อำมหิตแล่เนื้อทิ้งกระดูกลงห้วย! พบขาหลังเสือดำมัดเปรมชัย


   

14 ก.พ. 61 - นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยฯฉก.พญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข ผช.หน.อช.เอราวัณ  นายปิยะพงษ์ สืบเสน ผช. หน.  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่เนรศวรด้านตะวันตก กำลังทหารชุด ฉก.ลาดหญ้า พร้อมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ขึ้นเฮลิคอปเตอร์กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สนาม ฮ.เขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม) อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เดินทางเข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม

นายชัยวัฒน์  กล่าวว่าตนพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกเข้าตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มโดยเฉพาะจุดที่ก่อนหน้าที่มี พนักงานของบริษัท เดินทางเข้าไปติดตั้งเครื่องกรองน้ำที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่เนรศวรด้านตะวันตก เมื่อเดือน ธ.ค. 2559  แล้วพบเสือดำ นั่งอยู่กลางถนนจึงถ่ายคลิปไว้ และเจ้าหน้าที่ของ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ยังใช้กล้องดักถ่ายหรือคาเมร่าแท็ป ถ่ายภาพของเสือดำไว้ได้ ดังนั้นวันนี้ตนจึงนำเจ้าหน้าที่ของอุทยานลงพื้นที่ ตรวจสอบหาจุดที่พบเสือดำก่อนหน้านี้ ว่าอยู่บริเวณไหน และใช่เสือตัวเดียวกับที่ถูกยิงตายหรือไม่ 

เบื้องต้นเสือดำที่ถ่ายภาพไว้ได้นั้นยืนยันว่าเป็นเสือเพศผู้ และเสือตัวที่ถูกยิงตายนั้นคาดว่าเป็นเพศผู้เหมือนกัน  อายุ มากกว่า 5 – 10 ปีเป็นเสือที่โตเต็มวัย นอกจากนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงงมหากระดูกขาด้านขวาหลังที่คาดว่ากลุ่มของผู้ต้องหา จะต้องทิ้งลงในลำห้วยอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและพบที่จุดตั้งกล้อง ซึ่งเป็นจุดที่พบเสือดำบ่อย ห่างจากจุดชำแหละ 100 เมตร โดยตั้งไว้ 2 ฝั่งถนน เป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ซึ่งภาพแสดงให้เห็นเสือดำที่เดินผ่านลงไปลำห้วย และสังเกตเห็นลูกอัญฑะทำให้ทราบว่าเป็นเสือดำเพศผู้ สันนิษฐานว่าเป็นตัวเดียวกันกับที่โดนฆ่า เพราะโดยทั่วไปแล้ว เสือดำตัวผู้ 1 ตัวจะอาศัยอยู่ในรัศมี 40 ตร.กม. ซึ่งจากรอยกระสุนคาดว่า มีการซุ่มยิงจากถนนมุมกด 30 องศา อาจยิงจากบนรถ เพราะจากการตรวจสอบในบริเวณโดยรอบไม่พบการทำห้างยิงสัตว์ แต่อย่างใด

จากการตรวจสอบตามแนววิถีกระสุนในรัศมี 40 เมตร ยังพบรอยกระสุนที่ต้นไม้ 2 จุด ที่โขดหิน 1 จุด นอกจากนี้ยังพบหลักฐานอีก ประกอบด้วยกระจุกขนเสือดำ 1 กองและมูลเสือ 3 กองอยู่ในป่าใกล้บริเวณลำห้วยที่คาดว่าจะเป็นจุดชำแหละซึ่งก่อนหน้านี้ได้พบรอยกองเลือด และลำไส้หนัก 17 กก. ที่คาดว่าเป็นจุดที่หลังจากเสือดำโดนยิงแล้วธาตุไฟแตก ก่อนจะกระเสือกกระสนไปจนเสียชีวิต จากนั้นได้ไปที่จุดกางเต้นท์ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 400 เมตร โดยให้ เจ้าหน้าที่ 3 นาย ลงไปงมหาหลักฐานเพิ่มเติมในลำห้วยประชิข้างจุดกางเต้นท์ พบชิ้นส่วนลำไส้ จำนวนหนึ่งพร้อมกระดูกขาขวาหลัง 2 ท่อน โดยจมอยู่ในแอ่งน้ำ 1 ท่อน และอยู่ ริมตลิ่ง อีก 1 ท่อน

นายชัยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบเก็บหลักฐานพยานสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมทั้งหมดในวันนี้ พบชิ้นส่วนสำคัญที่เชื่อว่าเป็นกระดูกขาขวาหลังของเสือดำที่ขาดหายไป และลำไส้ใหญ่ของเสือดำ ที่งมหาเจอในลำห้วยประชิ คาดว่ากลุ่มผู้กระทำผิดมีการแล่ชิ้นเนื้อเพื่อไปปรุงอาหาร เหลือแต่กระดูกจึงโยนทิ้งในลำห้วย เพื่อปกปิดหลักฐาน 

"จากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้ทั้งหมดในวันนี้ นำส่งพนักงานสอบสวน พร้อมกับประสานให้เจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติมบริเวณที่พบหลักฐานเพิ่มอีกครั้ง" หัวหน้าหน่วยฯฉก.พญาเสือ  ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะเดินทางจากหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช ไปยังบริเวณห้วยประชิ หมู่ 4 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ โดยรถยนต์ของเจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก พบมูลหมี 1 กอง บริเวณหน้าด่านตรวจ และระหว่างทางได้พบฝูงกระทิง กำลังออกมาหากินอยู่บริเวณริมทางรถยนต์ จำนวน 3 ตัว ฝูงลิงกัง และพญากะรอก วิ่งกันอยู่บนต้นไม้จำนวนมาก ซึ่งการที่พบฝูงสัตว์หลายชนิด อยู่ใกล้ไม่ตื่นคน ทำให้ทราบว่าในบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศน์มาก รวมทั้งสัตว์ป่าก็ไม่เคยถูกไล่ล่าจากน้ำมือมนุษย์มาก่อน.


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?