ประชาธิปัตย์ เราจะกลับมา


เพิ่มเพื่อน    

 ปชป.ต้องรีแบรนด์พรรค เราจะพลิกฟื้นขึ้นมา

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นพรรคการเมืองที่ตกอยู่ในความสนใจของผู้คนในเวลานี้ ทั้งเรื่องท่าทีของพรรค ปชป.ต่อการจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อจัดตั้งรัฐบาล สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันของคนในพรรค ปชป.ทั้งระดับแกนนำ-ส.ส.และอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ตลอดจนความเคลื่อนไหวเรื่องการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ ที่เริ่มความเคลื่อนไหวกันภายในพรรค ปชป.แล้วกับการหาตัวแคนดิเดตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่มาแทนอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ที่ตอนนี้มีข่าวว่า 2 แกนนำพรรค ปชป.คือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับกรณ์ จาติกวณิช เป็นแคนดิเดตกันอยู่

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์-รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์-แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผ่านตำแหน่งทางการเมืองมาแล้วมากมายทั้งในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ได้สงวนท่าทีเรื่องเสียงสนับสนุนให้เป็นหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ หลังถูกถามเรื่องนี้

ก็ต้องขอขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุน แต่จะตัดสินใจอย่างไรเมื่อถึงเวลาผมจะแจ้งให้ทราบ ก็ต้องรอคณะทำงานที่บอกว่าจะตั้งไปพิจารณาดำเนินการก่อน โดยเมื่อมีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ ออกมาแล้ว ทางผู้ที่สนใจจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะไปสมัครตามเงื่อนไขที่คณะทำงาน ซึ่งจะมีการตั้งขึ้นกำหนด คือคำตอบของจุรินทร์ หลังถามข่าวเรื่องการเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่

จุรินทร์-รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป. เปิดเผยถึงขั้นตอนการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ว่า ตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์จะต้องเลือกภายในไม่เกิน 60 วัน นับจากวันที่อภิสิทธิ์ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม เท่ากับคือต้องดำเนินการภายในไม่เกิน 23 พ.ค.62

...ขั้นตอนการเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคก็มีข้อบังคับพรรคกำหนดไว้อยู่ ซึ่งในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะหารือกับกรรมการบริหารพรรค โดยจะมอบหมายให้คณะทำงานสักชุดหนึ่งไปดำเนินการในเรื่องการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคในรอบนี้ ก็จะได้รีบหารือและจะมอบหมายให้คณะทำงานชุดดังกล่าวไปดำเนินการ ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไร ผมคงไม่ใช้อำนาจรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไปตั้งคณะใดคณะหนึ่ง

บทบาทของคณะทำงานชุดนี้ เท่าที่คิดรวมๆ ก็คือจะให้ไปบริหารจัดการในการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะทำอย่างไร ผมคงตอบไม่ได้ เป็นหน้าที่ของคณะทำงานเมื่อมีการมอบหมายไปแล้ว โดยคณะทำงานชุดดังกล่าว การตั้งไม่จำเป็นต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะช่วง 9 พ.ค.2562 ก็หวังกันว่าเราจะได้สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ที่เป็นทางการ โดยหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค หากดูตามข้อบังคับพรรคครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์จะเข้ามาก็คงไม่เกิน 23 พ.ค.2562

-ยังมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาได้หลังจากนี้?

ผมยังมั่นใจ ผมมั่นใจ เพราะเราก็เคยล้มมาหลายครั้ง แล้วเราก็ลุกขึ้นมายืนได้ ผมเชื่อว่าประชาชนยังรักประชาธิปัตย์และยังพร้อมให้โอกาสเรา ขอแค่เราอย่าท้อและร่วมมือร่วมใจกัน จับมือพาพรรคประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้า ผมเชื่อว่าเราจะสามารถกลับมานั่งในหัวใจประชาชนได้อีกในเวลาอีกไม่นาน        

ผมคิดว่าเราสามารถทำให้ประชาธิปัตย์พลิกฟื้นขึ้นมา เพื่อเดินหน้าไปสู่การเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนมีความมั่นใจที่จะไว้วางใจเราได้มากขึ้นในอนาคต

