การเมืองส่อเดดล็อก 'มาร์ค'ยํ้าจุดยืนหลังเลือกตั้ง'ปชป.'ไม่เอาประยุทธ์-เพื่อแม้ว


เพิ่มเพื่อน    


    “ประยุทธ์” อารมณ์ดีเปิดใจรับเป็นคนตลก แต่ซีเรียสเวลาทำงาน ไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง วันหน้าจะลงพื้นที่พบประชาชนมากขึ้น แจงวาทกรรม “สืบทอดอำนาจ” ทุกพรรคการเมืองก็ทำกันอยู่ ไม่เช่นนั้นจะกระสันเป็นนายกฯ หรือ ข้องใจเผด็จการตรงไหน ตั้งแต่เข้ามามีแต่พวกละเมิดกฎหมายที่เดือดร้อน “อภิสิทธิ์” ย้ำไม่เอาบิ๊กตู่ แต่อย่าโยงจับมือทักษิณ-เพื่อไทย เด็ก ปชป.สอนน้องช่อย้อนเกล็ดให้เคลียร์เรื่องธนาธรอยากพาแม้วกลับดีกว่า “วันชัย” อัดเละมาร์คตัดช่องน้อยแต่พอตัว ถามผู้ใหญ่ในพรรคหรือยัง
    เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างอารมณ์ดี โดยใช้เวลาตอบคำถามสื่อมวลชนเกือบ 40 นาที ซึ่งก่อนตอบคำถาม พล.อ.ประยุทธ์ได้กระเซ้าสื่อมวลชนว่า พอเห็นคำถามของสื่อ แม้เป็นคำถามที่น่าสนใจ แต่ต้องขอเวลารวบรวมสติของตัวเอง เพราะการเป็นนายกฯ ประเทศนี้ต้องไร้ความรู้สึก โมโหใครไม่ได้ วันนี้จึงลดบทบาทความเป็นทหารให้มากที่สุด ไม่ใช่เพื่อการเมือง แต่ต้องห่วงสุขภาพตัวเอง ถ้าเครียดมากเดี๋ยวเป็นอะไรไปอีกก็จะลำบาก ครอบครัวก็ลำบากไปด้วย
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการปรับลุคส์ตัวเองผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่า หลายคนถ้ารู้จักตนจะรู้ว่าเวลาทำงานเป็นคนเอาจริงเอาจัง อาจไม่มีรอยยิ้มบ้าง แต่เวลาที่อิสระ อยู่กับเพื่อนฝูง โดยเฉพาะกับครอบครัว เป็นคนตลก สามารถพูดตลกได้ และซีเรียสก็ได้ แต่ด้วยภาระหน้าที่บางครั้งก็เปลี่ยนไม่ทัน ขอความเห็นใจบ้าง สิ่งที่ค่อนข้างซีเรียสมีเรื่องเดียว คือการทำงาน ต้องเอาจริงเอาจัง เพราะอยู่มาตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีสุดท้าย ปัญหายังไม่จบสิ้น ซึ่งค่อนข้างซีเรียส เพราะถือว่าเรื่องของกฎหมายและความมีระเบียบวินัยของคนในชาติเป็นสิ่งสำคัญ ขอให้เข้าใจกันบ้าง
    “ผมเป็นคนอารมณ์ดี หัวเราะ ยิ้มง่าย เว้นแต่สื่อจะสร้างภาพลักษณ์ของผมอย่างไร เวลาผมหน้ายิ้ม สื่อไม่ชอบนำเสนอ ชอบเวลาที่ผมหงุดหงิดชี้ไม้ชี้มือ คนก็มองว่ากลายเป็นเผด็จการ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า ที่ผ่านมาค่อนข้างเก็บตัว เพราะไม่อยากเป็นภาระทั้งในเรื่องทีม รปภ.และยานพาหนะต่างๆ รวมทั้งไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย เพราะส่วนใหญ่ก็รู้จักตน อยากไปนั่งดื่มกาแฟสักทีเพื่อดูว่าการค้าขายเป็นอย่างไร แต่จะไปสักทีก็ลำบาก วางตัวก็ลำบาก ยืนยันไม่ใช่คนถือตัว ไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง พยายามไปพบปะประชาชนทั้งในวันนี้และวันหน้า
