อนาคตอันเก่าแก่


เพิ่มเพื่อน    

      เห็นว่าน่าจะมากันเยอะ...สำหรับการเลือกตั้งเที่ยวนี้ โดยเฉพาะถ้ามองจากการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อช่วงสองวันนี้ แต่ก็นั่นแหละ...จะเยอะออกไปในรูปไหน เยอะอย่างไร ดูเหมือนใครต่อใครก็ยังคงหวิวๆ เวิ้งๆ เดาไม่ออก-บอกไม่ถูก ว่าสุดท้ายมันจะเยอะแย่ เยอะแบบเลอะๆเทอะๆ หรือเยอะเยี่ยม เยอะแบบสดใส งดงาม กันแน่!!!

                                                                 --------------------------------------------------

      แต่ก็เอาเถอะ...ไม่ว่าจะเยอะแบบไหน เยอะอย่างไร การแสดงออกถึงความตื่นตัว รู้จักใช้สิทธิ์ ใช้เสียง รู้จักแสดงออกถึงความรับผิดชอบ ที่มีต่อบ้านเมือง ต่อสังคมส่วนรวม ก็ต้องถือว่า...เป็นอะไรที่น่าชื่นชม ยินดี ไปด้วยกันทั้งนั้น คือถ้าหากพวกเด็กๆ ที่มีอยู่ 6 ล้าน 7 ล้าน เค้าออกไปทางเยอะแบบเลอะๆ เทอะๆ อย่างน้อยพวกผู้ใหญ่ที่มีอยู่เกือบ 40-50 ล้าน ก็น่าจะพอช่วยถ่วงๆ รั้งๆ ช่วยยื้อยุด ฉุดดึง ไม่ให้อนาคตประเทศไทย ซึ่งก็คืออนาคตของพวกเด็กๆ เขานั่นแหละ ต้องกลายเป็น อนาคตหมด หรือ อนาคตไหม้ ไปก่อนกำหนดการ...

                                                                   ------------------------------------------------

      คือจะไปดุด่า ว่ากล่าว มันคงไม่พอ หรือคง เอาไม่อยู่ ซักเท่าไหร่ สำหรับพวกเด็กๆ ยุคนี้...เผลอๆ อาจเจอมันถีบกลับ เถียงกลับ คว้าเอากล้วย เอาซังข้าวโพด มาแจกเป็นหวีๆ เส้นๆ ขนาดระดับครูบาอาจารย์ นักคิด นักวิชาการ อย่างอาจารย์ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ยังแทบหงายหลังตกเก้าอี้ เมื่อเจอกับกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก ที่พวกเด็กๆ มันขนมาสาดใส่ ไม่ได้คิดสนใจวิชาการ วิชาเกิน ใดๆ เอาเลยแม้แต่นิด จะหันไปใช้คตินิยมโบร่ำโบราณ ประเภท รักวัวให้ผูก-รักลูกให้ตี ก็น่าจะผูกไม่ไหว ตีไม่ไหว เพราะมันเยอะแยะเหลือเกิน แถมยังพร้อมจะหันมาตีกลับ ถีบกลับ ซะอีกต่างหาก...

                                                                    ---------------------------------------------------

      แต่ทำไงได้...ในเมื่อเด็กก็ยังคงต้องถือเป็นเด็กไปตามแบบฉบับของมันนั่นแหละ เป็นผู้ที่ควรให้โอกาส ให้เวลา ให้ประสบการณ์ในชีวิตจริง ค่อยๆ ขัดเกลา กล่อมเกลี้ยง เคี่ยวกรำ กันไปตามสภาพ โดยที่ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ทั้งหลาย มีแต่ต้องคอยประคับประคอง คอยอุ้มชู ดูแล อยู่ห่างๆ พร้อมพยุงให้ลุก พร้อมให้ความรักและกำลังใจ ไม่ว่าเกิดความผิดๆ พลาดๆ ขึ้นมาในตอนไหน เมื่อไหร่ อันถือเป็นสิ่งปกติธรรมดาในเส้นทางชีวิต เส้นทางแห่งความเป็นมนุษย์ ที่คงไม่มีใครไม่เคยผิดๆ พลาดๆ มาก่อนเลย ส่วนจะไปชี้นิ้วสั่งโน่น สั่งนี่ สั่งให้ทำโน่น ทำนี่ มันคงไม่ถูกเรื่องกันซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเด็กยุคใหม่ๆ ที่มันคงไม่ยอมให้ผูก ให้ตี เอาง่ายๆ...

                                                                  -----------------------------------------------------

      เพราะแม้แต่เด็กยุคเก่า...ยุคที่กลายเป็นผู้ใหญ่ระดับ 60 ขึ้นไปแล้วด้วยกันทั้งนั้น ก็ยังไม่ยอมให้ผูก ไม่ยอมให้ตี ใครคิดผูก คิดตี ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ หนีเข้าป่า ไปซะเฉยเลย!!! ต้องหันไปคว้าเอ็ม 16 คว้าเอเค 47 มาใส่กันแบบแหลกลาญไปข้างๆ กว่าจะอาศัยเวลา อาศัยประสบการณ์ในชีวิตจริง ช่วยเคี่ยว ช่วยกรำ ช่วยขัด ช่วยเกลา ก็ต้องยืดเยื้อ คาราคาซัง ออกไปเป็นทศวรรษๆ แต่ก็ด้วยการให้ โอกาส ด้วยความรักและกำลังใจ ที่ผู้คนในสังคมไทย ไม่ว่ายุคไหนต่อยุคไหน ต่างมีให้แก่กันและกันมาโดยตลอดนั่นเอง ทุกสิ่งทุกอย่าง...ก็เลยค่อยๆ เข้าที่-เข้าทางกันไปตามลำดับ...

                                                                    ------------------------------------------------------

      หรือพูดง่ายๆ...ก็ด้วย ความเป็นไทย นั่นแหละ ด้วยความไม่คิดจะถือสา หาความ ไม่เกลียด ไม่โกรธ ไม่อาฆาต พยาบาท ซึ่งกันและกันจนเกินไป อะไรที่พอปล่อยได้ วางได้ ก็พร้อมที่จะปล่อย ที่จะวาง ไม่ถือเป็นเรื่องเคร่งเครียด ซีเรียส มากมายซักเท่าไหร่นัก บรรดาเด็กยุคเก่าๆหลายราย ก็เลยสามารถหวนกลับมาเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ระดับเป็นรัฐมนตรี รัฐมนโท สามารถใช้ประสบการณ์ในชีวิตจริง ใช้บทเรียนและทฤษฎีต่างๆ นำมาประยุกต์ ให้เหมาะสมกับสถานะตัวเองไปตามสภาพ คือจาก ทฤษฎีป่าล้อมเมืองและเข้ายึดอำนาจรัฐในท้ายที่สุด กลายมาเป็น ทฤษฎีป่าล้อมพรรคการเมืองและเข้ายึดตำแหน่งรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงในท้ายที่สุด ได้แบบชนิดลงตัวเป๊ะๆๆ...

                                                                     --------------------------------------------------------

      ด้วยเหตุนี้...ถ้าหากเด็กยุคใหม่ มันจะบ้าไปมั่ง เลอะไปมั่ง ก็คงต้องปล่อยให้มันว่ากันไปจนสุดสายป่านของมันนั่นแหละ อย่าไปโกรธ ไปเกลียด ไปอาฆาต พยาบาท ให้ต้องสูญเสียความเป็นผู้ใหญ่ และที่สำคัญต้องสูญเสีย ความเป็นไทย ลงไปอีกต่างหาก เพราะเรื่องของแนวคิด ความคิด ที่แม้จะเรียกให้สูงๆ ส่งๆ ว่าอุดมคติ อุดมการณ์ใดๆ ก็ตาม เอาเข้าจริงๆ แล้ว...มันย่อมเปลี่ยนไป เปลี่ยนมาได้เสมอๆ เปลี่ยนไปตามวัย ตามวุฒิภาวะ หรือแม้แต่ตามสภาวะแวดล้อม ที่ล้วนแต่ไม่ยืนยง คงที่ ไปด้วยกันทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ควรดำรง รักษาเอาไว้ ไม่ให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากนัก ก็คือการให้โอกาส ให้ความรักและกำลังใจ อันเป็นถือเป็นส่วนสำคัญของ ความเป็นไทย นั่นเอง...

                                                                       -----------------------------------------------------

      และภายใต้ โลกยุคใหม่ ที่แต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง มันเปลี่ยนแปลงได้แบบรวดเร็วเอามากๆ เรียกว่า...เดี๋ยวเดียวก็ ดิสรัปทีฟ กันชนิดแทบไม่รู้ว่ารุ่นไหนเป็นรุ่นไหน อะไรที่ดังๆ เดี๋ยวก็ดับวูบในช่วงระยะแค่ไม่กี่ปี กี่เดือน หรือบางครั้งแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ก็อย่าถึงกับต้องไปวิตก กังวล อะไรกันมากมาย ต่อบรรดาแนวคิดใหม่ๆ แปลกๆ ที่มันวูบๆ วาบๆ ไปตามกระแส หันมาช่วยฟื้นฟู รากฐาน จิตวิญญาณของ ความเป็นไทย ให้อยู่ยั้ง ยืนยง ให้มั่นคงเข้าไว้ ให้เป็นอันเป็นหนึ่ง อันเดียวกับ ความเป็นธรรม ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เดี๋ยวเดียว...ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็น่าจะดีๆ ไปเอง...

                                                                          ----------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Corrie Ten Boom... The tree on the mountain takes whatever the weather brings. If it has any choice at all, it is in putting down roots as deep as possible. - ต้นไม้บนภูเขาทนรับสภาพอากาศทุกประเภท ทางเลือกเดียวกันของมันก็คือ...ต้องหยั่งรากให้ลงลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้...

                                                                        -------------------------------------------------------


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"