ชาติพัฒนา No problem เราไม่สร้างปัญหา แต่พร้อมแก้ปัญหา


เพิ่มเพื่อน    

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา

อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย

 

คำว่าชาติพัฒนา No problem ก็มองอยู่ 2 อย่างสำหรับ No problem คือหนึ่ง ไม่มีปัญหา เพราะไม่สร้างปัญหา รู้จักกฎเกณฑ์ กติกา ทุกอย่างตัดสินใจกันในสภาฯ ใช้เสียงข้างมาก ฟังเสียงประชาชน ตัดสินใจตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง ไม่นอกกรอบทำตัวให้มีปัญหา

             

เพียงเท่านี้แรงกดดันทางการเมือง หรือการเผชิญหน้าการเมืองก็วูบไปแล้ว ถ้าทุกพรรคการเมืองอยู่ในกฎเกณฑ์เหล่านี้

             

นอกจากตัวคุณไม่สร้างปัญหาแล้ว ปัญหาของประเทศชาติที่มีแน่ เพราะปัญหามีไว้ให้แก้ ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ จะต้องมีแนวทาง มีนโยบาย ประสบการณ์ บุคลากรในพรรคที่สามารถเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา จากที่มีปัญหา เพื่อแก้ให้ไม่มีปัญหา

             

คำว่าไม่มีปัญหา มองได้ 2 เรื่อง คือ พรรคชาติพัฒนาไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศ และสอง พรรคพร้อมแก้ไขปัญหาต่างๆ ในเชิงบริหารประเทศให้เรียบร้อย ที่จะเป็นเป้าหมายของชาติพัฒนาในการกำหนด Positioning ของพรรค คือไม่ได้มองว่าพรรคต้องได้ ส.ส.กี่คน แต่อยากให้พรรคอยู่ในสถานภาพอย่างนี้

             

ผมเชื่อมั่นเมื่อเรามีการเลือกตั้ง ก็หมายความว่าเราได้เปลี่ยนประเทศไปสู่การมีประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง การเป็นประชาธิปไตยคือเครื่องมือสำคัญที่จะบ่งบอกความเป็นสากลของประเทศ ซึ่งความเป็นสากลของประเทศวัดกันได้หลายปัจจัย เช่น เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความสำเร็จของการกีฬา การดูแลให้เกิดความเสมอภาค แต่ส่วนใหญ่ถ้าจะวัดกันเร็วๆ ก็จะวัดกันที่การมีประชาธิปไตย ผมเชื่อว่าถ้ามีการเลือกตั้งเมื่อใด เราก็จะกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย ถึงวันนั้น เราจะก้าวสู่ความเป็นสากล จะได้รับความเชื่อมั่น จะมีคนอยากมาลงทุนมาท่องเที่ยว

             

สิ่งที่จะได้ก็คือความมั่นใจที่มีต่อประเทศไทยจะกลับมา นักลงทุนและนักท่องเที่ยวจะกลับมา 

             

และต้องยอมรับว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานไว้เยอะ  โครงการใหญ่ๆ อย่างเช่นโครงการรถไฟความเร็วสูง, อีอีซี, รถไฟทางคู่, มอเตอร์เวย์, การก่อสร้างส่วนขยายสนามบิน, การลงทุนในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ 5 จีก็กำลังจะเกิด โครงสร้างพื้นฐานใหญ่ๆ ที่ทำไว้ เป็นการสร้างเสาเข็มให้กับการเติบโตของระบบเศรษฐกิจ

             

ทุกคนก็เห็นหมดว่าประเทศไทยได้มีการก่อสร้างโครงการต่างๆ เอาไว้ แต่ที่ผ่านมาที่ยังไม่เข้ามาเพราะเขาอาจเห็นว่ายังไม่มีการเลือกตั้ง

             

ผมก็มองว่าหลังเลือกตั้งเศรษฐกิจต่างๆ จะดีขึ้น เพราะความมั่นใจจะกลับมา ทั้งการลงทุน การท่องเที่ยวก็จะทำให้เศรษฐกิจต่างๆ รุ่งเรือง เพราะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่รัฐลงทุนไว้ตอนนี้กำลังรอการต่อยอด

             

หลังการเลือกตั้งถ้ามองในเชิงการพัฒนาประเทศ มองในเชิงเศรษฐกิจ ความมั่นใจ แง่มุมนักลงทุน ผมมั่นใจว่าประเทศไทยจะต้องดีขึ้น

             

ผมก็คิดว่าคนในพรรคการเมืองทุกคนต่างก็รักชาติ ทุกพรรคการเมืองมีความรักชาติบ้านเมือง นักการเมืองทุกคนก็คิดอยู่ในใจว่าปัญหาบ้านเมืองที่ผ่านมามันวุ่นวายเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็เพราะว่าการเมืองก็มีส่วนในการเป็นตัวแปรทำให้ปัญหามันเกิด แล้วจึงพลิกหมุนมาสู่เหตุการณ์ต่างๆ ที่เราไม่อยากให้เกิด

             

วันนี้ผมเชื่อว่าทุกคนก็คิดในใจ ฉายหนังย้อนอดีตก็คือได้ประสบการณ์ ได้บทเรียนว่าที่ผ่านมาการเมืองเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนคิดแบบนี้ เอาละถึงแม้ว่าความขัดแย้งยังมีอยู่ แต่เราก็ได้รู้แล้วว่า คราวที่แล้วเราไม่ควรทำเรื่องนี้ๆ ทุกคนมีบทเรียนหมด

             

ผมจึงเชื่อว่าด้วยความรักชาติ แม้ความขัดแย้งยังดำรงอยู่ แต่ผมก็เชื่อว่าคงไม่มีการทำอะไรที่จะไปขยายผล ไม่ใช่ว่าไปเก็บมานับหนึ่งกันใหม่ ทุกคนก็อยากเข้ามาสู่ระบบรัฐสภา เรามาจากการเลือกตั้ง เราก็ต้องฟังเสียงประชาชน เราก็ต้องรู้ว่าประชาชนอยากเห็นอะไร ทุกคนก็ต้องคิดถึงจุดนี้

             

สิ่งสำคัญคือจากวันนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ของการเลือกตั้ง ทำให้มองเห็นได้ว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเป็นทางออกของประเทศ จะทำให้คนไทยมีความสุข เศรษฐกิจดี จึงต้องช่วยกันประคับประคองให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

             

เลือกตั้งแล้วทุกคนยอมรับผล และเมื่อยอมรับการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะเดียวกันต่างประเทศยอมรับ ทุกคนต่างบอกว่า fair play ถ้าเป็นแบบนี้เราจะไปสู่จุดหมายจุดนั้น จึงอยากเห็นทุกฝ่ายช่วยให้ความเห็นเชิงสร้างสรรค์ ทำให้การบริหารการเลือกตั้งดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีความยืดหยุ่นกันบ้าง หนักนิดเบาหน่อยให้อภัยกัน แม้กระทั่งในสนามเลือกตั้งก็ทำตามกฎกติกา ถ้าทุกคนมีความมุ่งมั่นแบบนี้ผมเชื่อว่าประเทศไทยมีทางออก

             

พวกเราชาติพัฒนาจัดองค์กรสอดคล้องกับการปฏิรูปและความรู้สึกนึกคิดของประชาชน โดยให้คนหน้าใหม่เข้ามาบริหาร ขณะเดียวกันนักการเมืองที่มีประสบการณ์ก็คอยช่วยอยู่ เหมือนกับสร้างส่วนผสม ค็อกเทลให้เหมาะสม เพราะถ้ามีแต่คนใหม่ล้วนๆ ก็อาจไม่ดี ก็ต้องมีคนมีประสบการณ์ มีความเก๋ามาช่วย การที่เราสร้างค็อกเทล มีส่วนผสมที่ถูกต้อง ก็จะทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง

               

นำแนวทางของพลเอกชาติชาย ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคและมีจุดแข็ง 2 เรื่อง คือเศรษฐกิจกับความปรองดอง ที่เป็นปัญหาของประเทศในทุกวันนี้ ก็เลยคิดว่าบุคลิก  ผลงาน แนวทาง อุดมการณ์ ทิศทางต่างๆ ของพลเอกชาติชายเหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศ  จึงเป็นที่มาของสโลแกนที่ว่า พรรคชาติพัฒนา no problem.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"