รถไฟไทย-จีนก้าวไปอีกขั้น


เพิ่มเพื่อน    


    ถือเป็นความสำเร็จไปอีกหนึ่งก้าว แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ ก็ดูเหมือนว่าหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ก็ไม่ได้ปล่อยเกียร์ว่าง เฉกเช่นกระทรวงคมนาคม ที่มีผู้บริหารที่ขยันขันแข็งอย่างเช่น "อาคม เติมพิทยาไพสิฐ" รมว.คมนาคม ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง ชนิดที่ว่าไม่ว่างเว้นกันเลย จนในที่สุดได้มีการลงนามสัญญาการก่อสร้างงานโยธาที่ 2-1 ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กิโลเมตร ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท  ซีวิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
    สำหรับการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) ระหว่างมูลค่าสัญญา 3,114.98 ล้านบาท  โดยคาดเริ่มก่อสร้างได้เดือนเมษายน 2562 สัญญาก่อสร้าง 540 วัน
    ขณะที่ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทางรวม 11 กิโลเมตร แบ่งเป็นคันทางรถไฟระดับดิน ประมาณ 7 กิโลเมตร โครงสร้างทางรถไฟยกระดับประมาณ 4 กิโลเมตร ศูนย์ซ่อมบำรุงทาง 1 แห่ง งานระบบระบายน้ำ งานรื้อย้ายราง ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และงานอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับโครงการ  โดยได้กำชับเรื่องการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตทางรถไฟ จึงไม่มีปัญหาและใช้เวลาไม่นาน
    ก็ต้องยอมรับว่าโครงการนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้แจ้งผู้รับเหมาทราบถึงความสำคัญของโครงการที่มีโครงข่ายเชื่อมโยงกับประเทศในอาเซียนและในภูมิภาค คือ ไทย-ลาว และเชื่อมจีน และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวและผู้โดยสาร รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และลดระยะเวลาในการเดินทาง สัญญาที่ 2-1 นี้ ถือเป็นความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการ ในส่วนของการก่อสร้างที่ได้มีการเจรจาทำความเข้าใจแบบและมาตรฐานวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ
    แต่ก็ออกตัวแทนบริษัท ซีวิลฯ ว่าที่ผ่านมาก็ได้มีการร่วมมือในการก่อสร้างหลายโครงการ เช่น มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-โคราชมาแล้ว ซึ่งโครงการรถไฟไทย-จีนมีมาตรฐานสูง และไม่เคยดำเนินการในประเทศไทย ดังนั้นเรื่องคุณภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีที่ปรึกษาของจีนคุมงาน เนื่องจากใช้เทคโนโลยีและขั้นตอนการก่อสร้างไม่เหมือนกับเทคโนโลยีทั่วๆ ไป
    อย่างไรก็ตาม กลับมาพูดถึงโครงการดังกล่าว ปัจจุบันมีการออกแบบการก่อสร้างช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาแล้วเสร็จทั้ง 252 กม. โดยแบ่งสัญญาก่อสร้างเป็น 14 สัญญา โดยสัญญาแรก ระยะทาง 3.5 กม. กรมทางหลวงเป็นผู้ก่อสร้าง ส่วนสัญญาที่ 2-1 นี้เป็นงานแรกที่เปิดประมูลหาผู้รับเหมามาก่อสร้าง ส่วนที่เหลือ 12 สัญญา ขณะนี้กำลังทยอยออกทีโออาร์ และจะเปิดประมูลก่อนสงกรานต์ใน 5 สัญญา และอีก 7 สัญญา จะประมูลให้เสร็จในเดือนเมษายน 2562 หรือก่อนสงกรานต์ ซึ่งการแบ่งสัญญาก่อสร้าง เป็นระยะทางสั้นๆ เพื่อให้การก่อสร้างได้เร็ว
    ด้าน นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าฯ รฟท. โครงการดังกล่าวขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาแล้ว ในสัญญาที่ 1 ช่วงกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร งานก่อสร้างคืบหน้าไปกว่า 45% ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในกลางปีนี้ ที่ผ่านมาในระยะทาง 3.5 กม. เนื่องจากเป็นการทำครั้งแรก จะต้องมีการปรับตัวในการทำงานร่วมกันระหว่างกรมทางหลวง (ทล.) กับ รฟท.
    หลังจากนี้จะเร่งส่งมอบพื้นที่ และการเลือกที่ตั้งไซต์งานเพื่อให้เหมาะสม ส่วนวัสดุ Geo Textile ที่ต้องนำเข้าจากจีนเพียงอย่างเดียวเนื่องจากในประเทศไทยไม่มีผลิตจำหน่าย ไม่น่ามีปัญหา โดยจะนำไปใช้สำหรับบริเวณที่ต้องใช้ประกอบงานดินตัด หรือชั้นดินที่มีเศษเลน โคลน ที่อยู่ชั้นล่างสุด
    อย่างไรก็ตาม หลังลงนามสัญญา เอกชนจะต้องจัดทำแผนการดำเนินงาน และวางแบงก์การันตี 10% ของค่างานตามเงื่อนไข ขณะที่ รฟท.จะเร่งเตรียมพื้นที่เพื่อส่งมอบ และส่งหนังสือแจ้งบอกกล่าวให้เริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP) ให้ผู้รับจ้างเข้าพื้นที่ เป็นการเริ่มต้นงานก่อสร้างตามสัญญา และตามเงื่อนไขจะมีการจ่ายค่างานล่วงหน้า (advance payment) จำนวน 15% ของมูลค่างาน หรือกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการในขั้นตอนของเงินกู้
    ขณะที่ผู้บริการ บริษัท ซีวิลเอ็นจิเนียริง จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อม ทั้งด้านบุคลากร เครื่องจักร และทุกๆ ด้านที่ต้องมีให้พร้อมสำหรับการก่อสร้างประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ บริษัทพร้อมเข้าซื้อเอกสารประมูลสัญญาที่เหลือของรถไฟไทย-จีน เพราะถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของผู้รับเหมา ส่วนจะยื่นเคาะราคาในสัญญาไหนบ้าง จะต้องดูความพร้อมในขณะนั้นด้วย ซึ่งเชื่อว่าผู้รับเหมาทุกรายที่สนใจจะมีจุดแข็งของตัวเองที่จะเข้าแข่งขันประมูล
    นี่ก็ถือเป็นความภาคภูมิใจของผู้ที่ได้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ สำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ และถือเป็นโครงการแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จากนี้ไปถือเป็นความหวังและความฝันของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่จะได้มีโอกาสได้นั่งรถไฟความเร็วสูงในไม่ช้านี้.

กัลยา ยืนยง


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก