พิสูจน์ความแกร่ง “มิตซูบิชิ ไทรทันใหม่” ผ่านหลายร้อยโค้ง ในเมืองเหนือ


   

ลังจากที่มิตซูบิชิ ไทรทันใหม่ เปิดตัวไปยอดขายสะสมถึงวันนี้กว่า 7,000 คัน ซึ่งทยอยส่งมอบให้ลูกค้า รุ่นขับเคลื่อน สองล้อยกสูง จะขายดีที่สุดอยู่ที่ 85% และอีก 15% เป็นรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 ประตู มิตซูบิชิไทรทันใหม่ มีรุ่นย่อยทั้งหมด 19 รุ่น โดยราคาเริ่มต้นที่ 654,000-1,099,000 บาท โดยแต่ละรุ่นจะมีออฟชั่นเพิ่มเติมให้ลูกค้าเลือกสรรตามความต้องการในการใช้งาน

มิตซูบิชิ ได้เชิญสื่อมวลชนกว่าร้อยชีวิต ร่วมทดลองขับมิตซูบิชิไทรทันใหม่ ที่ จ.เชียงใหม่ ผ่านเส้นทางหลายร้อยโค้งเพื่อพิสูจน์ความแกร่ง สมรรถนะของตัวรถ และความคล่องตัวแบบใช้งานจริง ทั้งการขับขี่ในเมือง การขับขี่เส้นทางออฟโรด รวมทั้งเส้นทางขึ้น-ลงเขาซึ่งทำเอาคนขับทั้งมึน-ทั้งมันส์ ไปกับโค้งตลอดเส้นทาง มีทั้งโค้งเล็ก โค้งใหญ่ โค้งพับผ้า ว่าง่ายๆคนขับสนุก ส่วนคนนั่งถ้าไม่รีบหลับก็นั่งมึนกับโค้งไปตลอดทาง เส้นทางสำหรับกิจกรรมทดลองขับครั้งนี้มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 220 กิโลเมตร เริ่มจากจุดปล่อยขบวนรถที่โรงแรมใน อ.หางดง สู่เส้นทางบนถนนสายหลักและถนนสายรอง เพื่อให้ได้สัมผัสสมรรถนะการขับขี่และการควบคุมของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ที่เหนือชั้นด้วยช่วงล่างปีกนกคู่ที่ด้านหน้า และช่วงล่างด้านหลังแบบแหนบแผ่นซ้อน รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนโช้คอัพเป็นขนาดที่ใหญ่กว่าเดิมเพื่อความสบายในขับขี่ที่นุ่มนวล การทดลองขับในครั้งนี้เป็นเส้นทางสู่พื้นที่บนแนวเขาสูงที่สุดในประเทศไทย เพื่อท้าทายคุณสมบัติและความครบครันของรถกระบะที่ได้รับการพัฒนาด้วยแนวคิด “แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค” ดีไซน์ที่สะท้อนความ “แกร่งดังหินผา”

ภายนอกดีไซน์ใหม่ดูบึกบึน มีความละม้ายรถในตระกูลอย่างรุ่นปาเจโร และเอ็กซ์แพนเดอร์ สำหรับมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ มีเอกลักษณ์โฉบเฉี่ยวด้วยดีไซน์ Advanced ‘Dynamic Shield’ อันเป็นแนวทางการออกแบบสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งมีรูปลักษณ์ล้ำสมัยทรงพลัง สะท้อนแนวคิดความแข็งแกร่งดุจหินผา ด้วยไฟหน้า Bi-LED พร้อมระบบปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติและไฟตัดหมอกซึ่งติดตั้งบนตำแหน่งที่สูงจากพื้นกว่า 700 มม. ช่วยลดโอกาสต่อความเสียหายเมื่อต้องขับขี่บนเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหรือจากเศษหินที่ลอยมาถูกด้านหน้าตัวรถ ส่วนของภายในห้องโดยสารออกแบบเรียบง่าย ตกแต่งด้วยวัสดุที่ให้ผิวสัมผัสนุ่มคุณภาพสูง และติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในจุดใช้งานได้คล่องมือ ปุ่มสัญญาณไฟฉุกเฉิน ติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นง่ายชัดเจน และสะดวกต่อการใช้งาน และยังมีช่องเก็บของและจุดวางเครื่องดื่ม รวมถึงการติดตั้งช่อง USB สำหรับผู้โดยสารทั้งตอนหน้าและตอนหลัง ภายในห้องโดยสารยังมีช่องระบายความเย็นติดตั้งบนเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เมื่อได้ทดลองตำแหน่งผู้ขับและผู้โดยสาร ทำให้รู้ว่าไทรทัน มีมุมมองและทัศนวิสัยที่โปร่ง จากการขับขี่น้ำหนักของพวงมาลัยแม่นยำ เมื่อขับแบบระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ การเกาะถนนถือว่าใช้ได้ระดับหนึ่ง ขับขี่สบายๆโค้งไม่จัดก็ขับเพลินๆตัวรถควบคุมง่าย แต่เมื่อสภาพถนนเปลี่ยนไปเข้าสู่ช่วงโค้งจัด ต้องหมุนพวงมาลัยตลอดเวลาแทบไม่มีทางตรง ได้ทดลองปรับเป็นแบบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้ความรู้สึกแตกต่างคือ ความหนึบมาเต็มทำให้มั่นใจมากขึ้น ส่วนความแม่นยำและน้ำหนักของพวงมาลัยควบคุมง่ายขึ้น ทำให้ขับสนุกมากขึ้น แต่ต้องแลกกับการเปลืองน้ำมันมากกว่าการขับเคลื่อน 2 ล้อ

