บอร์ดสกสค.มีมติขยายเวลายืมเงินกองทุนสนับสนุนพิเศษ / ลดเงื่อนไขช่วยครูติดแบล็กลิสต์


   

25มี.ค.62-นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ สกสค.ครั้งที่ 3/2562 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการขออนุมัติขยายระยะเวลาการยืมเงินกองทุนสนับสนุนพิเศษฯ การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) เพื่อจัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิก ช.พ.ค.และสมาชิก ช.พ.ส. ซึ่งเดิมได้มีการยืมเงินในกองทุนดังกล่าวไว้ 300 ล้านบาท  เพื่อจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกที่มีอายุ 75 ปี ต้องการให้ทางกองทุนฯ ทดลองจ่ายไปให้ และเมื่อถึงแก่กรรมถึงจะหักจากเงินสงเคราะห์ โดยขณะนี้หมดระยะเวลาในการยืมเงินกองทุนดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมได้อนุมัติให้ขยายระยะเวลาการยืมเงินกองทุนดังกล่าว แต่ให้ไปพิจารณาปรับลดว่าอายุ 75 ปีนานเกินไปหรือไม่ ให้ปรับลดต่ำลงมา  และปรับลดเงื่อนไขบางประการที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือครูที่ถูกถอนชื่อจากสมาชิกดังกล่าวให้ไปพิจารณาตามเห็นสมควร  อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานศึกษาว่าต้องดำเนินการอย่างไร แต่ขณะนี้ได้อนุมัติวงเงินให้ดำเนินการแล้ว 300 ล้านบาท

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้เพิกถอนมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการเจรจาตกลงการจ่ายดอกเบี้ยพนักงาน เจ้าหน้าที่องค์การค้าของ สกสค.จำนวน 21 คน ซึ่งทาง สกสค.ได้เสนอว่าศาลได้มีการตัดสินว่าคำนวณดอกเบี้ยได้ตั้งแต่วันนับยื่นคำฟ้อง ซึ่ง21 คนดังกล่าวได้ไปยื่นคำฟ้องในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 หากเจรจากับ 21 คนนี้ รายอื่นๆ ก็จะมายื่นอีก เนื่องจากพนักงานองค์การค้าของ สกสค.ที่ได้ประโยชน์จากการตัดสินของศาล มีประมาณ 2,440 คน ดังนั้น เรื่องนี้จะไม่จบ ที่ประชุมจึงได้มีมติงดเจรจา และรายใดติดใจก็จะใช้กระบวนการทางศาล ถ้าศาลพิจารณาอย่างไรก็ว่ากันไปตามนั้น   รวมถึงได้ให้เพิกถอนมติการยกเลิกการเช่าที่ราชพัสดุจังหวัดเชียงใหม่ และส่งคืนที่ราชพัสดุ จากเดิมที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกการเช่าและส่งคืนที่ราชพัสดุ แต่ถ้าคืนพื้นที่ต้องปรับคืนพื้นที่ให้เป็นเหมือนเดิม ที่ประชุมจึงยกเลิกการคืนและยอมจ่ายค่าเช่าไปก่อน  และเรื่องการขอความเห็นชอบทำความตกลงในการให้บริการตรวจเลือดและสิ่งส่งตรวจต่างๆ กับบริษัทโรงพยาบาลรัตนาธิเบศร์ จำกัด  เนื่องจากโรงพยาบาลดังกล่าวได้แจ้งให้จ่ายหนี้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 ถึงกุมภาพันธ์ 2462  เป็นจำนวนเงิน 1.8 ล้านบาท  โดยที่ประชุมให้ความเห็นว่าถ้ามีการตรวจสอบและต้องชำระหนี้ก็ให้ชำระหนี้ ซึ่งทาง สกสค.ไปดำเนินการว่าต้องชำระหนี้แก่โรงพยาบาล  ขณะเดียวกันก็จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบสวนเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อมารับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวด้วย


บ้านเมืองเราในระยะนี้........จะมีเรื่อง "ทดสอบ-ท้าทาย" กฎหมายและอำนาจรัฐเกิดขึ้นบ่อย    อย่างเช่น "ผัวฝรั่ง-เมียไทย" คู่หนึ่ง 

"๕ จี" กับคำตอบ "ขยายค่างวด"
ว่าด้วยพิธี 'เสกน้ำอภิเษกรวม'
'นอเทรอดาม' กับปิยบุตร
สื่อฝรั่ง 'ถลกลาย' ฝรั่งเสือก
'ตี๋กร่าง' กับ 'บันทึกช่วยจำ'
กัญชาที่ภาครัฐละเลยปัญหา