เมื่อฮ่องกงตัดสินใจตั้ง สำนักงานการค้าที่กรุงเทพฯ


   

    ผมพบคุณ แคร์รี่ หล่ำ “ผู้บริหารหญิงแกร่ง” ของฮ่องกง เมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อสอบถามว่าเธอเห็นอะไรดีในไทยจึงจะมาตั้งสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าในไทย
    เป็นแห่งที่ 3 ในอาเซียน (นอกเหนือจากสิงคโปร์และอินโดนีเซีย)
    และได้ข่าวว่าไทยต้องแข่งกับเวียดนามด้วย...ลงท้ายเธอตัดสินใจเลือกไทย
    “เพราะไทยมีจุดแข็งหลายอย่าง ที่สำคัญคือความสนิทสนมระหว่างคนของฮ่องกงกับไทยที่มีมายาวนาน” เธอบอกผม
    ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ไทยเป็น “ประตู” สู่อาเซียนหลายประเทศ อันหมายถึง CLMV คือ กัมพูชา, ลาว, พม่าและเวียดนาม
    ขณะที่ไทยถือว่าฮ่องกงเป็น “ประตู” สู่จีน อันเป็นตลาดใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
    หากเชื่อมไทยกับฮ่องกงก็จะได้ประโยชน์สำหรับทั้งสองฝ่ายอย่างไม่ต้องสงสัย
    แคร์รี่ หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงนำคณะเอกชนและภาครัฐมาเยือนไทย 27-28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ” กับไทย
    รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มองว่าฮ่องกงเป็นประตูเจาะเข้าตลาดจีนและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกงที่กำลังจะมีผลบังคับใช้
    ซึ่งจะนำไปสู่การที่ไทยจะเริ่มลดภาษีนำเข้าสินค้า 6,300 รายการ เป็น 0% ใน 3 ปีแรก
    มูลค้าการค้าไทย-ฮ่องกง ปี 2561 เท่ากับ 15,473.24 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่งออกไทยไปฮ่องกงเท่ากับ 12,523.61 ล้านเหรียญฯ ขยายตัว 1.83% นำเข้า 2,949.63 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 1.38% จากปีก่อน
    สรุปว่าไทยได้ดุลการค้าฮ่องกง 9,573.98 ล้านเหรียญฯ
    ที่น่าสนใจคือ Greater Bay Area หรือ GBA ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจเชื่อมฮ่องกง, มาเก๊า และเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงในกวางตุ้งทางใต้ของจีน
    ไทยอยากจะให้เชื่อม GBA กับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ของไทยด้วย
    มาเยือนครั้งนี้มีการลงนามใน MoU ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานไทย 4 ฉบับคือ
    ความร่วมมือด้านพัฒนา startups
    การจัดตั้ง Smart City อันมีผลจากการขับเคลื่อนและประสานงานของกระทรวงอุตสาหกรรม 3 ฉบับ ได้แก่
    1.Innospace (Thailand) กับ HKTDC
    2.Innospace (Thailand) กับ Hong Kong Cyberport
    3.Innospace (Thailand) กับ Ho & Partners Architects Engineers & Development Consultants Limited (HPA)
    เอ็มโอยูฉบับที่ 4 เป็นการลงนามระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BoI กับ HKTDC เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสการลงทุนและการจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุนระหว่างสองฝ่าย
    พรุ่งนี้จะได้พูดถึงบทบาทของแคร์รี่ หล่ำ ที่ฮ่องกง ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทและบารมีอันกว้างขวางของสาวใหญ่ที่คร่ำหวอดรอบด้านคนนี้.


ทฤษฎี "ตาบอดไม่กลัวเสือ" ของทักษิณ ทำให้พรรคการเมืองหนึ่ง ได้ครองอีสานมาร่วม ๒ ทศวรรษ

'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