บันทึกหน้า4


   


    ออเดิร์ฟเทศกาลสงกรานต์ทุกปี ถูกเสิร์ฟด้วยภาพมวลมหารถยนต์บนถนนมิตรภาพ เส้นทางสู่ภาคอีสานที่แน่นขนัดเช่นเดิม ประชาชนที่มาขายแรงงานในเมืองกรุงมุ่งหน้าสู่บ้านเกิด แม้รู้ว่าต้องใช้เวลาคูณสองจากปกติ แต่นี่คือเทศกาลสำคัญของคนไทย นอกจากจะเป็นปีใหม่ ยังเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ได้รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ อันเป็นประเพณีไทยที่ปีนึงมีครั้งเดียว
    ในภาพตรงบริเวณลำตะคอง จะเห็นว่ามีความคืบหน้าไปมาก น่าจะใช้เวลาอีกไม่นานคงได้เปิดใช้ เพื่อบรรเทาอาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ หรือเทศกาลสงกรานต์ แต่ในข้อเท็จจริงคงต้องทนกันไปอีกร่วม 3 ปี กว่าจะได้ใช้ เพราะเดือนที่แล้ว กรมทางหลวงเพิ่งจะชี้แจงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สาย บางปะอิน–นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร ปัจจุบันงานโยธา 40 ตอน เพิ่งจะมีความก้าวหน้าในภาพรวมไป 68 เปอร์เซ็นต์ ล่าช้ากว่าแผน 6 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดว่าจะเปิดใช้ได้ไม่เกินปี 2565 นู่นเลย
    อีกสิ่งที่มาคู่กับเทศกาลใหญ่ๆ คือ เรื่องอุบัติเหตุ ที่คิดค้นหามาตรการมาล้อมคอกกันทุกปี โดยพยายามจะเน้นบทลงโทษที่หนักขึ้น ประกอบกับการรณรงค์กระตุ้นจิตสำนึกควบคู่กันไป แต่จนแล้วจนรอดยอดอุบัติเหตุบนท้องถนนยังสูงลิ่วกันทุกปี ปีนี้ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2562 ที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ก็ยังปรับระดับความรุนแรงของโทษทัณฑ์มากขึ้นอีก โดยครั้งนี้ ไม่ว่าใครขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด ดื่มสุรา หรือใช้ยาเสพติด จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ การทำสำนวนจะหนักกว่าเดิม มีโทษถึงจำคุก ซึ่งจะบังคับใช้กับยานพาหนะทุกชนิด
    เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา คือวันแรกของ 7 วันอันตราย ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่ เพราะปริมาณรถมีมาก ยาแรงที่ลองใช้มาแล้วหลายหนจะได้ผลหรือไม่ ต้องรอดูอีกสัก 2-3 วัน ว่าพวกที่ไม่มีความรับผิดชอบยังดื้อยาอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า ...๐
    เถียงกันไปกันมาสักพักใหญ่ สำหรับสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะหารือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ต้องนับแบบไหน แต่ด้วยความที่ผลไม่เป็นที่ถูกใจกับฝ่ายที่เสียประโยชน์ โดยเฉพาะทางฝ่ายเสื้อคลุมประชาธิปไตย นำโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ ที่จำนวน ส.ส.ลดลง เพราะไปเกลี่ยให้พรรคการเมืองขนาดเล็ก ความฝันในการเป็นรัฐบาลริบหรี่เหมือนเปลวเทียนที่ถูกพายุกระโชก  จึงต้องออกมาฟาดงวงฟาดงา ร้องนั่นร้องนี่ มีมูลบ้าง ไม่มีมูลบ้าง ที่สุด กกต.ก็ต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจนได้
    แต่ไม่ผิดคาด อย่างที่ทราบ กกต.ชุดนี้เล่นเพลย์เซฟมาตลอด แม้บรรดาซือแป๋ทั้งหลายจะออกมารับประกัน ตั้งแต่เรื่องของการประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ที่ กรธ.ยืนยันว่า ไม่รวมอยู่ใน 150 วันที่ต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จ แต่ กกต.ผวาว่า ถ้าไปประกาศผลเกินวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งเลย 150 วัน อาจผิดกฎหมาย ตัวเองจะถูกฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญา เลยจะทำให้เสร็จภายในวันดังกล่าว แม้นระยะเวลาจะกระชั้นแต่ก็ไม่ประมาท
    กรณีนี้ก็เหมือนกัน แม้ กรธ.จะรับประกัน แต่ กกต.ขอเอาชัวร์ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เสมือนหนึ่งตีตราประทับ รับประกันว่าถูกต้อง อย่างน้อยพวกที่ออกมารุมทึ้ง กกต.ทั้งหลายจะได้เพลาๆ ลงบ้าง หนำซ้ำตัวเองยังปลอดภัย เพราะในข้อเท็จจริง ความเห็นของ กรธ. หรือวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคือที่สุด ...๐
    ไม่ต้องคิดจะไปยื้อยุดฉุดกระชากขึ้นมาแก้วิกฤติ หลัง “ชวน หลีกภัย” ย้ำจุดยืนปิดประตูรีเทิร์นเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกคำรบ โดยให้เหตุผลว่า ในพรรคยังมีคนที่เหมาะสมจำนวนมาก กับอีกจุดที่ฟังดูไม่ชัดเจน แต่จริงๆ ชัดเจนคือ การจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ หลังบอกว่า คนจะมาเป็นหัวหน้าพรรคต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านด้วย ไม่ใช่จ้องจะเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว
    หลายท่อนหลายตอน “ลุงชวน” พูดถึงแต่การเป็นฝ่ายค้าน สอดคล้องกับกระแสข่าวก่อนหน้า “ประชาธิปัตย์” จะแบ่งเป็นสองขั้ว ฝ่ายหนึ่งยกมือสนับสนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอน กับฝ่าย “นายหัว” ที่กำอุดมการณ์พรรคหนักแน่น พร้อมเป็นฝ่ายค้านอิสระ ไม่ว่ามติพรรคออกมาอย่างไร ค่ายสีฟ้าไปไกลในจุดที่ต่างคนต่างไม่เกรงใจกันแล้ว ...๐


เมื่อ ส.ส. "ไม่ รพช." ก็ดีไปอย่าง จะได้ตรวจสอบซึ่งกันและกัน สภาฯ สถานที่ออกกฎหมาย จะได้น่าเชื่อถือ

ไทยที่ "ดังและดี" ในตัวเอง
เส้นทางบรรจบ 'ประยุทธ์-ชวน'
จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน