'พรรคตระกูลเพื่อ'เสียงอ่อย


   


    เพื่อไทยผวา! ตั้งรัฐบาลไม่ง่าย พลังประชารัฐมาแรง ได้คะแนนเสียงเกินคาดหมาย เตรียมจัดแถว อนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ถ้าไม่ถึง 251 ก็อด ยอมรับพลังประชารัฐมีอำนาจต่อรองทุกอย่างสูงกว่า
    การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม ถูกจับตามองจากทั่วโลก โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากการเมืองไทยถูกแบ่งเป็น 2 ขั้ว คือกลุ่มต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับกลุ่มสนับสนุน คสช. ซึ่งคาดการณ์ว่าการจัดตั้งรัฐบาลอาจยืดเยื้อ เนื่องจากไม่มีพรรคการเมืองไหนชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากเด็ดขาด  
    ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ภายหลังจากไปใช้สิทธิเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว ได้เดินทางมายังสโมสรราชพฤกษ์คลับ นอร์ธปาร์ค เพื่อตีกอล์ฟร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่นที่ 12 ซึ่งตีกอล์ฟกันเป็นประจำ อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อนสนิทอีก 2-3 คน  ทั้งนี้ จากการสังเกตการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกรอบตีกอล์ฟอย่างอารมณ์ดี
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงหลักการที่พรรคชนะการเลือกตั้งอันดับ 1 จะมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อนว่า มันไม่มีหลักอะไรแล้ว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง เมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนด ก็ต้องใช้สถานการณ์หลายอย่างเข้ามาช่วยกัน 
    เมื่อถามว่า แต่โดยมารยาทแล้ว ควรที่จะให้พรรคที่ได้อันดับ 1 มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน รองนายกฯ ตอบว่า ไม่ตอบแล้ว มันไม่ใช่เวลาที่จะมาตอบตอนนี้ ทุกพรรคเขาก็พูดของเขาไปแล้วว่าเป็นอย่างไร 
    ถามย้ำว่า ตอนนี้ไม่ต้องใช้หลักอะไร เอาบ้านเมืองก่อนใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ ต้องใช้หลักอยู่ดี ใครจะจับกลุ่มกันก่อนก็จับกันไป แต่พอถึงเวลาเข้าในสภาแล้ว ก็ต้องมาพูดกันแล้วว่าโอกาสจะเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้หลังการเลือกตั้งจะเจอด่านแรก คือการเสนอชื่อนายกฯ ซึ่งส่วนตัวไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวพันกับพรรคใดบ้าง แต่ทุกพรรคได้มีการพูดคุยกันแล้ว ตนขอไม่ลงไปในส่วนที่เขาปฏิบัติ
    นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีใครกระหายอำนาจที่จะช่วงชิงการจัดตั้งรัฐบาล เพราะคนที่เป็นรัฐบาลต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้กับประชาชน และทุกคนอยากให้ประเทศเดินหน้า
    นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อมา มือถือตนยังไม่ดังเลย และยังไม่ทราบผลคะแนน ซึ่งคิดว่าทุกพรรคใจจดใจจ่อกับผลคะแนน ทั้งนี้ จุดยืนพรรคชาติพัฒนาไม่ปฏิเสธใคร เราพร้อมทำงานให้บ้านเมือง เพราะสถานการณ์การเมืองขณะนี้มีหลายขั้วมาก 
    "ผมยังเกรงว่าในเรื่องปัญหาการรวบรวมเสียงให้ได้ 250 เสียงเพื่อจัดรัฐบาล อาจต้องใช้เวลา ถ้าไม่มีพรรคได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ดังนั้นอยากให้ทุกคนมาช่วยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยกันเพื่อให้ได้รัฐบาล เพราะประชาชนรอฟังข่าวดี ว่าได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพมานำพาประเทศก้าวไปข้างหน้า" นายสุวัจน์กล่าว
    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ถ้าทุกพรรคเชื่อมั่นประชาธิปไตย เชื่อมั่นประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็สามารถปิดสวิตช์ 250 ส.ว.แต่งตั้งได้ ในสภาผู้แทนราษฎรได้เลย ด้วยการยกมือสนับสนุนนายกฯ ที่พรรคชนะการเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ ใครไม่ทำก็ถือว่าเปิดสวิตช์ให้ ส.ว.ทำงาน ประชาชนคงไม่พอใจ และรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็อาจนำมาซึ่งความไม่มั่นคง การเปิดสวิตช์ ส.ว.คือการเปิดสวิตช์ความวุ่นวายในสังคม
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคยืนยันในหลักการ เราจะร่วมงานกับพรรคที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ การเลือกตั้งออกมาอย่างไร แสดงว่าเป็นฉันทามติจากประชาชนว่าอยากให้ใครทำหน้าที่บริหารประเทศ เรายังยืนในหลักการ พรรคอันดับหนึ่งควรมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน และหวังว่า ส.ว. 250 คนจะได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์พี่น้องประชาชนผ่านการเลือกตั้ง 
    พรรคอันดับหนึ่งควรได้การจัดตั้งรัฐบาลก่อน เราไม่ได้มองว่ามาแข่งขันได้อำนาจ แต่เจตนาประชาชนเห็นอย่างไร ต้องฟังเสียงประชาชนด้วย ถ้าอย่างนั้นจะปล่อยให้มีการเลือกตั้งทำไม เราไม่ได้มาอยากแก่งแย่งชิงอำนาจ น่าจะเกรงใจประชาชน เกรงใจคนมาออกเสียงบ้าง
    "คนที่นั่งที่นี่ไม่ได้คิดห่วงตัวเองว่าได้เป็น ส.ส.หรือไม่ แม้แต่ดิฉันเองยังอยากได้ ส.ส.เขตเยอะๆ แม้จะไม่ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อก็ตาม แต่ก็เพื่อสะท้อนความต้องการจากประชาชน พรรคการเมืองต้องซื่อสัตย์ ทำตามความต้องการของพี่น้องประชาชน แม้เราไม่ได้บัญชีรายชื่อก็ยังมีคนดูแลในสภา เพียงแต่ต้องการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ประชาชนจากการเลือกตั้ง”คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราพร้อมจับมือกับฝ่ายประชาธิปไตยจัดตั้งรัฐบาล พาประชาชนออกจากทุกข์ เรายึดมั่นในเจตจำนงของพี่น้องประชาชน ยึดมั่นในคำมั่นสัญญา จะผลักดันสิ่งต่างๆ ที่ได้ให้คำมั่นไว้กับประชาชน เราจะไม่แข่งกับความทะยานอยากใคร ตามความปรารถนาตน ถ้ามีพรรคใดได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน เราปล่อยให้พรรคนั้นได้ทำหน้าที่ ขอให้เคารพการตัดสินใจประชาชน อย่างไรก็ดี พรรคเพื่อไทยเราเป็นสถาบันพรรคการเมืองเพียงพอ ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่  
    ขณะที่นายชัยเกษม นิติสิริ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโอกาสในการจับมือร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้ทางพรรคยังไม่ได้ประสานพูดคุยกับใคร คงจะมีความชัดเจนหลังผลเลือกตั้งออกมา ที่จากนั้นคนในพรรคจะพูดคุยกันเองก่อน โดยยึดหลักการประชาธิปไตย ส่วนการจะจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ ความเห็นส่วนตัว หากพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันไม่ร่วมกับพรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ เราก็คุยกันได้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร แม้แต่พลังประชารัฐ ถ้าเขากลับตัวกลับใจมาเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เราก็ร่วมกันได้ แต่ที่พูดไป ก็รู้เขาก็คงไม่มาร่วมกับเราหรอก  
    รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ในช่วงค่ำวันเดียวกัน หลังจากมีการนับคะแนนไปได้ราวสองชั่วโมง แกนนำพรรคติดตามผลการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด ต่างแปลกใจที่พรรคพลังประชารัฐมีคะแนนเสียงเกินคาดหมาย จากเดิมที่แกนนำพรรคจะเริ่มประสานงานกับแกนนำพรรคการเมืองอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ทำให้รอผลคะแนนที่ชัดเจนออกมาก่อน แล้วค่อยประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ
    โดยแกนนำพรรคเพื่อไทยประเมินว่า ถ้าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยอย่างพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ คะแนนรวมกันไม่ถึง 251 เสียง คงจะจัดตั้งรัฐบาลยาก คงต้องให้พรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีอำนาจต่อรองทุกอย่างสูงกว่าพรรคการเมืองอื่น
    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน  เรื่อง “การจับขั้วรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 25.78 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย & พรรคอนาคตใหม่ รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 15.40 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ & พรรคพลังประชารัฐ, อันดับ 3 ร้อยละ 7.26 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย & พรรคประชาธิปัตย์  เป็นต้น.


เมื่อ ส.ส. "ไม่ รพช." ก็ดีไปอย่าง จะได้ตรวจสอบซึ่งกันและกัน สภาฯ สถานที่ออกกฎหมาย จะได้น่าเชื่อถือ

ไทยที่ "ดังและดี" ในตัวเอง
เส้นทางบรรจบ 'ประยุทธ์-ชวน'
จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน