บัวแก้วขึงพืดทูตจุ้นไทย


   


     นายกฯ สั่งกระทรวงต่างประเทศติดตาม 12 ทูตร่วมม็อบ "ธนาธร" ยันทำตามกฎหมายไทยอย่าคล้อยตามฝรั่ง "ดอน" เผย กต.จ่อเชิญทูตมาทำความเข้าใจหลักการและจรรยาบรรณ ลั่นไม่มีประเทศใดยอมให้คนนอกแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เว้นแต่คนของเขาถูกคดี อดีต รมว.ยุติธรรม จี้ กต.เด็ดขาดกับนักการทูตที่แทรกแซงกิจการภายใน "ปิยบุตร" โวยจากถูกหมายเรียกเป็นพยานกลายเป็นผู้ต้องหา
     ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 9 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงตัวแทนทูต 12 ประเทศร่วมสังเกตการณ์คดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ สน.ปทุมวัน ว่า ตนไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นตัวแทนทูตจริงหรือเปล่า ตอนนี้ให้กระทรวงการต่างประเทศติดตามอยู่ โดยพูดคุยกับเอกอัครราชทูตต่างๆ ตนไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง เพราะเราจำเป็นต้องอยู่ในโลกใบนี้เช่นเดียวกัน ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือเราปฏิบัติตามทุกอย่างในเรื่องของรัฐธรรมนูญไทย กฎหมายไทย ซึ่งทุกเรื่องเป็นเรื่องของกฎหมายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคดีเก่า คดีใหม่ รวมถึงเรื่องศาลทหารก็เกิดขึ้นมานานแล้ว 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คดีนี้เกิดตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งระหว่างนั้นมีการใช้คำสั่งอยู่ แต่หลังจากนั้นเราได้มีการปลดล็อกไปแล้วคำสั่งนี้ แต่ในช่วงนั้นบ้านเมืองยังไม่สงบ ไม่เรียบร้อย ก็มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษในช่วงนั้น และเมื่อเราปลดล็อกแล้ว และปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้ว ก็ไม่สามารถจะทำย้อนขึ้นไปข้างบนได้ เว้นแต่ว่าหลังจากนั้นมาก็ไม่เข้ากระบวนการศาลทหาร ซึ่งศาลทหารเรามีมาหลายสิบปี ไม่ได้มาตั้งใหม่สมัยรัฐบาลตน ซึ่งก็จำเป็น สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนั้น
    “เรื่องของต่างประเทศก็ต้องคุยกันต่อไป ให้เขาเข้าใจในเรื่องประเด็นเหล่านี้ด้วย ก็ไม่อยากให้เอาอะไรมาพันกันไปมา ต้องมองวัตถุประสงค์คนที่เชิญ คนที่มา คนที่นำมา อะไรก็แล้วแต่ ผมไม่อยากให้คนไทยไปคล้อยตามมากนัก เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมของเราเอง ถ้าเราไม่เชื่อมั่นและยึดถือกระบวนการยุติธรรมของเรา มันก็เป็นโอกาสที่ใครจะแทรกแซงเข้ามา จะด้วยความหวังดีหรือไม่หวังดีก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ต้องทำความเข้าใจกันต่อไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งคือการเลือกตั้ง การมีรัฐบาลก็ต้องเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็สุดแล้วแต่ ขอให้รอวันประกาศผลรองรับไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.นี้ เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดอยู่ ขอให้ช่วยกันลดความขัดแย้งลงให้มากหน่อย วันนี้อย่าไปขัดแย้งกับต่างประเทศเขาอีกเลย มันอยู่ที่คนของเราไปทำอะไรกันมาล่ะ ฉะนั้นเรื่องอะไรที่เป็นของเราก็เป็นของเรา แก้ปัญหาของเราภายในประเทศให้ได้ หากเป็นอย่างนี้อีกหน่อยต้องให้ต่างประเทศมาแก้ให้เราทุกเรื่องเลยหรืออย่างไร ทั้งที่มันเป็นเรื่องของเรา กฎหมายของเรา กระบวนการยุติธรรมของเรา เราต้องภูมิใจในความเป็นชาติของเรา
    ด้าน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า วันที่ 9 เม.ย.นี้ กระทรวงการต่างประเทศจะพิจารณากันว่าจะทำหนังสือชี้แจงหรือเชิญทูตต่างๆ มาทำความเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ในบ้านเขายังทำไม่ได้เลย แต่มาทำในบ้านเรา จึงต้องขอความร่วมมืออย่าให้มันเกิดอีก เพราะมันผิดหลักการการทูตของสหประชาชาติ การที่สถานทูตเข้ามาเกี่ยวข้องเรียกร้องกระบวนการยุติธรรม จะทำได้กรณีคนของเขามีเรื่องในบ้านเราเป็นกรณีเดียวที่สามารถทำได้ในหลักสากล แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องคนของเขาไม่มีประเทศไหนเขายอม เขาไม่ทำกัน
