'ธนาธร'สะดุ้งโหยง!'อิศรา'ยกกรณีตัวอย่างคำสั่งศาลฎีกาฯวินิจฉัยห้ามผู้สมัครส.ส.ถือหุ้น-ประกอบกิจการสื่อ


   

แฟ้มภาพ

20 เม.ย.62 - สำนักข่าวอิศรา  หยิบยกคำสั่งศาลฎีกาที่ 1144/2562 เพื่อนำมาเสนอเป็นกรณีตัวอย่างเกี่ยวกับกรณีผู้สมัคร ส.ส. ถือหุ้นในธุรกิจสื่อมวลชน ให้สาธารณชนรับทราบ ดังนี้

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2562 นายอนุสรณ์ เกษมวรรณ ผู้ร้อง ผอ.การเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 กทม. ผู้คัดค้าน 

โดยผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 1 กทม. ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยอ้างว่าผู้ร้อง ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 42 เนื่องจากมีหุ้นสื่อมวลชน แต่ผู้ร้องไม่มีหุ้นสื่อมวลชน จึงมิได้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านเพิ่มชื่อผู้ร้องในรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ก่อนประกาศรายชื่อผู้สมัคร ผู้คัดค้านได้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครแล้ว ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกิจการของรายการจดแจ้งการพิมพ์ชื่อสื่อกลางสภาไทย มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ข่าวสารเศรษฐกิจและการเมือง ผู้ร้องจึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ขอให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาพิจารณาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. หรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 บัญญัติว่า ‘บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. … (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ …’

และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บัญญัติเช่นเดียวกันว่า ‘บุคคลผู้มีลักษณะต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. … (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใด ๆ …’

ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ มิได้

เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำคัดค้าน เอกสารพยานหลักฐานแห่งคดี ประกอบกับที่ผู้ร้องแถลงรับข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณาว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สื่อกลางรัฐสภาไทย ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลอันมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. มาตรา 98 (3) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3)

ที่ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องไม่ได้พิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ดังกล่าวเป็นเวลาเกิน 2 ปี ถือว่าความเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ของผู้ร้องสิ้นสุดลงตาม พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 45 นั้น เห็นว่า แม้กิจการของผู้ร้องมีการจดแจ้งการพิมพ์ไว้ตามกฎหมายดังกล่าว และต่อมาได้ได้มี พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 ยกเลิกกฎหมายนั้นแล้วก็ตาม แต่มีบทเฉพาะกาลตาม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 มาตรา 28 ให้ถือว่าหนังสือพิมพ์ซึ่งได้เข้าแจ้งความแก่เจ้าพนักงานการพิมพ์ตาม พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484 เป็นหนังสือพิมพ์ที่ได้จดแจ้งการพิมพ์ตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 ด้วย หากผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดประสงค์จะเลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้งภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ตาม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 มาตรา 18

การที่ผู้ร้องเพียงแต่ไม่ได้พิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ โดยไม่ได้แจ้งยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้งการพิมพ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีผลทำให้ผู้ร้องพ้นจากความเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ดังกล่าวได้

ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลอันมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (3) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ที่ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ชอบแล้ว อ่านต้นฉบับ


๒๓ ตุลาคม เป็นวัน "ปิยมหาราชเจ้า" "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ สวรรคต

เห็นยัง 'บิ๊กแดง' เป็นแบบไหน
'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