สิ่งที่น่าปวดหัวยิ่งกว่าใครเป็นรัฐบาล


   

แค่หายหน้า หายตาไป 1 วัน...ส่งผลให้ผู้ควบคุมดูแลคอลัมน์ ท่านถึงกับต้องไปอัญเชิญข้อเขียนของใครก็ไม่รู้ มายัดใส่คอลัมน์ ท่านขุนน้อย ซะเฉยเลย!!! แถมไม่จำเป็นต้องมี ผักกาดหอม หรือ ผักชี รองจานเอาไว้ด้วย แต่ก็เอาเถอะ...ถือเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค ซึ่งเป็นปกติธรรมดาของ หนังสือพิมพ์รายวัน โดยเฉพาะยุคใหม่ๆ นักหนังสือพิมพ์รุ่นใหม่ ที่อาจไม่ถึงกับหนักหนา สาหัส แบบพวก อนาคตใหม่ ซักเท่าไหร่...

----------------------------------------------

คือเหตุที่ต้องหายหน้า หายตา ไม่ได้เป็นเพราะ หนีเที่ยว แบบผู้ที่มีตบะ บารมี อย่าง ป๋าเปลว สีเงิน เขา เพียงแต่อยากรอให้ฝุ่นมันจางๆ ลงไปมั่ง จะได้พอมองเห็นอะไรที่มันชัดๆ ยิ่งไปกว่านั้น เพราะเลือกตั้งครั้งนี้คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า โดยสีสัน บรรยากาศ มันออกจะขมุกขมัว เต็มไปด้วย พีเอ็ม 2.5 แผ่ปกคลุมในแต่ละเขต แต่ละพื้นที่ เป็นจำนวนมิใช่น้อย เลยต้องรอๆ พอให้เห็นหน้า เห็นหลัง เห็นภาพจางๆ รางๆ ขึ้นมาบ้างซักนิดก็ยังดี...

-----------------------------------------------

แต่โดยสรุปรวมความแล้ว...เมื่อมาถึง ณ ขณะนี้ สิ่งที่ก่อให้เกิดความวิตก กังวล กับใครต่อใครอยู่บ้าง โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ชอบ มองข้ามช็อต ทั้งหลาย คงไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องใครจะจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะตามมาตรฐาน ป๊อปปูลาร์ โหวต หรือมาตรฐาน จำนวนเสียง ส.ส. ก็ตามที เพราะเรื่องระดับนี้ ถือเป็นแค่เรื่องทาง เทคนิค ที่โดย ธรรมชาติทางการเมือง แล้ว สุดท้าย...ย่อมหาจุดลงตัวลงไปได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ ยิ่งมีการออกแบบ ดีไซน์ เอาไว้ก่อนล่วงหน้ามานานแล้ว ยังไงๆ...ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงไม่พ้นเงื้อมมือของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านจนได้นั่นแล...

-----------------------------------------------

แต่สิ่งที่น่าสังเกต และน่าคิด น่าสะกิดใจ เอามากๆ...ก็น่าจะเป็นจำนวนเสียง จำนวนคะแนนนิยม ของบรรดา ปวงชนชาวไทย ทั่วทั้งประเทศนั่นเอง อันถือเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติ ค่านิยม วิธีคิด ที่ไม่ถึงกับ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มากมายซักเท่าไหร่ ไม่ว่าวัน-เวลาจะผันแปร ปรับเปลี่ยน มาถึง 4 ปี 5 ปีแล้วก็ตาม แต่หลายเขต หลายพื้นที่ ก็ยังคงเป็นไปในแบบที่ทำให้ท่านอาจารย์ เสรี วงษ์มณฑา ท่านต้องปรารภ รำพึง หรืออดไม่ได้ที่ต้องสะอื้น ออกมาเป็นคำพูดประเภทที่ว่า...“ถึงจะเคยเผาบ้าน-เผาเมืองก็ยังจะเลือก, เคยโกงบ้าน โกงเมือง ก็ยังจะเลือก, โกงจำนำข้าวสร้างหนี้ 6 แสนล้าน ก็จะเลือก, ถึงสร้างหนี้ให้ผู้คนต้องชดใช้ไปอีก 16 ปี แต่ก็จะเลือก หรือศาลตัดสินให้ติดคุกและหนีไปแล้ว...ก็ยังจะเลือก ฯลฯ” อะไรประมาณนั้น...

