บ่อนทำลาย!'โบว์'ชี้นิ้วยุบ'ทษช.'ต้องยุบ'พปชร.'ด้วยเพราะ'บิ๊กตู่'ทำรัฐประหารเป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตย


เพิ่มเพื่อน    

 9 มี.ค.62- ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Bow Nuttaa Mahattana ว่า กกต.และศาลรัฐธรรมนูญจะใช้บรรทัดฐานเดียวกันกับทษช. ในประเด็นความ ”อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย” กับการพิจารณายุบพรรคพลังประชารัฐหรือไม่?

เพราะหากเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน แนวการตัดสินที่อาจเป็นไปได้คือ พรรคพลังประชารัฐจะถูกยุบเนื่องจาก การเสนอชื่อหัวหน้าคสช.เป็นแคนดิเดทนายกของพรรคนั้นเป็น ”การอาศัยสิทธิเสรีภาพที่ได้มาจากรัฐธรรมนูญ ให้มีผลย้อนกลับมาทำลายหลักการพื้นฐาน บรรทัดฐาน คุณค่า และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเสียเอง" โดยคัดลอกจากคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติมาได้เลย เพราะ

หัวหน้าคสช. ได้อำนาจจากการรัฐประหาร เป็นบุคคลที่อาจถือว่าไม่มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ การเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวให้มีโอกาสสืบทอดอำนาจที่ได้มาด้วยวิธีการดังกล่าวซึ่งเป็นความผิดฐานกบฏก่อนตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์และออกกฎหมายนิรโทษกรรมตนเอง จึงเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายและสร้างบรรทัดฐานที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย

หัวหน้าคสช. ยังสามารถใช้อำนาจรัฐในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็ม และใช้อำนาจหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 ออกคำสั่งใดๆให้เป็นกฎหมายได้ โยกย้ายข้าราชการได้ และใช้งบประมาณโดยปราศจากการตรวจสอบและอนุญาตโดยกกต.ได้ ซึ่งผิดไปจากหลักการใช้อำนาจของรัฐบาลที่พึงเป็นรัฐบาลรักษาการก่อนการเลือกตั้งที่มีอำนาจจำกัด จึงเป็นปัจจัยที่เชื่อได้ว่าจะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบอันจะนำสู่การเลือกตั้งที่ไม่เสรีเป็นธรรม เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจของกลุ่มตน เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายหลักการประชาธิปไตย และขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

หัวหน้าคสช.มีส่วนในกระบวนการคัดเลือกส.ว. 250 คน ที่จะมีส่วนร่วมในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีกับส.ส.จากการเลือกตั้งโดยประชาชน 500 คน ตามที่ได้จัดการร่างไว้ในรัฐธรรมนูญ การเสนอชื่อหัวหน้าคสช.เป็นแคนดิเดทนายกของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งที่ 1 ใน 3 ของรัฐสภาที่จะโหวตเลือกนายกเป็นส.ว.จากการแต่งตั้งด้วยวิธีเช่นนั้น “จึงเป็นการกระทำที่ย่อมเล็งเห็นได้ว่าจะส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรม” ขัดกับหลักการสิทธิทางการเมืองที่เท่าเทียมกันของพลเมืองตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมถึงขัดเจตนารมณ์ขององค์ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญ ตามที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ว่ามีพระราชประสงค์มอบอำนาจให้ประชาชน ไม่ใช่เพื่อคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด

รัฐธรรมนญฉบับปี 2560 มุ่งลดเงื่อนไขความขัดแย้งเพื่อให้ประเทศมีความสงบสุขรู้รักสามัคคีปรองดองภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยและประเพณีการปกครองที่เหมาะสมของไทย อีกทั้งรัฐธรรมนูญได้รับรองบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของปวงชนอย่างกว้างขวาง... อย่างไรก็ตามการใช้สิทธิเสรีภาพต้องไม่บั่นทอนรัฐธรรมนูญ หรือทำลายคติรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เสื่อมโทรมไป (ลอกจากคำวินิจฉัยยุบพรรคทษช.)

การเสนอชื่อหัวหน้า คสช. เป็นแคนดิเดทนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นการกระทำที่ “อาจเป็นปฏิปักษ์” ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการ”เซาะกร่อนบ่อนทำลาย” หลักการประชาธิปไตยพื้นฐานที่เป็นสากล บั่นทอนและขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขัดหลักธรรมมาภิบาล และเป็นการสร้างบรรทัดฐานกับพัฒนาการประชาธิปไตยในประเทศไทยให้ ”เสื่อมโทรม หยุดลง หรือถึงกับสูญสิ้นไป ซึ่งหาควรปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่” จึงควรมีคำสั่งให้ยุบพรรค 

ใช่หรือไม่?

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก