สร้างโจทย์เอง...ก็ต้องแก้โจทย์เอง


   

การพูดอะไรในที่สาธารณะที่ผู้คนรับรู้กันเป็นจำนวนมาก คนพูดจะต้องระมัดระวัง โดยจะต้องคิดก่อนพูด อย่าพูดโดยไม่คิด สิ่งที่จะต้องคิดก็คือผลลัพธ์ของการพูด ต้องคิดให้ดีว่าเมื่อพูดไปแล้วจะมีอะไรผูกมัดคนพูด ถ้าจะให้ดีต้องคิดว่าทุกคำพูดที่เราพูดนั้นคือคำสัญญาที่เราจะต้องรับผิดชอบทำตามคำสัญญา ถ้าหากคิดว่าไม่อาจทำตามสัญญาได้ ก็ไม่ควรจะพูด เพราะเมื่อไม่อาจทำตามสัญญาได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คนก็จะกล่าวหาได้ว่าตระบัดสัตย์ แม้ว่าบางครั้งเหตุผลที่ให้นั้นอาจจะเป็นเหตุเป็นผลที่น่าจะรับได้ แต่คนที่ยึดเอาคำพูดที่พูดออกมาเป็นที่ตั้ง ก็จะไม่พิจารณาอะไรทั้งสิ้น พวกเขาจะตั้งหน้าตั้งตามองว่าเป็นการตระบัดสัตย์ และอาจจะเซ้าซี้ทวงถามว่าเมื่อไหร่จะทำตามที่สัญญาไว้ คนเราน่าจะตระหนักไว้เสมอว่า “ก่อนที่เราจะพูดอะไรนั้น เราเป็นนายของคำพูด แต่เมื่อเราพูดออกไปแล้ว คำพูดก็จะเป็นนายเรา” หรือบางคนเขาก็บอกว่า “การพูดอะไรออกไปนั้นเหมือนการสาดน้ำ เอาคืนกลับมาไม่ได้” 

เมื่อมีคนพูดว่า “หากประชาชนไม่ต้องการ ก็ยินดีที่จะไปจากตำแหน่ง” คนหลายคนก็ทึกทักว่าคนพูดน่าจะพูดจริง คนพูดหมายความตามที่พูด ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไปก็จะมีคนพยายามจะหาข้อมูลให้คนพูดเอาไปพิจารณา ด้วยการทำโพลถามประชาชนว่า ต้องการให้คนที่พูดว่าหากประชาชนไม่ต้องการจะลาออกนั้น พวกเขาคิดอย่างไร ปรากฏว่าผลของการสำรวจออกมาว่า “อยากให้ท่านได้พักผ่อน” ซึ่งก็หมายความว่า เมื่อท่านยินดีที่จะลาออกเมื่อประชาชนไม่ต้องการ พวกเขาก็เลยแสดงเจตนารมณ์ของพวกเขา และคงหวังต่อไปว่าท่านจะทำตามที่ได้ลั่นวาจานั้น โดยที่พวกเขาไม่ได้พิจารณาเลยว่าที่ท่านพูดไปนั้น ท่านตั้งใจจะหมายความเช่นนั้นจริงๆ หรือท่านพูดด้วยความน้อยใจ และเมื่อต่อมาท่านประกาศว่าท่านไม่ลาออก จะเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป เชื่อเถอะว่าท่านจะต้องโดนเซ้าซี้ ถามรายวันจนท่านอาจจะรำคาญที่ถูกถาม แต่อย่าลืมว่า การที่ท่านถูกเซ้าซี้ถามนั้น มันเกิดจากโจทย์ที่ท่านเป็นคนตั้งขึ้นมาเอง ถึงเวลานี้ท่านจะต้องแก้โจทย์ดังกล่าวนี้เอง ด้วยการให้คำอธิบายว่าตอนนั้นท่านพูดว่าอะไร เพราะอะไร และเมื่อโพลออกมาอย่างที่เรารู้กันอยู่ แต่ท่านประกาศจะไม่ลาออกนั้น เพราะอะไร หากท่านตอบโจทย์ที่ท่านเขียนขึ้นมาเองได้อย่างชัดเจน ก็จะไม่มีใครเซ้าซี้กวนใจถามท่านอีก

อันที่จริงแล้ว ถ้าหากตั้งใจฟังดีๆ เราก็น่าจะฟังออกว่าท่านคงไม่ได้ตั้งใจพูดให้พวกเราเอาจริงเอาจังกับคำพูดของท่าน ว่าถ้าหากประชาชนไม่พอใจท่านก็ยินดีจะลาออก เพราะก่อนที่จะถึงประโยคนี้ ท่านก็ร่ายยาวให้เราฟังว่า ท่านทำงานเพื่อประเทศมามากมายในชีวิตรับราชการของท่าน และท่านก็ไม่ได้ทำความเสียหายอะไรให้แก่ประเทศชาติ และการที่ท่านเข้ามาครั้งนี้ ท่านก็มีความตั้งใจมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ท่านมาดูแลเรื่องความสงบมั่นคงของประเทศ และถ้ามองด้วยความเป็นธรรม ท่านก็สามารถทำได้ตามความตั้งใจจริงๆ เพราะตั้งแต่ที่ท่านเข้ามารับตำแหน่งนั้น บ้านเมืองก็สงบ ไม่มีการสะสมอาวุธ ไม่มีใครออกมายิงกัน มาปาประทัดยักษ์ใส่กัน หรือมาวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ แสดงว่าท่านสามารถทำให้บ้านเมืองสงบและมีความมั่นคงได้อย่างแท้จริง เมื่อท่านทำอะไรให้กับประเทศชาติขนาดนี้แล้ว ยังจะมีความรู้สึกที่ไม่ต้องการท่านอีกหรือ ฟังดูให้ดี ก็น่าจะคิดได้ว่ามีคนบางกลุ่มทำให้ท่านน้อยใจหรือเปล่า ถ้าหากท่านพูดด้วยความน้อยใจ พวกเราก็ไม่ควรถือสาเอามาเป็นเรื่องจริง ถึงขนาดจะต้องไปทำโพลเอาตัวเลขมาเป็นข้อมูลให้ท่านใช้ในการตัดสินใจที่จะลาออก เพราะอย่างไรเสีย ก็มีคนจำนวนมากว่าท่านเป็นจักรกลสำคัญในการรักษาความสงบและความมั่นคงของประเทศ หากไม่มีท่าน บ้านเมืองอาจจะไม่สงบเช่นนี้ก็ได้

