วางระเบิดทหาร! ยิงซ้ำนายพันเจ็บ ‘อีโอดี’หวิดโดน


   

  โจรใต้วางระเบิดรถทหารหลังกลับจากงานแต่งชาวบ้าน แต่พลาดเป้าจึงยิงซ้ำทำให้นายทหารยกพันตรีเจ็บ 1 นาย ขณะที่อีโอดีเข้าตรวจสอบ บึ้มอีกลูก โชคดีไม่โดนใคร 

    เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 30 มี.ค.62 ร.ต.ท.ธีระพงษ์ พิมพา รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน  ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ริมถนนสายสุไหงปาดี-สากอ ช่วงบริเวณบ้านบูเก๊ะปูลา ม.1 ต.ริโก๋ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย รถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย 
    จากนั้นเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี, พ.ต.อ.อาภากร วิรุปักษ์อารักษ์ ผกก.สภ.สุไหงปาดี, เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัย, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง
    ก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ซึ่งเป็นริมถนนด้านขวามือทางเข้าเขตพื้นที่ อ.สุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีอโณทัยได้จอดรถพร้อมทั้งได้เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและวิทยุสื่อสาร แล้วได้กระจายกำลังกันเดินเคลียร์พื้นที่ริมถนนไปหายังจุดเกิดเหตุ เกรงกลุ่มคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ซ้ำ 
    ต่อมาเวลา 12.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีเดินเคลียร์พื้นที่ไปได้เพียง 30 เมตร จู่ๆ ก็ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีก 1 ลูก ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกันกับจุดเกิดเหตุแรก แต่เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีทุกนายปลอดภัย เนื่องจากรัศมีการทำลายล้างของระเบิดแสวงเครื่องลูกที่ 2 ได้หักเหขึ้นสู่ท้องฟ้าและสวนยางพาราของชาวบ้านที่รกทึบริมทาง
    จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีอโณทัยมั่นใจว่าพื้นที่ดังกล่าวปลอดภัยแล้ว จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ที่ได้เดินทางมาสนับสนุนเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิดทั้ง 2 จุด ซึ่งห่างกันประมาณ 70 เมตร 
    พบว่า จุดแรกมีหลุมระเบิดลึกประมาณ 50 ซม. กว้าง 80 ซม. โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคหนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง 
    ส่วนจุดที่ 2 มีหลุมระเบิดลึก 40 ซม. กว้าง 100 ซม. โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบว่าเป็นอุปกรณ์ใดที่ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและสวนยางพาราของชาวบ้านเช่นกัน
    นอกจากนี้ที่บริเวณเนินดินซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลอบวางระเบิดจุดแรกซึ่งเป็นสวนยางพาราของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวนกว่า 10 ปลอก ตกกระจัดกระจายอยู่ จำนวน 2 จุดใหญ่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ พ.ต.ศรัณย์ชัย จิตเพชร นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือนชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ที่ถูกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณขาซ้าย 1 นัด ผู้ใต้บังคับบัญชาได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดีไปก่อนหน้าแล้ว และเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ได้ส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก 
    ส่วนรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุสีฟ้า 4 ประตู หมายเลขทะเบียน กง 4162 นราธิวาส ของเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งจอดอยู่ที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี อยู่ในสภาพถูกกระสุนปืนของคนร้ายกระจกด้านหน้าแตก และที่บริเวณประตูฝั่งตรงข้ามคนขับมีร่องรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
    จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ศรัณย์ชัย จิตเพชร นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน กรมทหารพรานที่ 48 พร้อมผู้ใต้บังคับบัญชา รวม 4 นาย โดยมี จ.ส.ต.กิตติศักดิ์ แก้วอุดม เป็นพลขับ ได้เดินทางด้วยรถยนต์กระบะของสังกัด ออกจากกรมทหารพรานที่ 48 ซึ่งตั้งอยู่ภายในค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เพื่อไปร่วมงานแต่งงานของชาวบ้านในพื้นที่บ้านสากอ ม.4 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี 
    เมื่อแล้วเสร็จได้นั่งโดยสารรถยนต์กระบะเพื่อกลับฐาน ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่บนเนินดินในสวนยางพาราของชาวบ้าน ได้จุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ริมถนนจนเกิดระเบิดขึ้นก่อนที่ พ.ต.ศรัณย์ชัยและผู้ใต้บังคับบัญชาจะนั่งรถยนต์ผ่านจุดเกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ปลอดภัย แต่กลับถูกคนร้ายที่แฝงตัวอยู่บนเนินดินในสวนยางพาราของชาวบ้านริมถนนใช้อาวุธปืนยิงถล่มซ้ำใส่รถยนต์ที่ พ.ต.ศรัณย์ชัยและผู้ใต้บังคับบัญชานั่งโดยสารมา 
    ส่งผลทำให้ พ.ต.ศรัณย์ชัยถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่ยิงทะลุประตูฝั่งตรงกันข้ามกับคนขับถูกที่บริเวณขาซ้าย จำนวน 1 นัด จ.ส.ต.กิตติศักดิ์ซึ่งเป็นพลขับได้รีบขับรถออกจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อนำตัว พ.ต.ศรัณย์ชัยส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดีอย่างเร่งด่วน
     ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่มีการประชุมวางแผนไว้เป็นอย่างดี ด้วยการวางระเบิดและใช้อาวุธปืนยิงซ้ำ รวมทั้งมีการวางแผนในการดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ.
 


ทฤษฎี "ตาบอดไม่กลัวเสือ" ของทักษิณ ทำให้พรรคการเมืองหนึ่ง ได้ครองอีสานมาร่วม ๒ ทศวรรษ

'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