พรรคประชาธิปัตย์ต้องเดินหน้าต่อไป อย่างที่ผมบอกไว้วันครบรอบประชาธิปัตย์ 73 ปี เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เม.ย. คือพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่มีอดีต ปัจจุบันและอนาคต อนาคตของพรรค ปชป. ผมมั่นใจว่ายังคงอยู่คู่กับการเมืองไทย ระบอบประชาธิปไตยไทยชั่วฟ้าดินสลาย

73 ปี ประชาธิปัตย์

ฉากสลับมีทั้งรุ่งโรจน์-ตกต่ำ

-ในฐานะอยู่กับพรรค ปชป.มานาน คนมองว่ายุคนี้พรรคตกต่ำมากที่สุดครั้งหนึ่งทางการเมือง?

เราผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง หลายยุคหลายสมัย ก็มีหลายครั้ง พรรค ชป.ได้คะแนนมาอันดับ 1 ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่เราก็ได้คะแนนน้อย เช่น หากย้อนไปไม่ไกลมาก ก็ตอนเลือกตั้งปี 2522 ตอนนั้น ปชป.ได้ ส.ส. 33 คน ก็ตกลงมาจากการเลือกตั้งปี 2519 เยอะ ที่เคยได้ 114 คน หรือตอนปี 2531 พรรค ปชป.ก็ได้ ส.ส. 48 คน จากเดิมที่ตอนเลือกตั้งปี 2529 เคยได้ ส.ส.มาอันดับ 1 คือ 100 เสียง เท่ากับหายไปเท่าตัว

ความจริงเราก็เคยผ่านสถานการณ์นี้มาแล้ว ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าจำนวน ส.ส.ของเราก็หายไป แต่ว่าหลังจากนั้น พรรค ปชป.ก็พลิกฟื้นสถานการณ์ขึ้นมาอยู่ในความนิยมของประชาชนได้อีกทุกครั้ง จนเรามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จนสมัยท่านชวน หลีกภัย ได้เป็นนายกฯ 2 ครั้ง หรือคุณอภิสิทธิ์ก็รวมเสียงมาตั้งรัฐบาลได้ ในปี 2551

ถามถึงคะแนนเสียงที่ ปชป.เคยได้ 11 ล้านเสียงตอนเลือกตั้งปี 2554 แต่รอบนี้เหลือแค่ 3 ล้านกว่าเสียง เท่ากับหายไปถึง 7 ล้านกว่าเสียง จะทำอย่างไร จุรินทร์-รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป. ที่เป็นรองหัวหน้าพรรคตอนช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา มองว่า ครั้งนี้ทุกพรรคการเมืองต่างได้คะแนนแข่งขันน้อยลง ไม่ใช่แค่เฉพาะกับประชาธิปัตย์ เพียงแต่ว่าน้อยลงมากน้อยแค่ไหน เพราะแม้แต่กับพรรคเพื่อไทยเองเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ก็ได้คะแนนลดลงมาเกือบเท่าตัว จาก 15 ล้าน ก็เหลือ 7 ล้านกว่าคะแนน ของประชาธิปัตย์เราก็เช่นกันก็ลดลงมา

ส่วนหนึ่งมันอาจจะมาจากระบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนไปด้วย ที่การเลือกตั้งก่อนหน้านั้นที่ใช้บัตร 2 ใบ ทำให้คนเลือกคนแยกกับพรรคได้ เมื่อมาครั้งนี้ที่นำคะแนนคนกับคะแนนพรรคมามัดรวมกัน ผลที่ปรากฏออกมา คะแนนของแต่ละพรรคก็ลดน้อยลง

สำหรับในส่วนของประชาธิปัตย์ก็ต้องมาประเมินกันว่า สาเหตุที่แท้จริงมันมีสาเหตุประกอบด้วยอะไรบ้าง ต้องวิเคราะห์ทั้งรายเขตเลือกตั้ง เพราะสถานการณ์การแข่งขันในแต่ละเขตจะมีความแตกต่างกัน เพื่อดูว่าคะแนนของ ปชป.ที่หายไป ไปอยู่กับพรรคการเมืองใด ไปด้วยเหตุผลใด ก็ต้องมาวิเคราะห์กันอีกชั้นหนึ่ง

...การเลือกตั้งที่ผ่านมา หากประเมินผลกันเร็วๆ ก็จะเห็นถึงปัจจัยที่ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจ อาจจะมีความแตกต่างกันกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา ประกอบด้วย เช่น 1.ปกติเวลาประชาชนจะตัดสินใจลงคะแนนเสียง จะดูจากตัวบุคคลทั้งผู้สมัครและคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคการเมืองนั้น 2.เรื่องนโยบายพรรค 3.ผลงาน 4.สถานการณ์และจุดยืนทางการเมือง

การเลือกตั้งรอบนี้หากผมประเมินเร็วๆ ผมคิดว่าเรื่องจุดยืนทางการเมืองเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเลือกตั้ง ซึ่งก็ต้องมาประเมินกันอีกรอบ ซึ่งความเห็นส่วนตัวของผมมองว่าการตัดสินใจของประชาชนในนาทีหลังๆ ดูเหมือนนโยบายจะเป็นประเด็นที่สำคัญน้อยลงในการตัดสินใจ

เช่นที่ภาคใต้ พรรคก็มาวิเคราะห์แต่ละเขต บางเขตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก็กำลังร้องเรียน กกต.อยู่ เช่นที่พัทลุง ทั้งเขตของนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และสุพัชรี ธรรมเพชร หรือนครศรีธรรมราช เขตของวิทยา แก้วภราดัย เราก็ต้องไปดูแต่ละเขตการเลือกตั้งว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้คนชนะได้คะแนนไป และเป็นไปตามเงื่อนไขตามกฎหมายหรือไม่

ที่ผ่านมาในพรรค ปชป.ก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอยู่ โดยรักษาการรองหัวหน้าพรรคแต่ละภาคของพรรคก็คงสรุปความเห็นออกมา แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของพรรค พรรค ปชป.ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงพัฒนาพรรคต่อไปในอนาคต

-มีการมองกันว่าคนที่เคยเลือกพรรค ปชป. เพราะเห็นว่าพรรคมีจุดยืนเรื่องการสู้กับระบอบทักษิณ แต่คนที่ออกเสียงเลือกตั้งอาจมองว่าครั้งนี้จุดยืนดังกล่าวของ ปชป.เริ่มหายไป อีกทั้งมีพรรคการเมืองอื่นขึ้นมาที่ประชาชาชนเห็นว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้แทน ปชป.ได้ เลยไปเลือกพรรคพลังประชารัฐ ที่มีพลเอกประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ?

ผมไม่สามารถสรุปตรงนี้ได้ แต่ว่าความจริงก่อนที่จะมีพรรคพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน คอยตรวจสอบรัฐบาลในเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร มาหลายครั้ง เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างเข้มแข็งและหลายกรณี หลายคดี ที่กระบวนการยุติธรรมเข้ามาตรวจสอบ ตัดสินพิพากษาจนคดีถึงที่สุดก็เป็นไปตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบไว้ในสภาฯ ซึ่งแม้จะปรากฏผลช้า เพราะขณะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราก็ต้องยื่นเรื่องถอดถอนผ่านประธานวุฒิสภา เพื่อส่งไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ใช้เวลาตรวจสอบ และกว่าจะส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมใช้เวลาหลายปี

ทั้งหมดนี้หลายกรณีเริ่มต้นมาจากการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มแข็งของพรรค ปชป. เพียงแต่การเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค.62 ประชาชนอาจจะมีความเข้าใจว่า ประชาธิปัตย์สู้กับระบอบทักษิณได้หรือไม่ได้ อย่างที่ถาม อันนี้ผมยังไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบได้

-คนมองว่าสาเหตุที่พรรคได้ ส.ส.น้อย คะแนนหายไปหลายล้าน เพราะยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายที่ประกาศไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์?

ผมไม่อยากให้ตำหนิใคร ผมว่าอดีตหัวหน้าพรรค (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ก็ได้พิจารณาไปในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับพรรคที่ก็ต้องเคารพการตัดสินใจ ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่พรรคต้องมาประเมิน พูดคุยกันภายในว่าอนาคตพรรคจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

ต้องรีแบรนด์พรรคกอบกู้ ปชป.

-ในฐานะแกนนำพรรค ปชป. คิดว่าสิ่งที่พรรคจะต้องทำหลังจากนี้เพื่อให้กลับมามี ส.ส.หลังเลือกตั้งได้เกินร้อยที่นั่งแบบที่ผ่านมา ต้องมียุทธศาสตร์อย่างไร?

เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรค ปชป.ชุดใหม่จะดำเนินการ แต่ ณ เวลานี้ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค ปชป. อย่างน้อยในภาพรวม พรรคก็มีการบ้านเพิ่มมากน้อยจากเดิมการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ ปี 2554 เรามีการบ้านข้อใหญ่สุดคือภาคอีสาน แต่หลังการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. ก็ทำให้เห็นอย่างน้อยพรรคก็มีการบ้านเพิ่มขึ้นอีก 4 ข้อ คือในทุกภาค คือทั้งอีสาน-เหนือ-กลาง-ใต้-กรุงเทพมหานคร เป็นสิ่งที่พรรคมองเห็นได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม

เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่จะต้องมาดูว่าเราจะไปพลิกฟื้นสถานการณ์ให้พรรคได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเพิ่มเติมมากขึ้นด้วยวิธีไหน อย่างไร

ผมคิดว่าเรื่องต่างๆ เหล่านี้คือเรื่องที่เราต้องเดินหน้า คือทั้งเรื่องตัวผู้สมัคร ส.ส.รายบุคคล-นโยบายพรรค-การที่ต้องประชาสัมพันธ์ผลงานที่ทำมาและการกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองที่เป็นที่ยอมรับได้ของประชาชน

จุรินทร์-รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป. ย้ำว่า ที่สำคัญอีกเรื่องคือต้อง รีแบรนด์พรรค ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนภายใต้อุดมการณ์ของพรรค คือไม่ได้รีแบรนด์เพื่อเปลี่ยนอุดมการณ์พรรค พรรคยังต้องยึดมั่นอุดมการณ์ไว้อย่างมั่นคง คือการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา การมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นเรื่องที่พรรคต้องยึดมั่นต่อไป

ที่จริงหากจะพูดภาษาการตลาดก็ต้อง Positioning คือ Rebrand แล้วก็กำหนด Positioning ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เป็นสิ่งที่พรรคก็ต้องคิดและนำมาทำ และผมคิดว่าต้องทำ หนีไม่พ้น ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่ทำไปแล้วมันไม่ดี แต่องค์กรต้องมีพัฒนาการของมัน

-เวลานี้ภูมิทัศน์การเมืองเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ปชป.ต้องปฏิรูปพรรค เช่นปรับโครงสร้างพรรคหรือไม่?

ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องจำเป็น แต่การเปลี่ยนดังกล่าวก็ต้องเปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่มีฐาน มีราก มีที่มาพรรค มีอุดมการณ์ที่เป็นฐานราก และเป็นพรรคการเมืองของคนทุกรุ่น ไม่ได้แค่รุ่นใดรุ่นหนึ่ง เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงก็ต้องทำอย่างที่ผมให้ความเห็น แต่ก็ต้องทำอย่างมีวุฒิภาวะ อะไรที่ดีเราก็จะคงไว้เก็บไว้ แต่อะไรที่คิดว่าต้องปรับปรุงพัฒนา เราก็ต้องปรับปรุง เราต้องเปลี่ยนแปลง

-73 ปี มีจุดแข็งคือเป็นพรรคเก่ามีฐานราก แต่อีกด้านคนก็มองว่าในความอยู่มาหลายปี ก็เป็นพรรคอนุรักษนิยม ปรับตัวช้า ยึดมั่นในระบบอาวุโส?

อันนี้ก็อาจต้องเปลี่ยน เปลี่ยนด้วยระบบบริหารจัดการ ผมคิดว่านอกจากอุดมการณ์แล้ว ความทันสมัยก็เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยความทันสมัยที่บอก คือทันสมัยทั้งด้วยบุคลากรที่จะเข้ามาร่วมงานกับเราเพิ่มเติมในอนาคต และทั้งในเรื่องของนโยบาย และระบบบริหารจัดการภายในพรรคที่จะต้องเป็นระบบบริหารจัดการที่ใช้ศาสตร์ทางการบริหารเข้ามาดำเนินการควบคู่ไปกับศาสตร์ทางการเมือง

การบริหารจัดการพรรคการเมือง มันไม่เหมือนบริหารธุรกิจ จึงต้องมีทั้งหลักการบริหารและการบริหารจัดการทางการเมืองเข้ามาผสมผสาน บวกกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้ามาทำให้การบริหารจัดการทันสมัย ทั้งในเรื่องคน-นโยบาย-หลักการบริหารจัดการ

ถามถึงกรณีของพรรคอนาคตใหม่ ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ จนได้มาร่วมหกล้านกว่าเสียง ขณะที่ประชาธิปัตย์ถูกมองว่ามีจุดอ่อนในการเชื่อมต่อ-สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ จุรินทร์ มองว่า หลักก็ต้องทำอย่างที่บอกข้างต้น แต่ตัวบุคคลเราก็ต้องมีคนรุ่นใหม่เข้ามาในพรรคมากขึ้น ให้มีบทบาทมากขึ้น ผสมผสานกับคนรุ่นกลาง ผสมผสานกับคนที่มีประสบการณ์ในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะอันนี้คือจุดแข็งของพรรค ปชป. ไม่ใช่จุดอ่อน เพราะการที่ประชาธิปัตย์มีคนทุกรุ่น คือจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจุดแข็งของพรรคไม่ได้มีแค่มีคนทุกรุ่น แต่คือเรื่องของอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคการเมืองถ้าไม่มีอุดมการณ์ก็เหมือนต้นไม้ที่ไม่มีรากแก้ว นอกจากนี้อีกจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือ การที่เรามีความคิดสร้างสรรค์ที่มีความหลากหลาย เพราะมันคือการสะท้อนของความเป็นประชาธิปไตยในพรรค และเมื่อถึงเวลา พรรคก็มีองค์กรที่จะตัดสิน

ผมคิดว่าสิ่งนี้คือจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหลายพรรคไม่มี มันคือจุดแข็ง พรรคการเมืองที่เขาพัฒนาแล้วทั่วโลก พรรคการเมืองที่เขาเดินหน้าไปสู่ความเป็นสถาบัน เขาก็มีหลักในการดำเนินการอย่างนี้ เขาประกอบด้วยบุคคลที่มีความคิดหลากหลาย แล้วสุดท้ายก็มีองค์กรในการตัดสินใจ และเมื่อตัดสินใจแล้วทุกคนก็ยอมรับ แล้วก็เดินหน้าไปในทิศทางที่เสียงส่วนใหญ่ได้ตัดสินไป

-มีการมองกันว่ากลุ่ม New Dem ในพรรคไม่มีบทบาทเท่าที่ควร ไม่ได้รับการผลักดันให้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าๆ?

ความจริงหลายคนในกลุ่ม New Dem พรรคก็ส่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์มีการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีบทบาท ทั้งการส่งเสริมให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง การส่งเสริมให้ทำกิจกรรมและแสดงบทบาทความคิดอ่านทางการเมือง

...คิดว่าในอนาคตจะเป็นนิวเด็มหรือไม่ก็ตาม ผมมั่นใจว่าพรรคจะส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้มีบทบาททางการเมืองมากขึ้นในระดับต่างๆ ที่มีความเหมาะสม นี่ก็เป็นจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ที่เราไม่ได้มีแค่คนรุ่นใหม่รุ่นเดียว เราก็ยังมีคนรุ่นกลาง คนที่มีประสบการณ์ ถ้าเป็นเรือเราก็มีทั้งฝีพายและหางเสือ ตัวเรือครบถ้วน ที่จะนำพาพรรคประชาธิปัตย์ นำพาประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตามทิศทางอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์

-กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ก็จะเป็นผู้ลงมติว่าสุดท้ายแล้วพรรคจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพลังประชารัฐหรือไม่?

กลไกการตัดสินใจว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน จะไปร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน จะเป็นเรื่องที่ทางที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์และ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ตัดสิน ซึ่งข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ทั้งในอดีตและปัจจุบันก็เขียนไว้แบบนั้น

ถามย้ำอีกรอบว่าการตัดสินใจของพรรค ปชป.ในเรื่องการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลจะยึดหลักอะไร คำตอบที่ได้รับ จุรินทร์ ก็ยืนยันเช่นเดิมต้องหารือประชุมกันภายในพรรค และแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม โดยเมื่อพรรคมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งก็ถือว่าเป็นข้อยุติ

...เรื่องการตั้งรัฐบาลพรรคยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็ไม่ได้มีการมอบหมายให้ใครไปเจรจาในเรื่องนี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น เรื่องนี้ผมตอบคนเดียวไม่ได้ แต่พรรคก็ต้องยึดหลักอุดมการณ์และผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ส่วนมติพรรคประชาธิปัตย์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเมื่อถึงเวลานั้น หากว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องมีการพิจารณา

-การที่ประชาธิปัตย์จะไปร่วมทำงานการเมืองกับเพื่อไทย ยืนยันไหมว่าเรื่องนี้ประตูถูกล็อกปิดตาย?

ก็อย่างที่ผมบอก พรรคไม่ได้มีการไปเจรจาในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลกับขั้วใดทั้งสิ้น ที่ก็หมายถึงขั้วเพื่อไทยด้วยตามที่ปรากฏข่าวปล่อยออกมา ที่ผมก็ได้ปฏิเสธข่าวไปแล้ว

รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป. ยังกล่าวถึงกรณีบางกลุ่มในพรรคประชาธิปัตย์เสนอแนวทางของพรรคว่าไม่ควรไปร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่ให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ ในฐานะเคยมีบทบาทสมัยเป็นฝ่ายค้านมาก่อน ฝ่ายค้านอิสระคืออะไร โดย จุรินทร์ บอกว่าเรื่องนี้ต้องถามผู้เสนอ แต่สำหรับผมมองว่ามันเป็นปรากฏการณ์ของความหลากหลายทางความคิดของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอันนี้คือจุดแข็ง ซึ่งผมว่าแต่ละฝ่ายก็พยายามเสนอความคิดที่ว่าดีเหมาะสม แต่สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ก็มีกลไกในการตัดสินใจ

-การตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ จะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกภายในพรรคหรือไม่?

เป็นแค่ความเห็นแตกต่างทางความคิด หลายครั้งที่เมื่อจะต้องพิจารณาตัดสินใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  พรรคประชาธิปัตย์ก็มีความหลากหลายทางความคิดเสมอ ไม่ใช่ว่าจะเห็นตรงกันครบถ้วนกันหมดร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไป

พรรคประชาธิปัตย์เราเป็นพรรคการเมืองที่เป็นสถาบัน เรามีกลไก มีระบบระเบียบในการตัดสินใจ  เพราะฉะนั้นผมมั่นใจไม่มีปัญหาใดๆ

-แต่ข่าวที่ปรากฏคนที่เคลื่อนไหวให้ความเห็นเรื่องการร่วมรัฐบาลที่เห็นไม่ตรงกันในพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนที่มีบทบาทภายในพรรคสูง?

เป็นเรื่องธรรมดา มันสะท้อนความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมันคือจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่จุดอ่อน เพราะพรรคเราไม่ใช่พรรคการเมืองที่มีใครเป็นเจ้าของ ที่สามารถสั่งการ 1 2 3 4 แล้วทุกคนต้องปฏิบัติตาม แต่ประชาธิปัตย์เราคือพรรคการเมือง เราคือที่หลอมรวมของคนที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะความหลากหลายทางความคิด ซึ่งก็แน่นอนว่าก็ต้องมีความเห็นต่างกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

 

โอกาสเห็นงูเห่าสีฟ้า  ปชป.เสียงแตกโหวตนายกฯ?

                -จะมีโอกาสเกิดปรากฏการณ์งูเห่าหรือ ส.ส.ของพรรคโหวตแย้งมติพรรคในที่ประชุมรัฐสภา หรือไม่ และพรรคจะดำเนินการอย่างไร?

ไม่อยากให้พูดและคิดไปก่อน เพราะผมยังมั่นใจว่าสมาชิกพรรค ปชป.ทุกคนจะเคารพและปฏิบัติตามมติพรรค ไม่ว่าจะเป็นมติที่จะไปทางไหนก็ตาม เพราะมติพรรคเป็นที่รวมของความเห็นที่หลากหลายจนหลอมรวมมาเป็นมติหนึ่งเดียว

...การเมืองเวลานี้ยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องยอมรับว่าการเมืองจะเริ่มนับหนึ่งหลังจาก กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อตอนนี้ กกต.ยังไม่รับรองก็เลยทำให้การเมืองยังไม่นิ่ง เลยต้องรอให้นิ่ง อันดับแรกก่อนคือการรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.ก็บอกไว้ว่าจะประกาศผลเป็นทางการภายในไม่เกิน 9 พ.ค. ที่ก็ไม่แน่อาจจะก่อนหน้านั้นก็ได้ กกต.จะเป็นผู้ให้คำตอบ

เมื่อผลการเลือกตั้งนิ่งแล้วก็จะทำให้เห็นภาพการจัดตั้งรัฐบาลตามมา หน้าตารัฐบาลชุดใหม่จะเป็นอย่างไร ตอนนี้เรื่องการตั้งรัฐบาลเลยยังตอบอะไรไม่ได้ ทราบแต่ปรากฏการณ์ข้อเท็จจริงว่ามีสองขั้ว กำลังแข่งขันจัดตั้งรัฐบาลกันอยู่ ซึ่งจำนวน ส.ส.ของสองขั้วดังกล่าว หากยึดตัวเลขที่ไม่เป็นทางการก็ยังก้ำกึ่งกันอยู่

                ...ขั้นตอนต่างๆ เมื่อ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะต้องมีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก และหลังจากนั้นก็ประชุมสภาและประชุมวุฒิสภาเพื่อเลือกประธานวุฒิสภา

...เมื่อมีประธานสภาแล้ว ก็จะมีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยเมื่อได้นายกรัฐมนตรีแล้ว จากนั้นนายกรัฐมนตรีก็จะฟอร์มคณะรัฐมนตรี โดยเมื่อ ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณก็เข้าปฏิบัติหน้าที่ เมื่อถึงตอนนั้น คสช.ก็จะหมดภารกิจไป

สำหรับการเสนอชื่อคนเป็นประธานสภา จะมีชื่อที่เสนอเพียงคนเดียว หรือมีสองคน หรือมากกว่านั้น ก็ยังไม่สามารถตอบได้ ก็ต้องรอดูข้อเท็จจริงก่อนว่าจะมีผู้เข้าแข่งขันกี่คน อาจจะมีคนเดียวหรือสามคน หรือสี่คนก็ได้

"ก็มีผลแน่นอนต่อขั้วใดขั้วหนึ่ง เพราะฉะนั้นสำคัญที่สุดคือ กกต.ต้องยืนอยู่ตรงกลางให้ได้  ทำให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาบริสุทธิ์ยุติธรรมให้ได้ เพื่อให้ผลการเลือกตั้งที่เป็นทางการเป็นที่ยอมรับได้ และทำให้การเลือกตั้งรอบนี้ไม่มีมลทินโดยไม่จำเป็น

ส่วนผลที่ตามมาใครจะตั้งรัฐบาลรวมเสียงกันได้อย่างไร ต้องนับหนึ่งจากการจัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม และมีผลที่มีความชัดเจนก่อน" รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวหลังถามถึงการให้ใบเหลือง-ใบส้ม-ใบแดงของ กกต.ต่อจากนี้จะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

-ในฐานะเคยเป็นทั้งประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นอดีตรัฐมนตรี การที่จะทำให้การทำงานของรัฐบาลมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนในด้านงานนิติบัญญัติ พรรคร่วมรัฐบาลควรมีเสียง ส.ส.สักกี่เสียง?

