'อภิสิทธิ์' เปิดที่มาจดหมายรัก 27 ปี เผยสะเทือนใจมากกับการหาเสียงครั้งนี้


   

21 มี.ค.62 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวถึงที่มาของจดหมายรัก 27 ปี โดยนายอภิสิทธิ์ได้เขียนบทความพิเศษนี้เผยแพร่ผ่านบล็อก Medium โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 วันนั้นผมอายุ 9 ขวบ นั่งอยู่หน้าจอทีวีขาวดำพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ สิ่งที่ผมจำได้แม่นเป็นภาพติดตาคือ พี่ๆนักศึกษาจำนวนมากที่อายุไม่มากกว่าผมเท่าไร ออกมารวมตัวกันเพื่อจะเรียกร้องอะไรบางอย่าง วันนั้นประเทศของเราหยุดนิ่ง รถเมล์ก็หยุด บนถนนร้างไปด้วยผู้คน

คุณพ่ออธิบายให้ผมฟังว่า พี่ๆเหล่านี้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้น ผมก็เห็นภาพที่พี่ๆนักศึกษาเหล่านั้นได้รับชัยชนะ เพราะพวกเขาสามารถขับไล่คนที่ครอบงำเสรีภาพและความไม่ถูกต้องออกไปได้ ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรแต่วันนั้น ผมเองรู้สึกตื่นเต้นมาก เป็นวันที่ผมเห็นกับตาตัวเองว่า คนตัวเล็กๆ เมื่อรวมกันแล้ว สามารถเป็นพลังบริสุทธิ์ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและเลือกชีวิตที่ดีได้ นั่นคือวันที่ผมคิดและเชื่อว่า คนตัวเล็กๆอย่างผม น่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลง และเป็นอีกคนที่เลือกสิทธิเสรีภาพแบบที่ผมเห็นได้

ตอนผมอายุ 11 ขวบ ผมฟังการถ่ายทอดการประชุมสภาเกือบทุกนัด เอาจริงคือฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง วันหนึ่งผมกำลังฟังประชุมสภา ก็ได้พบแรงบันดาลใจของผมในการเป็นนักการเมือง ผมได้ยินการอภิปรายของนักการเมืองท่านหนึ่ง ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาคือคนที่ ตรงไปตรงมา มีหลักการ ทำในสิ่งที่ควรทำและยอมรับในผลที่จะเกิดขึ้น เขาเปิดโลกใหม่ให้ผมเชื่อว่า ‘เราเลือกได้ เราก็เป็นแบบนั้นได้’ คนๆนั้น คือ คุณชวน หลีกภัยตั้งแต่ 11 ขวบ ….. ผมมีความฝันที่จะทำให้เป็นจริง คือทำให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยที่สุจริต ไม่คดโกง สิ่งที่ผมเชื่อไม่เคยเปลี่ยนเลย ตั้งแต่ 11 ขวบ คือ พลังจากตัวคนเล็ก ๆ ที่เลือกได้ และสามารถการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ จนถึงทุกวันนี้

คนชอบพูดและเชื่อกันว่า นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ที่มีความตั้งใจที่ดีเข้ามาในระบบ แต่เมื่ออยู่ไปพักหนึ่ง คนเหล่านั้นจะถูกพลังมืดดูดเข้าไปและท้ายสุดจะถูกกลืนแล้วกลายเป็นนักการเมืองที่ทุจริตและไม่ซื่อสัตย์อยู่ดี ผมไม่ได้เป็นคนจะท้าทายใคร แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมเองต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าความเชื่อผิด ๆ นั้น ไม่เป็นความจริงคือ สิ่งนี้มีจริงแท้และเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ คือ การมีนักการเมืองที่ตั้งใจและทำงานอย่างสุจริตและไม่คดโกง

ผมต้องการให้การทำงานตลอดระยะเวลาของความเป็นนักการเมืองของผมเป็นบทพิสูจน์ ทำให้ผมเชื่อใน ‘ประชาธิปไตยสุจริต’ จนถึงทุกวันนี้

ผมรู้สึกสะเทือนใจมากกับการหาเสียงครั้งนี้ แม้จะเดินหาเสียงมากว่า 27 ปี ก็ไม่เคยเห็นประชาชนวิ่งมากอดแล้วเล่าความทุกข์ยากให้ฟัง เสมือนหนึ่งว่า “ช่วยชีวิตฉันด้วย เศรษฐกิจมันแย่แล้ว ทุกอย่างมันแย่แล้ว”

ผมเข้าใจว่าผมก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเราทุกคน มีความฝัน มีความต้องการ มีความอยากได้เสรีภาพ ไม่ถูกควบคุม ผมเข้าใจว่า ‘คุณ’ รู้สึกแบบนั้น และอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและครอบครัว ผมเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง ผมเชื่อในความดี ความซื่อสัตย์ ความสุจริต เชื่อในเสรีภาพ เชื่อในการสร้างสิ่งที่สร้างสรรค์ การแก้ไขปัญหาได้ เผชิญความจริงได้ เราต้องเชื่อว่า เรามีประเทศที่มีเสรีภาพและไม่ทุจริตได้ พวกเราต้องเริ่มจากความเชื่อ แล้วเราจะเดินต่อไปได้ มันเหมือนกับคนสมัยก่อนที่มีความเชื่อว่า โลกแบน พวกเขาเลยกลัวในการเดินเรือออกไปไกล ๆ เพื่อเผชิญโลกใหม่ ๆ เพราะกลัวจะตกโลก ทำให้ชีวิตพวกเขาอยู่ที่เดิม แผ่นดินผืนเดิม แต่เมื่อวันที่เขาเชื่อใหม่ว่า โลกใบนี้กลม การเดินทางไกล การสร้างเรือเดินสมุทร การค้นพบสิ่งใหม่ การสร้างสิ่งใหม่ ก็เกิดขึ้นเพียงแค่จากความเชื่อนั้นเอง

ผมเริ่มต้นที่ความเชื่อ นำความเชื่อไปสู่การปฏิบัติ สุดท้ายก็คือความเชื่อที่ผมขอยืนยันว่า ‘เราต้องเชื่อก่อนว่า ประชาธิปไตยที่ดี ที่สุจริตนั้นมีจริง และเราเลือกได้ครับ’
 


เมื่อ ส.ส. "ไม่ รพช." ก็ดีไปอย่าง จะได้ตรวจสอบซึ่งกันและกัน สภาฯ สถานที่ออกกฎหมาย จะได้น่าเชื่อถือ

ไทยที่ "ดังและดี" ในตัวเอง
เส้นทางบรรจบ 'ประยุทธ์-ชวน'
จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน