'ประยุทธ์'ลั่นต้องเคารพเสียงปชช.


   


    “ประยุทธ์” เมินตอบเรื่องจัดตั้งรัฐบาล โยนให้ฝ่ายการเมือง พร้อมย้ำ 3-4 ครั้งเรื่องปล่อยว่าว  อย่าให้เป็นไปตามยถากรรม แต่ต้องทำด้วยมือตัวเอง ลั่นให้เคารพเสียงประชาชน ก่อนแนะให้ไปอ่านหนังสือสู่จุดจบ! ของ ดร.ไสว ที่ทักษิณสั่งเก็บเรียบ 
    เมื่อวันอังคาร เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุม คสช. และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งระหว่างที่นายกฯ เดินมาพร้อมกับผู้ติดตามจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกบัญชาการ 1 ปรากฏว่ามีแมวดำเพศผู้ มีเท้าสีขาว วิ่งตัดหน้าตรงจุดต้นอโศกน้ำ ก่อนวิ่งหายไปด้านหลังศาลพระภูมิและศาลตาศาลยาย ซึ่งนายกฯ ไม่ได้ตกใจอะไร ขณะที่ข้าราชการพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นลางไม่ดี การเดินหน้าในเรื่องต่างๆ อาจไม่ราบรื่น 
    ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารและเยาวชนเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์มรดกไทย 2 เม.ย. โดยนายกฯ ได้ลองเป่าขลุ่ย และได้กล่าวกับกลุ่มเยาวชนว่า เมื่อเช้าได้อ่านหนังสือ มีคนบอกว่าถ้าหากเราโยนความหวังไปบนอากาศ ความหวังความฝันที่อยู่บนอากาศก็เหมือนการปล่อยว่าวไปตัวหนึ่ง ไม่รู้มันจะนำอะไรกลับมาเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นเราต้องทำเอง อยากได้อะไรเราต้องทำเองก่อน ทำด้วยตัวเราเอง ความภาคภูมิใจก็จะเกิดขึ้น คนก็จะเข้ามาช่วยเหลือได้ ดีกว่าจะปล่อยความฝัน ความหวังว่ามันจะดีอย่างนั้นอย่างนี้ ก็จะเป็นเหมือนว่าวที่ลอยไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้ บางทีมันก็ไม่ขึ้น แล้วก็ตกลงตรงนี้ หรือไม่ก็ไปพันเสาไฟฟ้า เข้าใจที่พูดหรือไม่ ไปแปลความหมายให้ดี เด็กทุกคนคือความหวังและอนาคตของประเทศ ถ้าลุงไม่ทำให้แล้วจะทำกันอย่างไร ก็ต้องทำเอง" 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายกฯ พูดถึงความหวังเมื่อสักครู่เกี่ยวกับการตั้งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆ ว่า ไม่เกี่ยว นายกฯ จะไปเกี่ยวกับรัฐบาลอะไร จากนั้นได้เดินเป่าขลุ่ยขึ้นไปบนตึกบัญชาการ 1 
    จากนั้นที่ห้องโถงตึกบัญชาการ 1 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน นำคณะผู้บริหารและกลุ่มผู้สูงอายุเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการรวมพลังประชารัฐ ส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุปี 2562 โดยนายกฯ ได้กล่าวย้ำเรื่องว่าวอีกครั้ง และเมื่อถามว่าจากผลการเลือกตั้งกังวลอะไรหรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ตอบ พร้อมเดินขึ้นห้องประชุม ครม.ทันที 
    ต่อมาเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้มาถึงโพเดียมแถลงข่าว โดยได้กล่าวทักทายสวัสดีกับช่างภาพ สื่อมวลชน ก่อนนำกระดาษคำถามต่างๆ คืนให้นักข่าวอาวุโส พร้อมระบุว่า คำถามทั้งหมดจากผู้สื่อข่าวต่างๆ ที่ถามมาขออนุญาตส่งคืน ไม่ขอตอบคำถามนี้ และขอเรียนชี้แจงกับสื่อว่า ยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งหมดเป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง แต่ในฐานะนายกฯ และหัวหน้า คสช. ขอขอบคุณคนไทยทุกคน ที่ร่วมกันแสดงพลังในการมาออกเสียงเลือกตั้งเป็นจำนวนมากพอสมควร ซึ่งก็จะตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นนายกฯ หัวหน้า คสช. และรัฐบาลไปจนมีรัฐบาลใหม่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้เมื่อเราได้ให้กำลังใจในเรื่องประชาธิปไตย และเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สงบ สันติ จึงอยากให้ทุกคนกลับมามุ่งสู่พิธีสำคัญของเรา คือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจะมีในหลายกิจกรรมด้วยกัน โดยจะเริ่มตั้งแต่ เม.ย.เป็นต้นไป ซึ่งพิธีเหล่านั้นพวกเราทุกคนต้องทำให้สมพระเกียรติ บ้านเมืองต้องสงบเรียบร้อย มีความรักความสามัคคี
    "ผมอยากให้ใช้โอกาสนี้นำพาประเทศไทยไปสู่ความสงบสันติอย่างยั่งยืนตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อประเทศไทยของเรา" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะเดินหน้าทำหน้าที่แก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจฐานรากที่ยังมีปัญหามาก แต่ยืนยันว่าประเทศไทยยังมีความหวังทุกอย่าง การเมืองก็ต้องศึกษาสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มองปัญหาแต่ในประเทศเราอย่างเดียว ต้องมองทั่วโลกเผื่อไว้ด้วย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์พยายามหลีกเลี่ยงพูดถึงการเมือง โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังมีปัญหา โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 32 นาที และกล่าวในช่วงท้ายว่า "นี่คือการบ้านการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่การเมือง ตราบใดที่เป็นรัฐบาลอยู่ก็จะทำแบบนี้ ทำให้เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา และทำให้ดีขึ้น เพียงแต่ขอความเข้าใจ และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนโดยรวม วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็สุดแท้แต่ประชาชน แล้วแต่จะพิจารณา วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกคนในเรื่องของการเลือกตั้ง ขอบคุณข้าราชการทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกตั้ง ขอบคุณพี่น้องตำรวจทหารที่ทำงานในพื้นที่ชายแดน" 
    นายกฯ กล่าวว่า คนไม่ดีก็ต้องถูกดำเนินการตามพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 10 อะไรที่เป็นอัตลักษณ์ไม่ดี ทุจริต โกงกิน การทำผิดกฎหมายเป็นบ่อเกิดของสังคมที่ไม่ปกติสุข เพราะฉะนั้นก็ต้องแลก ถ้าอยากให้เป็นบ้านเมืองที่สงบก็ต้องกลับมาเคารพกฎหมาย ก็ต้องมาปรับแก้ทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีผลกระทบซึ่งกันและกัน ถ้ามองแต่ประโยชน์ส่วนตัวก็คงเป็นไปไม่ได้ เราต้องได้ประโยชน์ทั้งโดยตรงและส่วนรวม ไม่มีอะไรที่จะได้มาง่ายๆ บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ง่ายขนาดนั้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ถ้าไม่คำนึงถึงประวัติศาสตร์ ปัญหาที่ทับซ้อนก็คงไม่ได้
    “วันนี้ผมมีความสบายใจมากขึ้น ผมเคยบอกแล้วว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าไปแบบนี้ ไม่ได้ไปรักษาอำนาจ สืบทอดอำนาจ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงไม่ต้องให้มีการเลือกตั้งหรอก แต่กลไกอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ ตามผลประชามติก็ว่ากันไปตามนั้น เคารพเสียงประชาชนเขาบ้าง แค่นั้นเอง อย่าให้ทะเลาะเบาะแว้งกันอีกเลย อย่าไปสนใจกันมากนัก เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองเขาไปดำเนินการอย่ามาถามผมอีก"
    เมื่อถามว่า ที่บอกว่าสบายใจขึ้นเพราะจะได้เป็นนายกฯ ต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับส่ายหัวพร้อมกล่าวว่า "คำถามแบบนี้นี่แหละที่ไม่สบายใจ"
    ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่าจะเลิกพูด จะพูดอีกครั้งเดียวเพื่อเป็นการขอบคุณเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 29 มี.ค. จากนั้นเปลี่ยนเป็นรายการแถลงความก้าวหน้าเกี่ยวกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า อยากให้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่ ดร.ไสว บุญมา อดีตนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำธนาคารโลก เขียนไว้ ชื่อ “สู่จุดจบ! The coming collapse of Thailand” ซึ่งได้อ่านแล้ว โดยจำเป็นจะต้องนำหลักการเหล่านี้มาใช้ด้วย ทำอย่างไรเราจะลดความเสี่ยง ลดปัญหาการแทรกแซงจากภายนอกมาจากประเทศของเรา
    นายกฯ ย้ำอีกครั้งถึงเรื่องว่าว พร้อมระบุว่า เคารพในเสียงการตัดสินใจของประชาชนทุกคนในประเทศไทย เพราะถือว่าทุกคนคือคนไทย นั่นแหละคือการแสดงออกของคนในประเทศนี้ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน รัฐบาลจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้ได้ ยืนยันจะนำพาประเทศชาติไปสู่เส้นทางที่มีความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ในการเดินหน้าประเทศไทยต่อไปในอนาคต
    “ปัญหาต้องแก้ไปด้วยกัน แยกแยะฐานรากให้ออก จะพูดกันลอยๆ ไม่ได้ ปล่อยว่าวไปในอากาศบางทีไม่ได้ มันต้องหาสายป่านที่แข็งแรง ไปเล่นว่าวที่ไม่มีสายไฟ ไม่มีต้นไม้ ไม่เช่นนั้นว่าวก็จะหลุดลอยไปเรื่อย ความฝันก็ลอยหายไปเฉยๆ” พล.อ.ประยุทธ์ย้ำทิ้งท้าย
    สำหรับหนังสือชื่อ สู่จุดจบของ ดร.ไสว เป็นหนังสือที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยสั่งเก็บออกจากแผงหนังสือทั้งหมด.


"พรรคประชาธิปัตย์" ปีนี้ อายุ ๗๓ ปีเต็ม ย่างเข้า ๗๔ ถ้าเป็นคน ก็ต้องบอกว่าเป็น "รุ่นแรก" ในถนน "ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต"

ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก
เหตุที่ไม่มีรัฐบาลเพื่อไทย
ประชาธิปัตย์ในวันพรุ่งนี้
ต้นแบบ 'วุฒิสภา' มาจากไหน?