    “เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้จึงต้องมีการทำความเข้าใจกันทั้งเรื่องหลักการและเรื่องจรรยาบรรณ มันอยู่ในหลักปฏิบัติพื้นฐานที่สถานทูตต้องรับทราบ ซึ่งกระทรวงเคยมีหนังสือเวียนไปแล้วครั้งหนึ่ง และเคยให้เอกอัครทูตแต่ละประเทศมาทำความเข้าใจว่าเรื่องประเภทนี้ไม่ใช่เรื่องที่พึงปฏิบัติ” นายดอนกล่าว
ซัด 12 ทูตแทรกแซงไทย
    ผู้สื่อข่าวถามว่า หากคนของเราไปเชิญเขา เขามีความชอบธรรมในการเข้ามาสังเกตการณ์หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ตามหลักการเชิญไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ทางสถานทูตเขาต้องเข้าใจ และหลักปฏิบัติหากมีกรณีเกิดข้อสงสัย สถานทูตสามารถสอบถามมายังกระทรวงการต่างประเทศได้ว่าสามารถไปร่วมสังเกตการณ์ได้หรือไม่ เป็นหลักที่ปฏิบัติกันทั่วโลก ส่วนกรณีนายธนาธรต้องขึ้นศาลทหาร สถานทูตจะไปร่วมสังเกตการณ์ได้หรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะเรื่องของศาลเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง 
    เมื่อถามว่า ก่อนที่เขาจะมาสังเกตการณ์ได้สอบถามมายังกระทรวงการต่างประเทศก่อนหรือไม่ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ไม่ได้สอบถาม เอาเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเขาไม่ปฏิบัติกัน แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของเรา เราไม่เคยทำกับใคร ประเทศอื่นๆ ก็ไม่ทำเช่นนี้กับประเทศไหน ไม่เคยมีหลักปฏิบัติในการเข้าไปเก็บข้อมูลในห้องไต่สวน และที่ถูกที่ควร หากอยากรู้บรรยากาศเป็นอย่างไรให้อยู่นอกสถานีตำรวจ การเข้าไปเก็บข้อมูลไม่ใช่เข้าไปนั่งฟัง ไม่มีทางที่ประเทศไหนๆ จะทำได้โดยเด็ดขาด ไม่เคยเกิดขึ้นและไม่มีทางที่เขาจะให้เกิดขึ้น และต้องถามประชาชนคนไทยว่าใครจะทำอะไรก็ทำได้ มันเหมาะหรือไม่ในความรู้สึกคนไทย  
    พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงการดำเนินคดีนายธนาธร  ที่ถูกดำเนินคดีฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ตามมาตรา 116, ช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนี ตามมาตรา 189 และชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 ว่า ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบประเด็นต้องสงสัยก็จะออกหมายเรียกให้มาสอบสวน เนื่องจากพบว่าคดีมีผู้เกี่ยวข้อง 15 คน แต่บางคนได้ออกหมายเรียก และส่งทนายความมาชี้แจงไปแล้ว
     "เหตุที่ต้องดำเนินคดีนี้ในชั้นศาลทหารนั้น เนื่องจากเป็นคดีความมั่นคงที่เกิดขึ้นระหว่างประกาศของหัวหน้า คสช. ที่มีการระบุไว้ชัดเจน แต่ขณะนี้ได้ยกเลิกคำสั่งไปแล้ว ซึ่งนายธนาธรสามารถยื่นคำร้องต่อศาลทหารให้โอนคดีมาพิจารณาที่ศาลพลเรือนได้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลทหาร ว่าจะสามารถโอนคดีไปได้หรือไม่ กรณีมีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตและองค์กรระหว่างประเทศมาร่วมสังเกตการณ์ที่ สน.ปทุมวันนั้น สามารถทำได้และได้ชี้แจงข้อสงสัยกับเจ้าหน้าที่จากสถานทูตต่างๆ ไปทั้งหมดแล้ว" พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว
    ขณะที่ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เรื่องราวของ "ธนาธร" และผู้คนในพรรคอนาคตใหม่นั้น ทุกเรื่องล้วนแต่เป็นเรื่องที่ทำกันขึ้นมาเองทั้งสิ้น จะไปโทษใครก็ไม่ได้ จะไปหาว่าทหารแกล้งก็ไม่ได้ เขียนมาวันนี้เพื่อให้กระทรวงต่างประเทศนำไปแปลให้ชาวต่างชาติเค้ารู้มั้ง ไม่เช่นนั้น  ฝรั่งมันก็ไม่หยุดหรอก ถ้าคุณธนาธรคิดว่าไม่ผิด ก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเลยครับ หรือฟ้อง คสช.กลับเลย ประชาชนไว้ใจคุณธนาธรมามากมาย จึงมีประชาชนเป็นกำแพงเหล็กคอยปกป้อง  ดังนั้นถ้าไม่ผิดก็ไม่จำเป็นต้องเชิญคนต่างชาติมาดูแลแทนที่ประชาชน
