ตามติดศึกใน "เพื่อชาติ"


เพิ่มเพื่อน    

      หลายคนคงตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นในพรรคเพื่อชาติ ภายใต้ 3 คีย์แมน ‘สงคราม กิจเลิศไพโรจน์’ หัวหน้าพรรค ‘ยงยุทธ ติยะไพรัช’ กองเชียร์ผู้สนับสนุน ‘จตุพร พรหมพันธุ์’ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค เรื่องราวในพรรคเพื่อชาติ มีเรื่องให้พูดกันตั้งแต่ก่อตั้งพรรค ระหว่างสู้ศึกเลือกตั้ง จนเสร็จศึกเลือกตั้ง

      พรรคเพื่อชาติเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์แตกทัพ ตามแผน แยกกันเดิน ร่วมกันตี เพื่อไทยเน้น ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติเน้น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ (ต่อมาถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค) พรรคเพื่อชาติ เก็บคะแนนจากแนวร่วมเสื้อแดงที่หวังทั้ง ส.ส.ระบบเขต(บ้าง) บัญชีรายชื่อ (บ้าง)

      แต่เรื่องราวที่หลุดออกมา เป็นไปในทิศทางลบ ปัญหาความไม่ลงรอยทางแนวความคิดของคีย์แมนหลัก เรื่องราวการจัดอันดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีการแบ่งก๊กการจัดโผ ลามไปถึงเรื่องราวการแก่งแย่ง ส่งคนของตัวเองให้อยู่ในลำดับที่ดี สอดแทรกด้วยข่าวลือมีเรื่องบางฝ่ายของแกนนำมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

      เกิดความบาดหมางอย่างรุนแรงระหว่างแกนนำและผู้สมัคร ..        

      พอเสร็จศึกเกิดปัญหาตามมาอีก ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง 60 คน ในทุกภูมิภาค ตบเท้าบุกที่ทำการพรรคเพื่อชาติ ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ทวงถามงบสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งจากแกนนำพรรค ที่ต่างฝ่ายก็ต่างมีชุดข้อมูลสนับสนุนในความถูกต้องของตัวเอง เป็นการมองต่างมุม นำมาสู่การทวงถามผ่านสื่อ 

      กลุ่มแกนนำพรรคให้เหตุผล งบสนับสนุนตามที่กฎหมายกำหนดเป็นไปตามระเบียบ กกต. ที่ทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น ค่าสมัคร ส.ส. และค่าช่วยเหลือในการทำป้าย แบนเนอร์ สื่อสำหรับการเลือกตั้ง รถหาเสียง ทางพรรคได้ช่วยเหลือไปแล้ว ในเพดานไม่เกิน 35ล้านบาท ตามกฎหมายกำหนด

      เพียงแต่อาจจะจัดสรรไม่เท่ากัน เนื่องจากพรรคได้วิเคราะห์จากความน่าจะเป็น ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ S M L ตามสภาพพื้นที่ ตัวผู้สมัครและความน่าจะเป็นต่อการได้รับการตอบรับจากประชาชน เลยออกมาเป็นในสูตร 5 หมื่น 7 หมื่น 1 แสน ตามลำดับ

      ส่วนเกินที่ผู้สมัครบางรายดำเนินการไปก็ล้วนเป็นข้อตกลงกันตั้งแต่แรกเริ่ม ที่จะต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง ดังนั้น ในส่วนเกินส่วนนี้ ผู้สมัครจะมาเรียกร้องไม่ได้ นอกจากนี้คะแนนบางคนที่ได้ไป บางคนได้ไม่ถึงร้อยคะแนน แล้วก็จะมาเรียกร้องกับทางพรรคอีก 

      รวมไปถึงกระแสข่าวกลุ่มที่ส่อไปในภาวะไม่ปกตินัก ไปคุยกับอีกกลุ่ม ที่โยนมาให้ทางนี้จัดการ เลยต้องมาเรียกร้องกับทางพรรค ซึ่งไม่ใช่ 

      ทว่าในมุมมองผู้สมัคร บางคนที่มาทวงบอกว่า ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งจนเลือกตั้งแล้วเสร็จ ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเลย จึงรวมตัวมาร้องเรียนในส่วนที่ควรจะได้ กับอีกพวกจะขอมาเอาส่วนต่างที่ตัวเองสำรองจ่ายไป ที่ไม่เกี่ยวกับพรรค 

       "เกิดภาวะเห็นต่าง" พูดคุยกันคนละภาษา วันที่ 10เม.ย. กลุ่มผู้สมัครตามที่ได้ขีดเส้นตายให้กับพรรค ตามที่ได้มาเจรจากับอารี ไกรนรา รองหัวหน้าพรรค ที่นั่งหัวโต๊ะเจรจา ต้องจ่ายตามข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อต้นเดือน ในส่วนของแกนนำพรรค มีข้อมูลเอกสาร หลักฐาน และคำชี้แจง พร้อมแจกแจงออกไป ไล่เรียงให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่ไม่ปกติ ไปจนถึงประเด็นที่อาจเกี่ยวพันกับข้อกฎหมาย ยังไม่นับรวมอดีตสมาชิกพรรคบางรายที่ก่อนออกไปได้ทิ้งปมเอาไว้น่าคิด ต่อกรณีความไม่เป็นประชาธิปไตยในพรรค และปมที่บุคคลนั้นอยู่ในสถานะจะมายุ่งเกี่ยวในทางการเมืองไม่ได้

      เรื่องราวในพรรคเพื่อชาติคงต้องไปว่ากันอีกหลายยก บทสรุปเอาเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องปัจจัยกระสุนดินดำ เรื่องความไม่ลงรอยทางแนวคิดของคนในพรรค ยังไม่รู้จะปรับจูนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างไร เพราะจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น บิ๊กในพรรคบางคนเสียความรู้สึกมาก

      ส่วนจะส่งผลไปถึงปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต และชะตากรรมของพรรคจะเป็นอย่างไร ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องตามติดกันอย่างใกล้ชิดต่อไป!!!


ลองถึงขั้น "นายกฯ" ลงมาสั่งเองให้ตำรวจอายัดศพ "นายจารุชาติ มาดทอง" ที่เชียงใหม่ ไปชันสูตรให้ละเอียดอีกครั้ง ว่าการตาย "ปุบปับ" นั้น.......ตายด้วยมอไซค์ชนกัน เป็นอุบัติเหตุจริงๆ หรือมีหลักฐานอื่นใด บ่งชี้ว่า ตายแบบ "มีเงื่อนงำ"?    

นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'
'อัยการ-ตำรวจ' เริงเมือง