รัฐบาลที่มีเสถียรภาพต้องเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนจะมากขนาดไหน ต้องอยู่ที่การรวมเสียง ส.ส.

ก่อนหน้านี้สมัยรัฐบาลชวน 2 ตอนนั้นผมเป็นประธานวิปรัฐบาล เสียงของ ส.ส.รัฐบาลเวลานั้นก็ก้ำกึ่ง รัฐบาลมี ส.ส.มากกว่าฝ่ายค้าน 18 เสียง แต่เราก็ประคองมาได้ตลอดรอดฝั่ง จะเรียกได้ว่าครบเทอมก็ได้ เพราะท่านชวน หลีกภัย ไปประกาศไว้ก่อนว่าจะยุบสภาก่อนครบเทอม ก็เลยยุบสภาเสียก่อนตามสัญญา แต่ก็เกือบเรียกได้ว่าครบเทอม เพราะฉะนั้นเสียงปริ่มน้ำ หากรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินจนเป็นที่พอใจของประชาชน ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยอมรับกระบวนการตรวจสอบในสภา ยอมรับกฎเกณฑ์กติกา ก็ประคับประคองรัฐนาวาให้เดินหน้าไปได้ อย่างรัฐบาลชวน 2 ก็พิสูจน์มาแล้ว

-ถ้าตั้งรัฐบาลกันที่ ส.ส.แค่ 260 เสียง ไม่เกิน 270 เสียง จะอยู่ได้ยากไหม?

ผมไม่บอกว่าตัวเลขเท่าใด แต่อย่างน้อยต้องเป็นเสียงข้างมากก่อน แต่จะมากเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและการบริหารจัดการ การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล การบริหารจัดการในเรื่องการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรและในรัฐสภา

ย้อนกลับมาถามเรื่องภายในพรรค ปชป.ว่าคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ควรต้องมีลักษณะอย่างไร และงานเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีคือเรื่องอะไร จุรินทร์-รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป. ให้ความเห็นว่า อย่างน้อยงานของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ก็เพิ่มเป็นห้าเรื่องในเรื่องของการเลือกตั้ง (เหนือ-กลาง-อีสาน-ใต้-กทม.) และภารกิจสำคัญอีกเรื่อง การที่ต้องมาฟื้นฟูพรรคให้กลับไปนั่งในหัวใจประชาชนได้อีกครั้ง ซึ่งผมมั่นใจว่าพรรคทำได้ และหลอมรวมพลังของทุกคนในพรรคเข้าด้วยกัน

เราถามถึงว่าหลังการทำไพรมารีโหวตหัวหน้าพรรค ปชป.รอบที่แล้ว ก็ดูเหมือนยังปรากฏความขัดแย้งภายในพรรคอยู่ คนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ต้องเข้ามาประสานรอยร้าว สร้างความเป็นเอกภาพให้พรรค ปชป.อย่างไร จุรินทร์ มองเรื่องนี้ว่า ผมมั่นใจว่าทุกคนมีวุฒิภาวะ แน่นอนการแข่งขันเป็นเรื่องปกติ เมื่อมีผู้สมัครสองคนขึ้นไปก็ต้องมีการแข่งขัน ที่เป็นวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์

...เรื่องนี้ก็เป็นจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์อีกจุดหนึ่ง ผลการเลือกออกมาอย่างไร ผมมั่นใจว่าทุกคนในพรรคก็ยอมรับอยู่แล้ว ยกเว้นเรื่องความหลากหลายหรือความแตกต่างทางความคิด ที่อย่าไปมองว่าเป็นความแตกแยก มันแค่ความแตกต่างในทางความคิดซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย คือบางคนนำไปปนกัน มองว่าคิดไม่ตรงกัน แสดงว่าแตกแล้ว มันไม่ใช่.

โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.