ปาร์ตี้ลิสต์ทษช.นัดสุมหัว หาทางไปต่อเมินโนโหวต!


เพิ่มเพื่อน    


     “เรืองไกร” ยังติดใจยุบ ทษช. เตรียมร้องบิ๊กตู่! ตรวจสอบ “ชัช ชลวร” จาตุรนต์ลั่นไม่เอาโนโหวต เพราะคะแนนจะตกน้ำของจริง หมอเชิดชัยรีบโบ้ยหากเขตใดโหวตโนไม่ใช่จัดตั้ง ปูด 11 มี.ค. อดีตปาร์ตี้ลิสต์เตรียมถกอนาคตไปอย่างไร “จตุพร” ยกมือเชียร์มาถูกทาง
     เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ให้สัมภาษณ์ว่ายังติดใจมติยุบพรรค ทษช.ของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคนยื่นคำร้องทักท้วงว่าบุคคลหนึ่งในองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคือ นายชัช ชลวร พ้นจากตำแหน่งด้วยการลาออกมาตั้งแต่เดือน ส.ค.2554 แล้วหรือไม่ แต่ไม่ได้รับการพิจารณา โดยในวันที่ 11 มี.ค. จะไปยื่นเรื่องให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ตรวจสอบว่านายชัชมีสถานะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าไม่มีขอให้หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 พิจารณาออกคำสั่งให้นายชัชไม่มีสถานะ และมีคำสั่งให้เพิกถอนมติของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ยุบพรรค ทษช.ต่อไปด้วย    
     ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรค ทษช. ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ถึงกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย ว่าไม่เสนอโนโหวต และเชื่อว่าอดีตผู้สมัคร ทษช.ไม่มีใครเสนอโนโหวต เพราะอันนั้นจะตกน้ำของจริง เราจะเสนอให้ประชาชนร่วมกันหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. เลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อตั้งรัฐบาลมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยการทำกิจกรรมจะไม่ใช่การเคลื่อนไหวมวลชนเพื่อกดดันใครทั้งสิ้น
“กิจกรรมของกลุ่มก้าวต่อไปฯ ไม่ใช่การระดมมวลชนเพื่อแสดงพลังทางการเมืองใดๆ แต่จะเป็นการเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันแก้ปัญหาประเทศที่หนักหนาสาหัสมาตลอด 5 ปีมานี้ด้วยการกาบัตรในวันที่ 24 มี.ค. หยุดการสืบทอดอำนาจ เลือกฝ่ายประชาธิปไตย” นายจาตุรนต์ทวีต
    ขณะที่ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ทษช. กล่าวถึงกรณีอดีต 9 แกนนำของพรรค ทษช.เตรียมเปิดเวที 4 ภาคว่า หลังจาก ทษช.ถูกยุบ กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ก็ยังมีสมาชิกพรรคที่ไม่ถูกตัดสิทธิ์ ในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ย่อมมีสิทธิ์ทำกิจกรรมการเมืองต่อไปได้ ซึ่ง ทษช.มีจุดยืนชัดเจนในการต่อต้านเผด็จการ ไม่สนับสนุนในการสืบทอดอำนาจ จึงเป็นที่มาของการเปิดเวที 4 ภาค แต่ละภาคจะจัดในจังหวัดใดบ้างนั้น ยังไม่มีการกำหนดออกมา โดยการเปิดเวทีอาจเข้าข่ายชุมนุมทางการเมืองที่คาบเกี่ยวกับพระราชบัญญัติชุมนุมสาธารณะ ซึ่งว่าก่อนจะเปิดเวทีคงทำหนังสือไปถึงทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขออนุญาตก่อน และไม่อยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือฝ่ายต่างๆ มองในแง่ร้าย ที่มีการพูดกันว่าจะเป็นการเปิดเวทีเพื่อรณรงค์ส่งคะแนนให้พรรคโน้นพรรคนี้ มันคงส่งให้กันไม่ได้
     “ในวันที่ 11 มี.ค. อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ทษช.บางส่วนจะหารือถึงทิศทางหลังจากนี้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เบื้องต้นผู้สมัครเดิมจากพรรคที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค สามารถไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่ศรัทธาได้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคประชาชาติ รวมทั้งยังเป็นผู้ช่วยหาเสียงก็ยังได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้หารือกันว่าใครจะไปอยู่ที่ไหนบ้างอย่างไร”
     เมื่อถามว่ามีการพูดถึงการที่พรรค ทษช.อาจเทคะแนนไปให้บางพรรคการเมือง นพ.เชิดชัยกล่าวว่า การจะไปเทคะแนนให้บางพรรค เหมือนกับการไปเทน้ำ คงทำไม่ได้ จะไปบังคับให้ประชาชนเลือกพรรคโน้นพรรคนี้ได้อย่างไร คงอยู่ที่ความสมัครใจ ประชาชนศรัทธาพรรคในฝ่ายประชาธิปไตยพรรคไหน ก็เลือกพรรคนั้น แต่จะไปบอกให้ไปเทให้พรรคอนาคตใหม่นั้นมันจะทำได้หรือ ไปบอกแล้วประชาชนจะเชื่อหรือ คำว่าเทคะแนนก็มาจากสื่อ แต่ทางพรรคไม่ได้มีการหารือกันในเรื่องนี้  
