เล่นเกม‘ธนาธร’ตกม้า! ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ยังคุมสื่อ


   

 ปล่อยให้เป็นข่าวตกม้าตายเพราะขาดคุณสมบัติ โอนหุ้นสื่อให้แม่หลังสมัคร ส.ส.ตลอดทั้งวัน ตกเย็น "ธนาธร"  โชว์ตราสารโอนหุ้น ยันโอนตั้งแต่ 8 ม.ค. 1 เดือนก่อนยื่นใบสมัคร ส.ส. 

    สำนักข่าวอิศรารายงานข่าวเรื่อง "ธนาธร-เมีย" โอน บ.วี-ลัค มีเดีย 900,000 หุ้น ให้แม่ก่อนเลือกตั้ง 3 วัน" โดยมีเนื้อหาระบุว่า ภายหลังจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2562 ถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินประมาณ 5 พันล้านบาท ก่อนรับตำแหน่งทางการเมือง โดยจะใช้แนวทาง Blind Trust คือโอนทรัพย์สินที่เป็นหุ้นไปให้ Trust หรือกองทุนเป็นผู้ดูแล โดยจะให้บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด เป็นผู้ดูแลทั้งหมด 
    ส่วนทรัพย์สินอื่น บ้าน รถ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันจะเก็บไว้ในนามส่วนตัว และยังบอกอีกว่าวิธีนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ Private Fund มาก่อน เป็นนวัตกรรม ยกระดับมาตรฐานแสดงความจริงใจให้เกิดต่อสาธารณชน
    กรณีของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ประกอบธุรกิจสื่อนิตยสารนั้น ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา w ww.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2562 นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ทำหนังสือถึงนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรุงเทพมหานคร ส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นชุดใหม่ ลงวันที่ 21 มี.ค.2562 ไม่มีรายชื่อ นายธนาธร และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด
    จากการตรวจสอบพบว่า นายธนาธรและนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โอนหุ้นที่ถือครองรวมกัน 900,000 หุ้น มูลค่า 9 ล้านบาท ไปให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาทั้งหมด
    ก่อนหน้านี้ วันที่ 30 เม.ย.2561 นายธนาธรถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น (15%), นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ถือ 225,000 หุ้น (5%) วันที่ 21 มี.ค.2562 ได้โอนหุ้น 900,000 หุ้นไปให้นางสมพรดังข้างต้น 
    นอกจากนายธนาธรและนางรวิพรรณแล้ว ในวันดังกล่าวมีบุคคลอีก 3 คน คือ นายณรงค์ศักดิ์ โอปิลันธน์, นายอรัญ วงศ์งามนิจ และนางกมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเดิมถือครองคนละ 225,000 หุ้น ได้โอนหุ้นให้นางสมพรในวันเดียวกันด้วย 
    ทั้งนี้ การโอนหุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการประกาศใช้แนวทางบริหารจัดการทรัพย์สินด้วยวิธี Blind Trust เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มี.ค.2562 จำนวน 3 วัน และก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.2562 จำนวน 3 วัน
    บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 10 ม.ค.2551 ทุนล่าสุด 45 ล้านบาท ประกอบธุรกิจสื่อนิตยสาร ที่ตั้งอาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ เลขที่ 1768 หมู่ที่ 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 
ลักษณะต้องห้าม
    ผู้ถือหุ้นล่าสุด ณ วันที่ 21 มี.ค.2562 จำนวน 5 คน 1.นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,250,000 หุ้น 2.น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น 3.น.ส.รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น 4.นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น และ 5.นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ 225,000 หุ้น
    อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ”
    ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพรรคอนาคตใหม่ ทางพรรคระบุเพียงว่า ขณะนี้ทางนายธนาธรและทางพรรคอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง   
    นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่า หากเป็นไปตามข่าวถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าถือจริงและโอนก่อนสมัคร ส.ส.หรือไม่ เพราะในวันที่ยื่นสมัคร ส.ส.ต่อ กกต. และในวันที่ กกต.ประกาศรับรองว่าเป็นผู้มีสิทธิ์สมัคร นายธนาธรจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 ทุกวงเล็บ
    “ผมไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร และไม่ทราบว่า กกต.รู้เรื่องนี้หรือยัง ซึ่งจะต้องไปเช็กกับตลาดหลักทรัพย์(ตลท.) ว่าแจ้งขายหุ้น โอนหุ้นเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม การขายหุ้นหรือโอนหุ้นจะต้องทำก่อนที่จะสมัครเป็นส.ส. จะมาโอนช่วง 3 วันก่อนหน้านี้ไม่ได้ ช่วงที่ กกต.เปิดรับสมัครจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เมื่อพบภายหลังว่าขัดก็จะต้องตัดชื่อออก เพราะหมดสิทธิ์” อดีต กรธ.กล่าว 
    นายชาติชายกล่าวต่อว่า อีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องพิจารณาคือ เจตนาหรือไม่ หากรู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม แต่ยังมาสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ก็จะผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 ด้วย อีกทั้งยังมีโทษทางอาญา ตามมาตรา 151 ความว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์รับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 1 หมื่นถึง 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
    นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng โดยมีเนื้อหาดังนี้ 
    สำนักข่าวอิศราได้รายงานข่าวเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 เวลา 19 นาฬิกาเศษ ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อนิตยสาร จำนวน 675,000 หุ้น (15%) และได้โอนหุ้นดังกล่าวไปให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 
แนะ กกต.ร้องศาลฎีกา
    ถ้าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง นายธนาธรก็ต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) ซึ่งบัญญัติว่า "เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ"
    เมื่อนายธนาธรต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงไม่มีสิทธิยื่นสมัครรับเลือกตั้ง การยื่นสมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2562 จึงเป็นการยื่นสมัครที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.เลือกตั้ง 
    คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งโดยด่วน เพราะนายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และหากได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ด้วย หากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติมากมาย
    การต้องห้ามมิให้รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.เลือกตั้งกรณีเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ นี้ ศาลฎีกาได้เคยมีคำสั่งไว้ ตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 1144/2562
    พ.ร.ป.เลือกตั้ง พ.ศ.2561 มาตรา 151 บัญญัติว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกําหนดยี่สิบปี
    ตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายความว่า การที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิรับเลือกตั้ง แต่ยังไปสมัครรับเลือกตั้ง มีโทษจำคุก 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,200 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
    นอกจากยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธินายธนาธรแล้ว ต้องดำเนินการสอบสวนและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องนายธนาธรต่อศาลที่มีอำนาจพิจารฌาพิพากษาคดีอาญา เพื่อพิจารณาพิพากษาโดยเร็วด้วย
    กรณีนี้ไปตรวจสอบหลักฐานที่สำนักงานหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีก็สามารถทราบได้ว่าข้อเท็จจริงที่สำนักข่าวอิศราเป็นความจริงหรือไม่ 
    ถ้าเป็นความจริง กระบวนการดำเนินการทางกฎหมายก็ต้องเป็นไปตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น 
    ขอให้ผู้ที่อ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่และคลั่งไคล้นายธนาธรประดุจเทพเจ้าผู้มาปลดเปลื้องประเทศไทยให้พ้นจากความด้อยพัฒนาไปสู่ความศิวิไลซ์ ต้องยอมรับคำวินิจฉัยของศาล ทั้งการเพิกถอนสิทธินายธนาธรในสมัครรับเลือกตั้ง และการลงโทษนายธนาธรในทางอาญา รวมทั้งการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
"ธนาธร"แจงโอน8ม.ค.
    "หวังว่าน้องฟ้าทั้งตัวจริงและตัวปลอมคงจะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเศร้าโศกเสียใจมากมายจนถึงกับทำลายชีวิตอันมีค่าของตนเอง หรือพากันสมัครยอมติดคุกแทนหากศาลพิพากษาลงโทษจำคุกนายธนาธร เพราะทางเรือนจำยินยอมให้กระทำไม่ได้" นายชูชาติระบุ
    ด้านนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ระบุว่า หากข้อมูลของสำนักข่าวอิศราถูกต้อง นายธนาธรอาจขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. กฎหมายให้โอนหุ้นสื่อทั้งหมดก่อนวันที่ 8 ก.พ.62 แต่นายธนาธรเพิ่งมาโอนหุ้นในวันที่ 18 มี.ค.นี้เอง"
    ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เผยว่า ถ้านายธนาธรโอนหุ้นให้แม่ในวันที่ 21 มีนาคม 62 ซึ่งหลังวันรับสมัคร 
ก็อาจถูกเพิกถอนการรับสมัครรับเลือกตั้ง!
    "ผมพยายามอ่านดูตามข่าว แต่ไม่ชัดเจนว่าวันที่ 21 มีนาคมเป็นวันอะไร คือหนึ่ง ถ้าเป็นวันโอนหุ้น ก็อาจถูกเพิกถอนการรับสมัครได้ สอง ถ้าโอนหุ้นกันมาก่อนรับสมัครและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 21 มีนาคม ก็ไม่ขาดคุณสมบัติ ซึ่งจะต้องดูจากตราสารการโอนหุ้น เพราะการขาดจากฐานะผู้ถือหุ้นจะมีผลเมื่อลงนามในตราสารโอนหุ้นและการโอนหุ้นเมื่อใดนั้น ต้องดูจากตราสารการโอนหุ้น เพราะกฎหมายบังคับให้การโอนหุ้นต้องทำเป็นหนังสือตาม ปพพ.1129 วรรค 2" นายไพศาลระบุ
    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า การที่นายธนาธรและภรรยามีหุ้นอยู่ในธุรกิจสิ่งพิมพ์หรือสื่อมวลชนดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าอาจเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ” ซึ่งศาลฎีกาเคยมีคำสั่งในลักษณะนี้ไว้แล้ว ตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 1144/2562 และ 1228/2562 ลงวันที่ 7 มี.ค.2562
          ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำคำร้องพร้อมพยานหลักฐานไปร้องต่อ กกต. เพื่อไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัย และเสนอต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งจากผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคอนาคตใหม่ต่อไป โดยสมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 25 มี.ค.2562 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ชั้น 1 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม.
    หลังตกเป็นข่าวตลอดทั้งวัน ต่อมาในช่วงเย็นนายธนาธรโพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพเอกสารตราสารโอนหุ้น ถึงกรณีที่มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวอิศราเรื่องนายธนาธรถือหุ้นสื่อก่อนโอนให้มารดาและภรรยาภายหลัง ซึ่งอาจจะขัดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญว่า "จากกรณีที่ผมถูกกล่าวหาว่าถือหุ้นวี-ลัค อาจขาดคุณสมบัติการลงเลือกตั้ง ผมขอชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน ผมและภรรยาได้โอนหุ้นไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา 1 เดือนก่อนยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง 
    เพราะฉะนั้นทุกท่านจึงไม่ต้องกังวลว่าเราจะมีปัญหาทางกฎหมายในเรื่องนี้ ขอให้มั่นใจว่าคะแนนที่ท่านกาให้กับพรรคอนาคตใหม่จะไม่สูญเปล่า แต่ทุกคะแนนเสียงจะเป็นการโหวตเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ.


บ้านเมืองเราในระยะนี้........จะมีเรื่อง "ทดสอบ-ท้าทาย" กฎหมายและอำนาจรัฐเกิดขึ้นบ่อย    อย่างเช่น "ผัวฝรั่ง-เมียไทย" คู่หนึ่ง 

"๕ จี" กับคำตอบ "ขยายค่างวด"
ว่าด้วยพิธี 'เสกน้ำอภิเษกรวม'
'นอเทรอดาม' กับปิยบุตร
สื่อฝรั่ง 'ถลกลาย' ฝรั่งเสือก
'ตี๋กร่าง' กับ 'บันทึกช่วยจำ'
กัญชาที่ภาครัฐละเลยปัญหา