หลังจากที่ท่านพูดหรือสร้างโจทย์ให้ตัวท่านเองแล้ว ก็มีปฏิกิริยาออกมาหลายทาง บางคนก็อยากให้ท่านได้พักผ่อน บางคนก็อยากขอร้องให้ท่านอย่าทำให้รัฐบาลต้องหนักอกหนักใจในการที่จะต้องแก้ปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ ศรัทธาและความน่าเชื่อถือของรัฐบาล แต่บางคนก็บอกว่าท่านออกไม่ได้ ท่านเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความมั่นคงทั้งของประเทศชาติและของรัฐบาล และมองว่าการที่มีคนพยายามจะทำให้ท่านลุกออกจากเก้าอี้นั้น ก็เพราะคิดว่าหากจะล้มรัฐบาลนี้จะต้องเอาท่านออกไปก่อน ความขัดแย้งดังกล่าวนี้ ไม่ได้มีเฉพาะระหว่างคนที่เชียร์รัฐบาลและคนที่ต่อต้านรัฐบาลเท่านั้น แม้แต่คนที่เชียร์รัฐบาลก็ยังแตกออกเป็นสองฝ่าย มีทั้งฝ่ายที่ต้องการให้ท่านพักผ่อน และมีทั้งฝ่ายที่ต้องการให้ท่านอยู่ต่อ มีทั้งฝ่ายที่มองว่าเรื่องที่ท่านถูกกล่าวหานั้นเป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ และมีทั้งฝ่ายที่มองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร มองข้ามไปบ้างก็ได้ สำหรับฝ่ายที่ไม่ชอบรัฐบาลและอยากให้ท่านลาออกนั้น ท่านจะไม่ให้ความสำคัญก็คงไม่เป็นกระไรมากนัก แต่สำหรับคนที่เชียร์รัฐบาลที่อยากให้ท่านลาออกนั้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ท่านจะมองข้ามไม่ได้ ท่านจะต้องสร้างความเข้าใจกับบุคคลเหล่านี้ ท่านจะทำให้คนมองเห็นคุณค่าของท่านในการที่จะอยู่ทำงานร่วมกับรัฐบาลต่อไป ท่านจะต้องทำให้คนเข้าใจว่าจากคำพูดของท่าน ไปสู่การทำโพลตามผลของการสำรวจที่เราเห็นกันอยู่ กับการที่ตัดสินใจไม่ลาออกนั้น มันเกี่ยวพันกันอย่างไร หากท่านไม่สามารถแก้โจทย์นี้ได้อย่างกระจ่างแจ้ง ระวังกองหนุนรัฐบาลที่มีอยู่จะหายไป

ทำไมวันนั้นท่านจึงพูดออกมาเช่นนั้น ท่านตั้งใจพูดเช่นนั้นจริงหรือเปล่า

ท่านเห็นผลของการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนแล้วหรือยัง

ท่านเห็นผลการสำรวจแล้วท่านคิดเห็นอย่างไร 

ท่านพอจะมองออกไหมว่าประชาชนเขาคิดเห็นกันอย่างไร

ท่านบอกว่าจะไม่ลาออกหลังจากที่มีการสำรวจสาธารณมติ น่าจะต้องมีคำอธิบาย

ท่านไม่ควรจะรำคาญที่โดนเซ้าซี้ถามเรื่องเหล่านี้ เพราะว่าทั้งหมดนี้เกิดจากโจทย์ที่ท่านสร้างขึ้นมาเอง ดังนั้นท่านก็จะต้องตอบโจทย์เหล่านี้ด้วยตัวท่านเอง สำหรับคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากอย่างท่าน ประกอบกับที่ปรึกษาที่เก่งๆ ที่รายล้อมอยู่รอบตัวท่าน น่าจะมีความสามารถพอที่จะแก้โจทย์ดังกล่าวนี้ได้ และถ้าหากแก้ได้ อย่าเฉยอยู่เลยนะคะ รีบแก้โจทย์เถอะค่ะ เพื่อที่จะรักษากองหนุนให้อยู่กับรัฐบาลต่อไป และที่สำคัญอย่าปล่อยให้ฝ่ายตรงกันข้ามเอาประเด็นนี้ไปเล่นงานท่านหรือเล่นงานรัฐบาล และอย่าให้คนที่เป็นกองเชียร์รัฐบาลแบ่งแยกออกเป็นสองกลุ่มเลยค่ะ เพราะขนาดรวมกันหนักแน่น ยังต่อสู้กับฝ่ายตรงกันข้ามด้วยความยากลำบากเลยค่ะ.


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?