'แอน'ตื้นตัน กับอีกก้าวสำคัญของตระกูล'มิตรชัย'


   

 

          ศาลาเฉลิมกรุงเปิดเวทีโรงมหรสพหลวงส่งเสริมศิลปะการแสดงลิเกรอบปฐมฤกษ์แห่งปี ชมความสนุกสนาน สีสันครบรส ผ่านเรื่องราว ขุนช้างขุนแผน ถ่ายทอดตามแบบฉบับลิเกเนื้อแท้ จากคณะลิเกไทยแท้ผู้สร้างตำนานลิเก เดอะ มิวสิคัล ที่แรกของโลก เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพลายบัวลักนางแว่นแก้ว ในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 รอบ 14.00 น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง พบกับ 3 ทหารเสือลิเกไทย ไชยา มิตรชัย ,แอน มิตรชัย และ มิตร มิตรชัย พร้อมกับนักแสดงสมทบจากคณะลิเก ไชยา-แอน มิตรชัย เต็มวง ซึ่งแอน มิตรชัย ได้พูดถึงความตื้นตันใจในครั้งนี้ให้ฟังว่า

          "การแสดงลิเกที่ศาลาเฉลิมกรุง เป็นการได้รับเกียรติในชีวิตและเป็นการแสดงที่แอนและครอบครัวจารึกไว้ในใจ รวมถึงแฟนลิเกของครอบครัวมิตรชัยทุกท่าน เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้กันดีว่า ไม่ใช่เรื่องทั่วไปที่การแสดงแขนงลิเกหรืออีกหลายแขนงจะได้มีโอกาสมายืน ณ จุดนี้ การแสดงในรอบปฐมฤกษ์ เบิกโรงมหรสพหลวง จึงสร้างความปิติให้แก่ครอบครัวแอน และชาวคณะอย่างล้นพ้น

          ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่ยังคงมอบโอกาสและความไว้วางใจให้ครอบครัวมิตรชัย และเราจะไม่ทำให้ผู้ชมที่ซื้อบัตรเข้ามาชมผิดหวัง แอนและทุกคนตื่นเต้นที่สุดเราพยายามที่จะสร้างสรรค์งานให้ออกมาดียิ่งๆ ขึ้นไปเพื่อเป็นการสืบสานงานลิเกที่ครอบครัวแอนยึดมั่นมาตลอดชีวิต ทุกครั้งที่แอนได้แต่งชุดลิเกแสดงให้ทุกคนได้ดูทั้งเมืองไทยและต่างประเทศ จะมีความภูมิใจและดีใจเสมอว่าเราได้โชว์ศิลปะของไทยให้ทุกคนได้เห็น ในครั้งนี้นับเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่อีกครั้งเมื่อแอนได้มาเป็นส่วนหนึ่ง ณ สถานที่อันเป็นศูนย์กลางด้านศิลปะวัฒนธรรมของไทยอย่างแท้จริง

          ไม่อยากให้คนไทยพลาดการแสดงในครั้งนี้นะคะ มาร่วมกันสืบสานศิลปะและความบันเทิงของไทยไปกับ คณะมิตรชัย ในสถานที่อันทรงคุณค่าแห่งนี้กันนะคะ เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร 02-224-4499 และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาค่ะ"

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @annmitchai_official


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'