แนะดำเนินการเด็ดขาด
    นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต รมว.ยุติธรรม โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไทยต้องเด็ดขาดกรณีนักการทูตแทรกแซงกิจการภายในประเทศ กรณีที่มีคณะทูตร่วมฟังการสอบสวนนายธนาธรต่อกรณีการกระทำความผิดอาญาตามกฎหมายอาญาของไทยถึงห้องสืบสวนสอบสวนนั้น เป็นการกระทำที่ไม่อาจรับได้ในฐานะประเทศเอกราช เป็นการกระทำที่ผิดวิสัยและผิดประเพณีทางการทูตอย่างร้ายแรง เพราะการกระทำความผิดที่นายธนาธรถูกล่าวหาเป็นกิจการภายในของไทยอย่างแท้จริง โดยหลักการที่ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติและจรรยามารยาททางการทูตจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นโดยเด็ดขาด
    "เป็นการละเมิดอธิปไตยและเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอันเป็นกิจการภายในประเทศของไทยอย่างรุนแรงที่สุด กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องตอบโต้การกระทำอันไม่สมควรและไม่เหมาะสม มากกว่าการเรียกมาชี้แจง เพราะไม่ใช่ครั้งแรก หลายครั้งแล้วที่นักการทูตกลุ่มนี้ไปปรากฏตัวเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มนี้ แต่ครั้งนี้เหิมเกริมถึงขนาดไปนั่งฟังการสอบสวน ต้องทำการสอบสวนให้ได้ความถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของการกระทำดังกล่าว อีกด้านหนึ่งก็ต้องดำเนินการกับพวก “ชักศึกเข้าบ้าน” นายพีระพันธุ์ระบุ
    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายดอนเตรียมเชิญทูตมาถกเรื่องจรรยาบรรณ ว่า ความจริงแล้วควรเข้าไปทำความเข้าใจ ไม่ใช่ไปบอกว่าเขาเข้ามาแทรกแซง เพราะเขายังไม่ได้แสดงออกอะไรเลย ไม่จำเป็นต้องมีใครไปเชิญ หากเขามีความสนใจที่จะเข้ามาสังเกตการณ์ เพราะเขาเป็นประเทศอารยะ เมื่อเห็นว่ามีการละเมิดสิทธิก็เข้าไปดู คือหลักสากล ไม่มีประเทศไหนจะสามารถเอาตัวเองหลุดออกจากวงความสัมพันธ์จากประเทศต่างๆ ในโลกไปได้ ที่บอกว่าจะไปเชิญเข้ามาเพื่อถกเรื่องจรรยาบรรณคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ท่านควรเคารพความเห็นที่แตกต่างของแต่ละฝ่ายและแต่ละส่วนด้วย
    วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ผมได้รับ “หมายเรียกพยาน” จากกรณีอ่านคำแถลงการณ์พรรคอนาคตใหม่กรณีการยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยให้ผมไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันเดียวกันกับวันที่ได้รับหมาย ทำให้ผมไม่สามารถเดินทางไปได้ตามกำหนด จึงได้ให้ทนายความขอเลื่อนการเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไป มาวันนี้ “หมายเรียกพยาน” ดังกล่าวได้ กลายเป็น “หมายเรียกผู้ต้องหา” แทนแล้ว พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ รับมอบอำนาจจาก คสช. ไปร้องทุกข์กล่าวโทษผมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในความผิดอาญา 2 ฐาน ได้แก่ 1.ดูหมิ่นศาล 2.นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยน่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือเกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ 
    "ผมยืนยันว่า วันที่ 17 เมษายนนี้ ผมจะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ ปอท.แน่นอน ผมมั่นใจว่าในแถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ที่ผมอ่านนั้น ไม่มีข้อความใดที่เข้าข่ายความผิดตามที่กล่าวหา ไม่มีเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น = ไม่มีประชาธิปไตย “ปราศจากเสรีภาพในการตำหนิติเตียน ก็ไม่มีซึ่งคำสรรเสริญเยินยอ” นายปิยบุตรระบุ. 


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน