หนุ่มดัตช์จบทริป 3 ปีขับรถไฟฟ้าข้ามโลก 95,000 กม. ผ่าน 33 ประเทศ


   

หนุ่มดัตช์สิ้นสุดภารกิจเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าข้ามโลกถึงจุดหมายที่นครซิดนีย์เมื่อวันอาทิตย์ ทำระยะทาง 95,000 กิโลเมตร ในเวลากว่า 3 ปี ผ่าน 33 ประเทศ

วีเบอ วากเกอร์ ถ่ายภาพคู่กับโฟล์กสวาเกนกอล์ฟคู่ใจที่พามาถึงจุดหมายที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 7 เมษายน / AFP

    วีเบอ วากเกอร์ หนุ่มชาวเนเธอร์แลนด์ ผู้ริเริ่มโครงการ "Plug Me In" โดยมีเว็บไซต์ plugmeinproject.com นำรถยนต์โฟล์กสวาเกน กอล์ฟ สีฟ้า ยกเครื่องใหม่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ชื่อว่า "เดอะบลูแบนดิต" ออกเดินทางเพื่อทำสถิติรถยนต์ไฟฟ้าที่เดินทางไกลที่สุดในโลก โดยต้องการสร้างแรงบันดาลใจและให้การศึกษาเรื่องพลังงานปลอดคาร์บอน ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

    วากเกอร์ออกเดินทางจากเนเธอร์แลนด์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าของเขา ผ่านหลายประเทศในยุโรปเรื่อยมาถึงตุรกี, อิหร่าน, อินเดีย, เมียนมา, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย จนมาถึงจุดหมายที่ห่างไกลกว่า 95,000 กิโลเมตร โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 1,119 วัน ผ่านทั้งหมด 33 ประเทศ วัตถุประสงค์ของเขาคือต้องการความตระหนักเรื่องความทนทานและยั่งยืนของรถยนต์ไฟฟ้า เขาต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ชายคนหนึ่งสามารถขับรถยนต์ไฟฟ้ามาถึงอีกซีกโลกหนึ่งได้ รถยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นพาหนะที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

    วากเกอร์เผยภายหลังรถของเขาและขบวนรถยนต์ไฟฟ้าข้ามสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์มาจบเส้นชัยที่สวนพฤกษศาสตร์ซิดนีย์ ว่าการเดินทางผ่านแต่ละประเทศเขาได้รับความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าที่ให้อาหาร ที่พัก และให้เขาชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า มีผู้คนราว 1,800 ชีวิตที่ช่วยเหลือเขาตลอดการเดินทางผ่านยุโรป, ตะวันออกกลาง, อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    เขากล่าวด้วยว่า ถ้ารถยนต์คันนี้ไม่ได้ยกเครื่องใหม่ การเดินทางครั้งนี้ต้องใช้น้ำมันถึง 6,785 ลิตร แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า เขาจ่ายค่าชาร์จไฟเพียง 300 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,570 บาท) เท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางในทะเลทรายกว้างใหญ่ใจกลางประเทศออสเตรเลีย.


เริ่มหนาวแล้วและอาจได้หนาวถึงขั้วหัวใจกันทั่วหน้า หากยังมีความคิดจะโค่นรัฐธรรมนูญวันนี้เสียงเรียกร้องบอกว่า อยากจะแก้รัฐธรรมนูญ มาในแบบลับลวงพรางเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน
'ชมกันเองบ้างจะเป็นไรไป'