การทดลองขับครั้งนี้ใช้เส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์ที่สูงชัน ทำให้ได้พิสูจน์แรงบิด ซึ่งมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ซึ่งอยู่ที่ 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที และพละกำลัง 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที เครื่องยนต์คลีนดีเซลรหัส 4N15 บล็อก 4 สูบ MIVEC VG Turbo ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 18 นิ้ว ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่ ยกระดับประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงด้วยการลดรอบเครื่องยนต์ต่ำลงขณะทำความเร็วสูง และเงียบกว่าเดิมขณะที่ยังคงความคล่องตัวเมื่อใช้ความเร็วต่ำ มาพร้อมระบบ Auto Stop and Go ซึ่งดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดนิ่งเพื่อช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในการทดลองขับครั้งนี้ยังสมบุกสมบัน ทั้งการขับขี่เลียบหน้าผาที่ปกคลุมไปด้วยผืนป่าที่แฝงไว้ซึ่งอุปสรรคสุดท้าทายหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางชันเปียกลื่น ตลอดจนสภาพพื้นผิวถนนแบบฝุ่น ขรุขระเป็นหลุมและบ่อโคลน ระยะทางช่วงนี้ราว 20 กิโลเมตร ขับขี่ไปจนผ่านหน่วยจัดการต้นน้ำแม่จอนหลวง ลัดเลาะขึ้นไปบนทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก เพื่อขึ้นสู่เส้นทางออฟโรดขุนวางที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 2,500 เมตร โดยจุดนี้ได้ทดลองระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล รวมถึงการควบคุมรถฝ่าอุปสรรคอย่างเหนือชั้น ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เทคโนโลยี Super Select 4WD II มาพร้อม 4 โหมดการขับขี่ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมโหมดออฟโรด 4 รูปแบบ ได้แก่ Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock รวมถึงระบบล็อกเฟืองท้ายเพื่อสมรรถนะที่เหนือระดับบนเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายและสมบุกสมบัน

และเมื่อถึงเส้นทางลงเขาอันลาดชัน ได้ใช้ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพื่อรักษาความเร็วรถให้คงที่ขณะลงทางลาดชัน รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันทันสมัยอื่นๆ ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว โดยอาศัยกล้องและระบบเรดาร์เลเซอร์ตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนข้างหน้า ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตาพร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน เพื่อเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถอยู่ด้านข้างขณะเปลี่ยนเลน ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด ตรวจจับว่ามีรถยนต์กีดขวางขณะถอยหลังหรือไม่ และระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุเมื่อเหยียบคันเร่งไปข้างหน้าหรือถอยหลังโดยไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ยังได้ทดสอบระบบความปลอดภัยอื่นๆ ได้แก่ กล้องมองภาพรอบคัน ที่ใช้กล้อง 4 ตัวจับภาพรอบคันพร้อมภาพมุมสูงที่แสดงสิ่งกีดขวางรอบคัน และเซ็นเซอร์กะระยะจอด เพื่ออำนวยความสะดวกในการจอดรถ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ครบครันด้วยระบบความปลอดภัยอีกมากซึ่งรวมไปถึง ระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ

มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ มากับสโลแกน “แกร่ง ลุย ทุกอุปสรรค” จากการทดลองขับครั้งนี้เรียกว่าสอบผ่านและสร้างความประทับใจให้สื่อมวลชนที่เข้าร่วมทดสอบทริปนี้ อย่างไรก็ตามหากคุณอยากรู้ถึงความแกร่ง ลุย ทุกอุปสรรค คงต้องทดลองขับด้วยตัวคุณเอง เพราะไม่มีใครจะเข้าถึงความรู้สึกได้ดีเท่าตัวคุณได้ทดลองเอง

แกลลอรี่


จำกันไว้ง่ายๆ นะ...........ปี ๒๕๖๒ นี้วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน เป็นวัน "เข้าพรรษา"และวัน/เดือน/ปี เดียวกันนี้

ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'