    นายกฯ ย้ำว่า ไม่เคยสบายใจตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ไม่ได้ปฏิเสธการทำงาน เพราะทั้งหมดถือเป็นความรับผิดชอบ ตลอดเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าบางครั้งก็ทำให้เครียด เนื่องจากมีหลายอย่างที่ต้องแก้ วันนี้เราพูดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำทั้งหมด บางเรื่องต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะติดขัดข้อกฎหมาย และต้องฟังเสียงประชาชน ซึ่งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ทำอย่างไรจะลดความขัดแย้งให้มากที่สุด
“ลุงตู่”ขอความเป็นธรรม
    เมื่อถามว่า ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะมีคำแนะนำอย่างไรในการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้มีกฎหมาย มี พ.ร.บ. มีระเบียบบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว ขอเพียงว่าใครก็ตามที่จะมาเป็นนายกฯ ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ตามอำนาจในการบริหารที่มีธรรมาภิบาล และต้องขอความร่วมมือทุกคนที่จะมาร่วมรัฐบาล ให้ช่วยกันปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง ทำให้ประชาชนไม่เกิดความขัดแย้งเป็นพวกนี้พวกโน้น เป็นพวกนายกฯ หรือไม่ใช่พวกนายกฯ ทั้งหมดคือคนไทย ไม่เช่นนั้นพอการเมืองมีปัญหา ประชาชนก็จะมีปัญหาไปด้วย เพราะต่างคนก็รักชอบพอ คนละอย่าง คนละพวก วันนี้จึงต้องแก้ไขใหม่ทั้งหมดด้วยการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้ช่วยกันพิจารณาให้ดี ทำอย่างไรที่จะทำให้ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ไม่ใช่ 1-2 ปีแล้วเลิก ทุกคนชอบของใหม่กันตลอด แล้วเริ่มใหม่กันมากี่ครั้งแล้ว ถอยหลังถอยหน้ากันอยู่แบบนี้ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้งค่อยว่ากันขึ้นอยู่กับประชาชนต้องการผู้นำแบบไหน รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคทุกคนก็รู้จัก ก็ต้องไปดูว่าจะพิจารณาใคร พอใจใคร มีผลงานเป็นรูปธรรมอะไรบ้าง แต่ก็ขอให้ความเป็นธรรมกับตนเองด้วยว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการลงไปช่วยพรรค พปชร.หาเสียงว่า ก็ต้องดูข้อกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แม้บอกว่าไปได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังตัวเอง เพราะในฐานะที่เป็นตัวเลือกก็ต้องพิจารณาว่าจะทำอะไรได้แค่ไหน เพราะไม่อยากให้มีข้อขัดแย้งอีก ไม่อยากให้ฟ้องร้องและปัญหาในอนาคต ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีวันจบหรอกประเทศไทยช่วงนี้ต้องลดราวาศอกกันบ้าง ถ้าจับจ้องกันหมดทุกเรื่องก็จะเป็นอยู่แบบเดิม สิ่งดีๆ จะไม่เกิดขึ้น และที่เห็นทุกวันนี้ การออกหน้าสื่อทุกช่องล้วนเป็นความขัดแย้งทั้งสิ้น ยืนยันว่าจะไม่ไปขัดแย้งกับใคร หน้าที่ของตนคือทำให้ประเทศชาติปลอดภัย
    นายกฯ ยังกล่าวถึงการส่งบทกลอนไปยังเวทีปราศรัยของพรรค พปชร.ที่จังหวัดนครราชสีมา ว่าเป็นสิทธิ เพราะเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนอยู่แล้ว มีการแต่งกลอนโน่นนี่ไปเรื่อย ใครอยากเอาไปใช้ประโยชน์อะไรก็ได้ ทำในฐานะนักกลอนคนหนึ่ง จะไม่ให้ทำอะไรเลยหรืออย่างไร ทีคนอื่นทำนั่นทำนี่โครมๆ ไม่เห็นสื่อไปว่ากันบ้าง จ้องแต่นายกฯ อย่างเดียว วันนี้ก็พยายามแยกบทบาทของตัวเองระหว่างหน้าที่นายกฯ และผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ยอมรับว่ายากเหมือนกัน โดยเฉพาะการเป็นนายกฯ ของประเทศนี้
    “เมื่อก่อนมีแบบนี้หรือไม่ ทั้งหมดก็ออกไปหาเสียงกันโครมๆ ไม่เห็นมีใครว่า ในอดีตก็ทำกันมาโดยตลอด นายกฯ ที่มาจากการเมืองออกไปหาเสียงกันโครมๆ ผมยังเคยต้องไปดูแลเขาเลยตอนเป็นทหาร” นายกฯระบุ
    เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรใกล้โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งโพลยังหนุนให้นั่งนายกฯ ต่อ แต่คะแนน พปชร.ยังตามพรรคอื่น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มันสุดท้าย แต่ก็ยังไม่ท้ายสุด วันนี้จะโค้งสุดท้ายอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็ขอขอบคุณที่โพลยังหนุนให้นั่งนายกฯ ต่อ ขอบคุณประชาชนที่สนับสนุน แต่ก็อยากรู้ว่าจริงหรือเปล่า เพราะโพลก็คือโพล แต่ก็ต้องขอบคุณ แต่ขอให้รักประเทศชาติมากกว่า เพราะสำหรับตนเองแล้ว สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องมาเป็นหลัก และประชาชน คือจิตที่มั่นในการทำงานตลอดไป ถ้ายังได้มีโอกาสทำงานก็แค่นี้ 
แจงเรื่องสืบทอดอำนาจ
    “ช่วงนี้ผมถึงต้องพยายามทำตัวให้เครียดน้อยลง ไม่เช่นนั้นเส้นเลือดในสมองแตกตายไปแล้ว ถ้าไปมัวฟังการวิจารณ์ตรงนั้นตรงนี้ ฟังหาเสียงมาด่าผมบ้าง ผมก็ไม่เคยไปด่าตอบใครสักคน ก็ขออย่าไปให้ความสนใจมากนัก ถ้าผมสนใจทุกเรื่อง ป่านนี้ผมตายไปแล้ว วันข้างหน้าเขามีกฎหมายอยู่แล้ว ไม่อยากให้ใช้”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วาทกรรมสืบทอดอำนาจ เรื่องนี้ยอมรับว่ามันพูดยาก การสืบทอดอำนาจทางการเมืองเขาก็ทำกันอยู่ ไม่เช่นนั้นทุกคนอยากเป็นนายกฯ หรือมีพรรคการเมืองใดไม่อยากเป็นนายกฯ ไม่อยากเป็นรัฐบาลบ้าง ก็สืบทอดอำนาจทางการเมืองเหมือนกันนั่นแหละ ของตนเองที่มามันอาจจะคนละแบบ อย่าลืมว่าเป็นนายกฯ ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก็เป็นนายกฯ ไปแล้ว ไม่ใช่หัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหารเสียเมื่อไหร่ ถ้าวันนั้นไม่มีรัฐธรรมนูญออกมา ไม่ทำให้เรียบร้อย หยุดสถานการณ์ไม่ได้ก็เป็นกบฏสิ เพราะฉะนั้นมันจบไปแล้วตั้งแต่ตรงโน้น จากนั้นก็เป็นนายกฯ ตามกฎหมาย อย่าไปย้อนแย้งกลับไปกลับมา มันจะไม่จบเสียที ต้องดูว่าเป็นนายกฯ แล้วทำอะไรไปบ้าง ทำความเสียหายอะไรให้กับประเทศบ้าง ที่ไม่ได้เป็นไปตามวาทกรรมที่พูดกันออกมา
    “ผมมีผลงานเยอะแยะ หากให้พูดก็คงพูดไม่หมด  แล้วลองถามคนที่พูดว่าผมเป็นเผด็จการ ถามดูว่าตั้งแต่เข้ามาประชาชนผู้ประกอบการเดือดร้อนอะไรหรือเปล่า ทุกคนยังดำเนินชีวิตตามปกติ แม้แต่การประท้วงหลายครั้งก็สามารถทำได้ เว้นแต่บางคนที่ละเมิดกฎหมาย อย่าลืมว่าการจะทำประชาธิปไตยอะไรก็ตาม ต้องไม่ละเมิดกฎหมาย อย่าอ้างประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่ได้ รัฐบาลต่อไปต้องเป็นแบบนี้ เราเคยชินกับรัฐบาลแบบที่อะไรก็ได้ การทำอะไรให้ประชาชนรักอย่างเดียวมันง่าย”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า การทำงาน 4-5 ปีที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชาของตนเองคือประชาชน ในทางการเมือง นายกฯ คือผู้รับอาสาเข้ามาทำงานด้วยความเต็มใจที่อยากจะมา แต่ตนมาเพราะความจำเป็น ต้องแยกให้ออกว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น อย่าเพิ่งลืมก่อน 22 พ.ค.2557 เข้าทำเนียบฯ กันมาได้ง่ายหรือ การค้าขายตามท้องถนนทำได้หรือไม่ ปัญหาการจราจรติดขัด อย่าเอาทุกอย่างมาปนกัน ถ้าทำงานมาแล้วไม่ดีเลย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เศรษฐกิจก็แย่ลง ก็เป็นอีกเรื่อง แต่วันนี้เศรษฐกิจและจีดีพีดีขึ้นทุกตัว เว้นแต่ปัญหารายได้น้อยที่ต้องปรับโครงสร้างอีกหลายเรื่อง อยากให้เข้าใจความตั้งใจของตน ต้องยอมรับว่าปัญหาหลายอย่างแก้ยาก แต่ก็จะทำต่อ ถ้ามีโอกาสก็จะทำให้
    สำหรับกรณีการวิจารณ์ถึงท่าทีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวย้ำในระหว่างลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ไม่ไปตอบโต้ใครทั้งนั้น เพราะได้แถลงครบถ้วนแล้ว ยืนยันว่าการตัดสินใจประกาศจุดยืนของพรรคเพื่อนำประเทศออกจากวังวนของความขัดแย้ง เพราะเงื่อนไขความขัดแย้งในอนาคตจะเกิดจากเรื่องการสืบทอดอำนาจกับการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งพรรคชูเรื่องประชาธิปไตยสุจริต
ย้อนอนค.กลับไปส่องกระจก
    “เราพูดจุดยืนชัดเจน ฉะนั้นการที่บอกว่าเราไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรเลยกับการที่ไปจับมือกับนายทักษิณ หรือพรรคเพื่อไทย เราขึ้นเวทีกับพรรคเพื่อไทยมาหลายเวที ทั้งสองฝ่ายยืนยันตรงกันว่าไม่มีการจับมือ และไม่ร่วมกันก็ชัดเจนอยู่แล้ว” นายอภิสิทธิ์กล่าว และว่า การประกาศจุดยืนไม่ใช่วาทกรรม เพราะคำขวัญของพรรคชัดเจนอยู่แล้วคือ “สจจ เว อมตา วาจา” เรารักษาคำพูด เราต้องเป็นแกนหลักในการนำพารัฐบาลเพื่อนำพาประเทศ ไม่ได้ปิดกั้นพรรคการเมืองอื่นๆ นอกเหนือจากเครือข่ายของนายทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย ใครที่อยากจะมาทำงานสนับสนุนเรา เราก็ทำงานได้ด้วย แต่เงื่อนไขคือเดินหน้าตามอุดมการณ์ นโยบาย และทิศทางของเรา
    นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ออกมาเรียกร้องให้ ปชป.ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร. แทนที่จะประกาศไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อย่างเดียว ว่านายอภิสิทธิ์พูดถึงหลักการจะร่วมรัฐบาลกับ พปชร.ไว้ชัดเจนว่าต้องไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และไม่หนุนการสืบทอดอำนาจ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่โฆษกพรรค อนค.เคยไปพูดไว้ในเวทีดีเบตที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ดังนั้นถ้าคิดในมุมของโฆษกพรรค อนค. ที่กล่าวหาหัวหน้าพรรค ปชป. ก็ต้องย้อนกลับไปถามว่าด้วยหลักการเดียวกันนี้ อนค.หวังใช้ พปชร.ดันหัวหน้าพรรคตัวเองเป็นนายกฯ ด้วยใช่หรือไม่ เพราะพร้อมร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร. ถ้าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์และการสืบทอดอำนาจ
    “แทนที่โฆษกพรรคอนาคตใหม่จะมาตั้งคำถามกับ ปชป. ให้ไปหาคำตอบมาชี้แจงประชาชนดีกว่าที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคคิดรื้อฟื้นคดีทักษิณขึ้นมาใหม่ และบอกว่าต้องใช้ผู้พิพากษาที่เป็นกลางนั้นหมายถึงอะไร ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่ไม่เคยพูดเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันของทักษิณและเครือข่าย แต่กลับมีแนวคิดไม่แตกต่างอะไรกับลิ่วล้อนายทักษิณ ที่เคยพยายามจะทำจนนำไปสู่ความวุ่นวายในบ้านเมือง กระทั่งจบลงที่การรัฐประหาร มีจุดยืนทางการเมืองที่เดินเคียงข้างพรรคเพื่อไทยใช้วิธีก้าวร้าว แบ่งแยกประชาชน จะนำประเทศไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่ ผมอยากให้ย้อนมองดูตัวเองก่อน แล้วค่อยมาวิจารณ์คนอื่น” รองโฆษก ปชป.กล่าว
    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ประกาศจุดยืนว่า ชัดเจนดี เพื่อคนจะได้เอาไปตัดสินใจประกอบการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับพรรคที่ชัดเจนว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจทั้งตัวบุคคลและอุดมการณ์
    ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรค พท. ระบุว่า ถ้าพรรค ปชป.กลายเป็นพรรคต่ำร้อย นายอภิสิทธิ์ยังยืนยันจะรับผิดชอบโดยการลาออกหรือไม่ และเมื่อลาออกแล้วจะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรค ปชป.ยังไม่มีมติพรรคในการไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเปิดทางให้หลังเลือกตั้งสามารถมาร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร. หรือกลับลำไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ได้ ถ้าจะให้เกิดความชัดเจนควรให้เป็นมติพรรคในการยืนยันท่าทีโดยเร็ว
    นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร ส.ส.เขต พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้นายอภิสิทธิ์อย่ากลืนน้ำลายตัวเอง ไม่เช่นนั้นต่อไปคำพูดของนายอภิสิทธิ์จะไม่มีใครเชื่อถืออีก เหมือนนักการเมืองบางคนที่เคยประกาศเลิกเล่นการเมืองแล้วกลับมาตั้งพรรคการเมือง และประกาศชัดเจนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์
ซัด'มาร์ค'ตัดช่องน้อย
    ส่วนนายวันชัย สอนศิริ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โพสต์เฟชบุ๊กในเรื่องนี้ว่า เป็นการทิ้งไพ่ตายก่อนโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง และทำให้ตายจริงๆ ทั้งคนในและนอกพรรคงงเป็นไก่ตาแตกว่าหัวหน้าพรรคกินยาผิดสำแดงหรืออย่างไร เพราะที่พูดจาปราศรัยอย่างนี้ ไม่ต่างอะไรกับหัวหน้าพรรคเด็กใหม่ๆ อย่างนายธนาธร ที่หวังแต่สร้างภาพให้ดูดี เรียกคะแนนจากคนบางกลุ่มโดยไม่คำนึงถึงความจริงทางการเมือง
    “ท่ามกลางการเมืองที่แบ่งเป็นขั้วกันชัดเจนเช่นนี้ หันไปทางซ้ายก็เพื่อทักษิณ หันมาทางขวาก็เป็นซีกไม่เอาทักษิณ เอาประเทศชาติเป็นสำคัญ แล้วคุณอภิสิทธิ์จะเอาอะไรที่ประกาศมาเช่นนั้น ถามผู้หลักผู้ใหญ่และสมาชิกของประชาธิปัตย์แล้วหรือยัง หรือรู้อยู่แล้วว่าถึงอย่างไรประชาธิปัตย์ก็ได้ไม่ถึง 100 เสียง ซึ่งคุณอภิสิทธิ์ก็ต้องลาออกอยู่แล้วจึงพูดเป็นการทิ้งไพ่ตายเพื่อจะได้ตายไปตามคำประกาศ แต่ลืมนึกถึงคนในพรรคประชาธิปัตย์ว่าเขาจะคิดอย่างไร ถ้าพูดกันแบบไม่เกรงใจก็เหมือนเป็นการตัดช่องน้อยเฉพาะตัวหรือเปล่า” นายวันชัยโพสต์
    นายวันชัยระบุอีกว่า เรื่องสืบทอดอำนาจเผด็จการนั้น ก็เป็นเรื่องที่พูดกล่าวหาเอามันเท่านั้นเอง เพราะหลังเลือกตั้งแล้ว แม้ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกฯ ก็ไม่มีทางเป็นเผด็จการได้ ต้องถูกควบคุมกำกับดูแลจากนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งการประกาศของคุณอภิสิทธิ์ครั้งนี้ เป็นการเปลือยให้เห็นธาตุแท้ และทำให้รู้ว่าใครจะเป็นผู้สืบทอดอำนาจที่จะสร้างความขัดแย้งทางการเมืองต่อไปในอนาคตอย่างแท้จริง และจะทำให้หูตาของประชาชนสว่างขึ้น ตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ง่ายขึ้น
    ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แสดงความเป็นห่วงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในผู้สมัครบัญชีรายชื่ออันดับที่ 2 ว่าจะไม่ได้เป็น ส.ส. เนื่องจากจำนวน ส.ส.ที่พึงจะได้ของพรรค พท.เต็มกับ ส.ส.เขตไปหมดแล้ว นอกจากนี้นโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นนโยบายเก่าๆ ที่เหมือนไปเอาของบรรพบุรุษมาใช้ ไม่มีอะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม ผิดกับของเราที่ใหม่ สด และทำได้จริง
    "หลังเลือกตั้ง ตั้ง ครม.ได้ เราจะเอา พล.อ.ประยุทธ์ คสช. และมาตรา 44 กลับไป แต่จะเอาลุงตู่กลับมา เอาความแข็งแกร่งของท่านมาดูแลเรื่องความมั่นคง ส่วนการบริหารด้านอื่นๆ จะเป็นนักการเมืองมืออาชีพที่ช่วยกัน" นายสมศักดิ์ระบุ.


พรรคที่ "หล่อ" ในเกมการเมืองที่สุดในศตวรรษนี้ ต้องยกให้ "ประชาธิปัตย์" เป็นแกนนำรัฐบาล ก็สไตล์หนึ่ง เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็อีกสไตล์หนึ่ง

"ธรรมนัสกับจริยธรรม"
เมื่อ"เสือโทนี่"เป็น"อีแร้ง"
อยากย้ายประเทศใช่มั้ย?
ไฟลามทุ่ง 'ลามถึงศาล'
รอบนี้"คนแก่ขอก่อน"
"อย่าให้เสียชาติเกิด"