--------------------------------------------------

อันนี้นี่แหละ...ที่ไม่เพียงแต่น่าอึดอัดใจ แต่ออกจะเป็นอะไรที่น่าวิตก กังวล อีกด้วยต่างหาก โดยเฉพาะสำหรับ ความเป็นประชาธิปไตย หรือการย้อนกลับมาสู่เส้นทางประชาธิปไตย อันเป็นเส้นทางที่คงต้องอาศัยหลักยึดของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งท่านได้เคยย้ำ เคยเตือน เอาไว้มาโดยตลอดนั่นแหละ คือต้องอาศัย ประชาชนที่มีธรรม เป็นหลัก มันถึงจะเป็นไปโดยยั่งยืน และมั่นคง ถาวรได้จริงๆ แต่ทั้งๆ ที่โกงก็แล้ว เผาบ้าน-เผาเมืองก็แล้ว ถูกตัดสินให้ติดคุกก็แล้ว แถมยังหนีไปแล้ว แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ กลับไม่ได้ส่งผลให้ปวงชนบางกลุ่ม บางเหล่า ท่านเกิดอาการ ดวงตาเห็นธรรม ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย อันนี้นี่เอง...ที่ออกจะยุ่ง ออกจะน่าปวดเศียร เวียนเกล้า ยิ่งกว่าการจัดตั้งรัฐบาล การหาใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยเท่า...

-----------------------------------------------------

ที่หนักหนา สาหัส ยิ่งไปกว่านั้น...ไม่ใช่แค่เฉพาะโกงบ้าน โกงเมือง เผาบ้าน-เผาเมือง ติดคุก-หนีคุก ฯลฯ ก็ยังพร้อมจะเลือก แต่ยังแถมประเภทยกเลิกไหว้ครู, ยกเลิกประเพณีอันดีงาม, ชังชาติ-เกลียดชาติ, ดูถูกกระบวนการยุติธรรมภายในชาติ ฯลฯ ก็ยังพร้อมที่จะเลือกซะอีกด้วยต่างหาก ส่งผลให้ ความแตกต่าง ทางทัศนคติ ค่านิยม วิธีคิด ที่เคยก่อให้เกิด ความแตกแยก ระหว่าง เหลืองกับแดง มานับเป็นทศวรรษๆ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถชะล้าง ให้หายๆ คลายจางลงไปได้บ้าง แต่ยังกลับก่อให้เกิดความแตกต่างที่กำลังรอจังหวะยกระดับขึ้นสู่ความแตกแยกได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ นั่นคือความแตกต่างระหว่าง ไดโนเสาร์กับกะปอม หรือระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ที่น่าจะระเบิดเถิดเทิงยิ่งๆ ขึ้นไป โดยเฉพาะในเมื่อ คนป่ามีปืน หรือในเมื่อพวก ส้มหวาน เขามาแรง แซงโค้ง ระดับรั้งไม่หยุด-ฉุดไม่อยู่อย่างเห็นได้ชัด...

-----------------------------------------------

อันนี้นี่แหละ...ที่มันจะทำให้ความพยายามประคับประคองสิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตย นั้น ออกจะเป็นอะไรที่ยุ่งยาก ยุ่งเหยิงมิใช่น้อย เฉพาะเท่าที่เห็นๆ อยู่ในขณะนี้ ก็ต้องยอมรับว่า ยุ่งตายห่ะ พอสมควรแล้ว แม้จะอาศัย ลักษณะพิเศษของสังคมไทย เข้าไปมีส่วนช่วยค้ำ ช่วยพยุง เอาไว้ได้บ้าง แต่ก็คงต้องอาศัยศิลปะ ความประณีต ละเอียดอ่อน อย่างเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงจังหวะที่ สังคมภายนอก หรือสังคมโลกนั่นแหละ มันกำลังพยายามช่วงชิงความได้เปรียบ-เสียเปรียบ ในทางยุทธศาสตร์ กันอย่างชนิดไม่มีใครยอมใคร สิ่งที่เรียกว่า ความมั่นคงแห่งชาติ กับ คุณธรรมแห่งชาติ จึงเป็นสิ่งที่จะต้องก้าวเดินไปด้วยกัน อย่างชนิดแยกออกจากกันไม่ได้โดยเด็ดขาด มันถึงจะพอทำให้ ความเป็นประชาธิปไตย กับ ความเป็นไทย สามารถดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน ถาวร ได้โดยไม่ต้องย้อนกลับไป-กลับมา อย่างไม่มีที่สิ้นสุด...

-----------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทวันนี้ จาก ท่านพุทธทาสภิกขุ (อีกครั้ง)... “ธรรมะนั้น...มีความเป็นประชาธิปไตยอยู่ในตัวเอง เพราะหมายถึงความไม่เห็นแก่ตัวอยู่โดยธรรมชาติ ดังนั้น...อย่าแยกความไม่เห็นแก่ตัวออกจากประชาธิปไตยโดยเด็ดขาด...”

------------------------------------------------------


บ้านเมืองเราในระยะนี้........จะมีเรื่อง "ทดสอบ-ท้าทาย" กฎหมายและอำนาจรัฐเกิดขึ้นบ่อย    อย่างเช่น "ผัวฝรั่ง-เมียไทย" คู่หนึ่ง 

"๕ จี" กับคำตอบ "ขยายค่างวด"
ว่าด้วยพิธี 'เสกน้ำอภิเษกรวม'
'นอเทรอดาม' กับปิยบุตร
สื่อฝรั่ง 'ถลกลาย' ฝรั่งเสือก
'ตี๋กร่าง' กับ 'บันทึกช่วยจำ'
กัญชาที่ภาครัฐละเลยปัญหา