     ถามถึงยุทธศาสตร์การรณรงค์ให้ประชาชนลงคะแนนโหวตโนให้ชนะในบางเขตที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ และพรรค พท.ส่งผู้สมัครเข้าแข่งขันใหม่ได้ นพ.เชิดชัยกล่าวว่า ถ้าประชาชนเขาพร้อมใจกันก็ทำได้ เป็นเรื่องของประชาชน ไม่เกี่ยวกับพรรคจะไปรณรงค์ แต่หากเกิดกรณีดังกล่าวในหลายเขต อาจทำให้ตั้งรัฐบาลช้า เมื่อตั้งรัฐบาลช้า คสช.และทหารก็ยังอยู่ในอำนาจไปอีก แต่ถ้ามี ครม.ใหม่แล้ว ทหารต้องกลับกรมกอง รวมทั้งอำนาจมาตรา 44 ก็คงจะหมดไป เรื่องนี้คงต้องไปดูในรายละเอียดกันในแต่ละท้องที่ว่าฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยเยอะหรือไม่ คงเป็นเรื่องของประชาชน ไม่เกี่ยวกับทางพรรค
นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ทษช. กล่าวว่า ทราบว่าในวันที่ 11 มี.ค. อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทษช. นัดหารือ แต่ยังติดภารกิจ จึงไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย ส่วนอนาคตการเมืองจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดนั้น ขอตั้งหลักก่อน ยังไม่ได้ตัดสินใจ   
     ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์ได้มีการเปิดเพจเฟซบุ๊ก ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย โดยนำภาพของอดีตแกนนำพรรค ทษช. 9 คนมาขึ้นรูปโปรไฟล์ พร้อมแสดงความเห็นทางการเมืองของนายจาตุรนต์  และโพสต์ข้อความลงเพจยืนยันว่าจะยึดหลักการตามเจตนารมณ์ที่นายจาตุรนต์ได้ประกาศ คือ 1.หยุดยั้งอำนาจเผด็จการ คสช. และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 2.กรรมการบริหาร รวมถึงอดีตสมาชิกที่ลงสมัคร ส.ส.หมดสถานะ เหลือฐานะเป็นเพียงประชาชนที่ยังมีสิทธิดำเนินการต่างๆ ทางการเมืองได้ 3.ผู้สมัครยังอยู่ในส่วนการปรึกษาหารือในการจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง 4.จะเปิดเวทีสนับสนุนให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 5.จะทำกิจกรรมในภาคต่างๆ ทั่วประเทศ แม้ไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแล้ว ซึ่งในระยะเวลาที่เหลือกว่า 10 วัน เราจะเปิดเวทีอย่างน้อย 4 เวที 4 ภูมิภาค แต่จะมีมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนต่อไป และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
     นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ (พ.ช.) กล่าวถึงกรณีอดีตแกนนำ ทษช.ตั้งกลุ่มก้าวต่อไปฯ คนในอดีตพรรค ทษช.ทำถูกแล้ว ที่ใหญ่กว่าพรรคการเมืองคือประชาธิปไตย ที่เราต้องพาประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทยโดยเร็ว และเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เพราะเคยระบุว่าคะแนนของพรรค ทษช.จะไม่สูญเปล่า จะยังคงอยู่ที่ฝ่ายประชาธิปไตย และเป็นดุลยพินิจสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะตัดสินใจเลือกพรรคฝั่งประชาธิปไตย ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพรรคเพื่อชาติ เป็นพรรคใดก็ได้ 
     “โปรดท่องไว้ว่าเลือกพรรคเพื่อชาติพา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กลับบ้าน นี่เป็นการแก้ไขตามแนวทางสันติวิธีตามหลักการประชาธิปไตย วันที่ 24 มี.ค. ถ้าพี่น้องต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปพักผ่อนได้แล้ว เพราะ 5 ปีถือว่าได้สิทธิ์มากกว่าคนอื่น ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์”
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เป็นสิทธิของแกนนำพรรค ทษช. ที่ประชาชนต้องตัดสินใจ แต่มองว่าอำนาจที่สืบทอดโดยแท้จริงคือคะแนนเสียงประชาชน แม้วันนี้จะมีความพยายามที่ทำให้เห็นว่า พรรค พปชร.เป็นพรรคที่สืบทอดอำนาจ แต่การได้รับเสียงสนับสนุนให้เป็นรัฐบาลต่อนั้น ทำได้อยู่ทางเดียว คือการได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จึงอยากชี้แจงประชาชนว่า พรรคเดินเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ความไว้วางใจจากประชาชนถือเป็นการเข้าสู่อำนาจ อำนาจไม่ได้มาจากวิธีการอื่น เพราะถ้ามาด้วยวิธีการอื่น จึงจะเรียกว่าการสืบทอดอำนาจ.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.