิ่งที่ประชาชนชอบ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่ทำราคาได้สูงขนาดนี้ คือ 18,000 บาท รวมไปถึงเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ทำให้ชาวสุรินทร์ได้เงินไปใช้สอย ดังนั้นประชาชนจึงมั่นใจว่าหากพรรคได้เป็นรัฐบาลก็จะสามารถสานต่อและผลักดันเรื่องต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องได้สำเร็จ
    นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ประชาชนให้การตอบรับที่ดีกับ 3 ประเด็นคือ 1.การเสนอชื่อลุงตู่ เป็นแคนดิเดตนายกฯ 2.นโยบายการขยายผลบัตรประชารัฐ  สปก.4.0  การแก้ไขปัญหา ภบท.5 การเพิ่มการอุดหนุนชาวนา เป็น 20 ไร่ ไร่ละ 2,000 บาท  นโยบายลดภาษีบุคคลธรรมดา ร้อยละ 10 ทุกขั้น  เป็นต้น และ 3.ผู้สมัครของพรรค ที่เข้าถึงพึ่งได้
     โฆษก พปชร.กล่าวว่า พรรคมั่นใจน่าจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 150 คน เพราะในช่วงที่ผ่านมาแค่คนที่รักลุงตู่ ในทุกโพล ก็มีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 26-30  ซึ่งถ้าทางพรรคสามารถเปลี่ยนความรักที่ประชาชนมีให้กับลุงตู่เป็นคะแนนเสียงได้ และรวมกับคนที่ชอบนโยบายของพรรค ชอบผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ ก็เชื่อว่าเราจะได้ ส.ส.ตามเป้าอย่างแน่นอน
'ทษช.'ปราศรัยใหญ่กทม.
    พรรคเพื่อไทย (พท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท. ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณ อ.ภูเวียง ช่วยนายภาควัต ศรีสุรพล ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น หาเสียงเลือกตั้ง
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ในระยะเวลา 4 ปีจะปรับเปลี่ยนภาคการเกษตรเพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารสุขภาพหรืออาหารปลอดภัย ป้อนคนทั้งโลก ซึ่งได้ทำแผนงานไว้หมดแล้ว โดยจะเดินหน้าแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะปรับเปลี่ยนตั้งกองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดิน เข้าใจว่าตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาเกษตรกรลำบาก จึงยืนยันว่าภายใน 6 เดือนหากได้เป็นรัฐบาล จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นทุกชนิด ซึ่งมั่นใจว่าหากมีโอกาสทำงานจะสามารถทำให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นได้ ก่อนเกษตรกรจะตั้งหลักได้เราจะพักชำระหนี้เป็นเวลา 3 ปี จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์  ไปปราศรัยที่บริเวณทางเข้า บ.สงเปือย ต.ศิลา อ.เมือง ฯ จ.ขอนแก่น โดยมีประชาชนในพื้นที่ร่วมรับฟังการปราศรัยรวมทั้งการขอถ่ายภาพ, มอบช่อดอกไม้, มอบพวงมาลัย ร่วมกับคุณหญิงสุดารัตน์กว่า 3,000 คน ทั้งนี้ ในช่วงของการปราศรัยหาเสียงและแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่มาร่วมขึ้นเวทีนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ได้พูดภาษาอีสานเพื่ออ้อนขอคะแนน โดยเฉพาะกับการพูดว่า "คิดฮอดคนขอนแก่น ล้ายหลาย"  สร้างเสียงเฮและเสียงปรบมือรวมทั้งรอยยิ้มอย่างมาก
    พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) จัดปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ กทม. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. ภายใต้หัวข้อ “ร่วมกำหนดอนาคตประเทศไทย” มีคณะแกนนำพรรคร่วมปราศรัยอย่างคึกคัก นำโดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์ฯ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียง, นายนิคม ไวรัชพานิช เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้ร่วมปราศรัย เพียงแค่เดินทางมาให้กำลังใจ อาทิ นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์, นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ และ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค รวมทั้งนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช มารดา ร.ท.ปรีชาพล เดินทางมาให้กำลังใจสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ แต่ไม่พบว่า ร.ท.ปรีชาพลมาที่เวทีแต่อย่างใด
    ทั้งนี้ เนื้อหาการปราศรัยแกนนำพรรคต่างสลับกันขึ้นเวทีปราศรัย เน้นการชูนโยบายของพรรคที่ต่อยอดมาจากพรรคไทยรักไทย (ทรท.) สามารถทำได้จริง รวมถึงแนวทางการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เจริญทัดเทียมนครชั้นนำของโลก และยังคัดค้านการสืบทอดอำนาจและเรียกร้องรัฐบาลประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 
        พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, นายเกียรติ  สิทธีอมร ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ น.ส.จิตภัสร์ ตั้น กฤดากร ลงพื้นที่ จ.สระบุรี หาเสียงที่ตลาดวิหารแดง รวมทั้งไปสักการะอนุสาวรีย์ย่าโม จ.นครราชสีมา จากนั้นได้เดินทางไปยัง จ.ชัยภูมิ และปราศรัยที่ลานน้ำพุริมบึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น
    นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นโยบายของพรรคเป็นรูปธรรมมากที่สุด ทั้งในเรื่องของการประกันรายได้เกษตรกรและการประกันรายได้ให้ผู้ใช้แรงงาน และในวันที่ 9 มี.ค.นี้ จะแถลงภาพรวมเศรษฐกิจอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องการบริหารประเทศที่ระบุว่าประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต แก้จน สร้างคน สร้างชาติ
    พรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) นายอารี ไกรนรา รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง ลงพื้นเขตบางเขนและเขตดอนเมือง กทม. ช่วยพ.ต.อ.นพ.ปิยพงษ์ สาครเย็น ผู้สมัคร ส.ส.เขต 12 หาเสียงที่ตลาดยิ่งเจริญ และช่วยนางกุฎารัศมิ์ กุลฉัตร ผู้สมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง หาเสียงที่ตลาดฝั่งโขง 
ชี้ทำไมไม่ก้าวข้ามทักษิณ 
    นายจตุพรกล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ตอบโต้สิ่งที่ตนเองวิพากษ์การประกาศให้คนไทยเลือกข้างระหว่างระบอบทักษิณกับข้างประเทศไทยว่าไม่ให้ราคานั้น ไม่ทราบนายสุเทพจะเป็นคนที่มีราคา หรือจะเป็นคนที่มีความสำคัญหรือไม่ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 5 ปี นายสุเทพต้องยอมรับว่าเป็นต้นเหตุหนึ่งของการยึดอำนาจ พาประเทศเข้าสู่เผด็จการ ทำให้เกิดความยากลำบาก
    "นายสุเทพพยายามเปรียบตัวเองเสมือนว่าอยู่ฝ่ายประเทศไทย และผลักฝ่ายอื่นที่ไม่ใช่พวกของนายสุเทพว่าเป็นฝ่ายระบอบทักษิณ ซึ่งระบอบทักษิณไม่มีอยู่จริง เป็นแต่เพียงการบัญญัติคำขึ้นมาเพื่อให้ตนเองได้รับโอกาสจากพวกของตนเท่านั้น ดังนั้นตนได้เตือนนายสุเทพแล้วว่า การที่นายสุเทพปลุกมวลชนของตนเองนั้น เท่ากับไปปลุกมวลชนของฝ่ายตนด้วยเช่นกัน และล่าสุดก็มีการปลุกวาทกรรมเรื่องการเผาบ้านเผาเมือง ดังนั้นหากนายสุเทพยังไม่หยุด ผมก็จะอธิบายความแบบเเลกหมัดกัน ประชาชนจะได้ตัดสินใจกันง่ายขึ้น" นายจตุพรกล่าว
    พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค พร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรค รปช. ลงพื้นที่โรงงานยาสูบ ช่วยนายพีรสุต จันทรานุวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เขตคลองเตย วัฒนา เพื่อหาเสียง
    นายสุเทพกล่าวถึงกรณีพรรค รปช.หาเสียงบอกจะขอเป็น รมว.เกษตรฯ และ รมว.ศึกษาธิการ ว่า ไม่ได้เป็นการจองเก้าอี้ เพราะไม่มีสิทธิ์ แต่บอกกับพี่น้องประชาชนว่าถ้า รปช.ได้รับเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาล เราสนใจที่จะบริหารงาน 2 กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ 
    "ที่ไปกระทรวงเกษตรฯ เพราะเราต้องการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายผลผลิตแล้วมีกำไร วันนี้เกษตรกรขายผลผลิตไม่มีกำไร เรามีวิธีการที่ผ่านมา ส่วนที่ต้องการเข้าไปบริหารกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเราต้องการปฏิรูปบริหารจัดการทางด้านการศึกษา เพื่อให้ลูกหลานของประชาชนมีความรู้มีคุณธรรม เป็นมืออาชีพที่สามารถทำมาหากินตั้งครอบครัวใหม่ได้ และต้องเป็นการศึกษาฟรีที่ไม่เป็นภาระของประชาชนต่อไป" นายสุเทพกล่าว
    นอกจากนี้ นายสุเทพได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง "ทำไมไม่ก้าวข้ามทักษิณ อ้างแผนคนนอกประเทศ ชูอัศวินตัวใหม่ ด้วยมุกเก่า คือ รวยไม่โกง เปลี่ยนแปลงประเทศ เป็นตัวร้ายตัวใหม่มาเสนอหน้า แทบจะถอดแบบทักษิณ ทำท่าจะเสียสละ สัญญาจะทำให้ประเทศดีขึ้น แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะยิ่งร้ายกาจกว่าเดิม เพราะมีจุดยืนแข็งกร้าวชัดเจน ด้วยการออกมาวิจารณ์ในเรื่องขนบประเพณี ศาสนา ทหาร"
    นายสุเทพระบุว่า เมื่อย้อนไปเมื่อปี 2543-2544 การเมืองไทยมีอัศวินม้าขาวมาดดูดี ชื่อทักษิณ ชินวัตร เกิดขึ้นมาเปิดตัวด้วยภาพของนักธุรกิจที่คิดใหม่ทำใหม่ คนก็เชื่อมั่นกันไปว่ารวยแล้วจะไม่โกง เกิดเป็นกระแสเห่อของใหม่ จนชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย จนมาถึงวันที่จับได้ไล่ทันก็พบว่าโกงเก่งเป็นคำที่ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล นิยามและอธิบายไว้ว่า โกงกันหลากหลายรูปแบบ ทั้งผิดกฎหมายและไม่ผิดกฎหมาย ทั้งที่แก้กฎหมายให้ไม่ผิดก็มี มีเล่ห์เหลี่ยมสูง แยบยลในการประพฤติอันมิชอบ
    "ครั้งนี้ดูเหมือนจะยิ่งร้ายกาจกว่าเดิม เพราะมีจุดยืนแข็งกร้าวชัดเจน ด้วยการออกมาวิจารณ์ในเรื่อง ขนบประเพณี ศาสนา ทหาร หรือแม้แต่เรื่องของสถาบันฯ ที่คนไทยส่วนใหญ่เขายกไว้เหนือหัวเหนือเกล้า นี่ยังไม่นับพรรคการเมืองเก่าใหม่ ที่แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย ด้วยแผนแยกกันเดิน แล้วรวมกันตีทำทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ เพื่อให้ได้กลับมามีอำนาจ เช่น ผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมตอนดึกสงัด สั่งการเผาบ้านเผาเมืองโดยมีคลิปเป็นหลักฐานคาตา บงการจำนำข้าวจนเสียหายไป 5 แสนล้าน ล่าสุด ก็คือการดึงเอาสถาบันฯ มาเกี่ยวข้องกับการเมือง เชื่อเถอะครับ ทักษิณยังอยู่ แม้ว่าตัวจะหนีไปต่างประเทศก็ยังคงวนเวียนไม่ไปไหน เราต้องเรียนรู้บทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่เจ็บแล้วต้องรู้จักจำให้ดี” นายสุเทพระบุ.


นี่คือ............ ความพยายามสร้าง "หลักฐานเทียม" เพื่อนำไปเสริมวาทกรรม "ประยุทธ์ทำอะไรก็ไม่ผิด" ของฝ่ายค้าน

วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"