ฝังรากฟันเทียมผู้สูงอายุ สานต่องาน 'ในหลวงร.9'


   

     (ผศ.ทพ.วิจิตร ธรานนท์)                 (รัตนา วรปัสสุ)                       (กัญญา บุญไพโรจน์)


ดังคำกล่าวที่ว่า “ฟันดี” สุขภาพดี ล่าสุดโปรแกรมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์วัสดุฝังใน หรือ “ADTEC” ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมสานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ของปวงชนชาวไทย ด้านงานทันตกรรม เปิดตัว “โครงการบริการฝังรากฟันเทียมผู้สูงอายุ” ช่วยลดปัญหาต่างๆ ในช่องปาก อาทิ ปัญหาเรื่องการบดเคี้ยวอาหาร ปัญหาเรื่องการใส่ฟันปลอม โดยตั้งเป้า 3 ปีให้ผู้รับบริการ 6,000 รายทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

ผศ.ทพ.วิจิตร ธรานนท์ ผู้อำนวยการ ADTEC กล่าวว่า “จากความสำเร็จของ “โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทั้ง 2 รอบที่ผ่านมา คือเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” สู่ “โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2545” ที่ให้บริการฝังรากฟันเทียมแก่ผู้สูงอายุโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จำนวน 10,000 ราย และ 8,400 รายทั่วประเทศ ตามลำดับ ซึ่งเกิดจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาล 9 ที่ทรงห่วงใยประชาชนในเรื่องของสุขภาพฟัน โดยมีพระราชดำรัสว่า “เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” และยังได้รับสั่งต่ออีกว่า “คนเรานั้น ถ้าสุขภาพในช่องปากไม่ดี ก็จะทำให้สุขภาพด้านอื่นๆ ด้อยไปด้วย” 

จากพระราชดำรัสในครั้งนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ร่วมมือจัดทำโครงการขึ้น ซึ่งโครงการที่ผ่านมานั้นสำรวจพบว่า ผู้สูงอายุที่ฟันหลุดหมดปากจะนิยมใส่ฟันเทียม เมื่อใส่ไปแล้ว เวลาพูดฟันเทียมมักจะหลุดออกมา หรือเวลาเคี้ยวอาหารก็จะทำให้รู้สึกเจ็บ การใส่รากฟันเทียมลงไปจะทำให้ฟันเทียมทั้งปากแน่นขึ้น สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น โดยให้ผู้สูงอายุที่ขาดโอกาสในการรักษาสุขภาพช่องปากได้มีโอกาสเข้ารับบริการฝังรากฟันเทียม บริเวณขากรรไกรล่าง รายละ 2 ชุด (2 ซี่) ทำให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการฝังรากฟันเทียมสามารถบดเคี้ยวอาหารได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“โดยปี 2561 นี้ตั้งเป้ามอบรากฟันเทียมให้ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 700 ราย (โครงการมอบรากฟันเทียมผู้สูงอายุมีระยะการดำเนินงาน 3 ปี) โดยใช้หลักเกณฑ์การคัดเลือก ดังนี้ 1.ผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป 2.เป็นผู้ด้อยโอกาส หรือมีบัตรสวัสดิการจากภาครัฐ 3.ไม่มีโรคประจำตัวรุนแรงที่กระทบต่อการใส่รากฟันเทียม เช่น โรคกระดูกพรุน ซึ่งอาจทำให้การใส่รากฟันเทียมไม่ยึดเกาะกับกระดูกกรรไกร รวมถึงโรคไต ที่ผู้ป่วยจะมีการหายของแผลยาก ทำให้การรักษาไม่ได้ผล ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากควบคุมอาการของโรคได้ปกติก็สามารถฝังรากฟันเทียมได้ 4.ผู้สูงวัยต้องมีฟันแท้บางส่วนอยู่ แต่ขาดฟันกรามในการบดเคี้ยว (ผู้ป่วยที่ฟันหลอหมดปากอาจไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ เนื่องจากโครงการทั้ง 2 รอบที่ผ่านมา เน้นบริการผู้ป่วยที่สูญเสียฟันทั้งปาก) เป็นต้น ทั้งนี้ โรงพยาบาลทั้ง 20 แห่งที่เข้าร่วมจะเป็นผู้คัดกรองสิทธิ์ของผู้สูงอายุที่จะเข้ารับบริการในโครงการนี้ โดยผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่สำคัญผู้ป่วยที่ได้รับการใส่รากฟันเทียมจะมีอายุการใช้งานตลอดชีวิต แต่ทั้งนี้ อยากให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพปากและฟันด้วยวิธีง่ายๆ คือ แปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธี หมั่นไปตรวจสุขภาพฟันทุกๆ 6 เดือน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2564-6960-1, 0-2564-7000 หรือ www.adtec.or.th”

ด้าน รัตนา วรปัสสุ ผู้จัดการโครงการอาวุโส โปรแกรมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์วัสดุฝังใน ADTEC กล่าวว่า “สำหรับโครงการนี้ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ไม่เฉพาะแค่ผู้สูงวัยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่มีผู้ป่วยอายุ 30 ปี แต่ฟันร่วงหมดปากและเป็นผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเข้ารับบริการโครงการทั้ง 2 รอบที่ผ่านมา เกิดความความมั่นใจและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ สำหรับผู้สูงวัยที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามไปได้ที่โรงพยาบาลซึ่งมีทั้งหมด 20 แห่ง ดังนี้ “ภาคเหนือ” ได้แก่ รพ.เชียงคำ จ.พะเยา, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย, รพ.แพร่ จ.แพร่, รพ.ลำปาง จ.ลำปาง, รพ.น่าน จ.น่าน 

ส่วน “ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ได้แก่ รพ.เทพรัตน์ จ.นครราชสีมา, รพ.สิรินธร จ.ขอนแก่น, คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น, รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี สำหรับ “ภาคใต้” ได้แก่ รพ.ค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์, รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, รพ.สตูล จ.สตูล, รพ.ตรัง จ.ตรัง, รพ.ตะกั่วป่า จ.พังงา, รพ.สุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎ์ธานี ขณะที่ “ภาคตะวันออก” ได้แก่ รพ.ขลุง จ.จันทบุรี, รพ.ระยอง จ.ระยอง ปิดท้ายกันที่ “ภาคกลาง” ได้แก่ โรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี, สถาบันประสาทวิทยา กรุงเทพฯ และคลินิกทันตกรรม ADTEC จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

ปิดท้ายกันที่คุณป้ากัญญา บุญไพโรจน์ วัย 82 ปี ตัวแทนคนไข้ที่เข้าร่วมโครงการฝังรากฟันเทียมในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 บอกว่า “ตอนแรกที่ไปเข้ารับบริการโครงการฝังรากฟันเทียมที่โรงพยาบาลประสาทวิทยา เนื่องจากก่อนหน้าได้ใส่ฟันปลอมหมดปาก จึงทำให้เวลาที่กินข้าวฟันหลุด และรู้สึกเจ็บเวลาที่บดเคี้ยวอาหาร ทำให้กินไม่สะดวกและไม่อร่อย แต่หลังจากได้รับการใส่รากฟันเทียมแล้ว ชีวิตดีขึ้น กินข้าวได้ กินผักได้ และคุณหมอก็ได้แนะนำให้ป้าหมั่นดูแลสุขภาพฟัน โดยการหมั่นไปขูดหินปูนและใช้ไหมขัดฟันค่ะ ต้องขอบคุณ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” มากค่ะ ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานรากฟันเทียมมาให้ป้า”.


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?