หลัก 9 ประการเพื่อชีวิตสดใสของ สว.


   


    สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ แนะหลัก “9 ประการ เพื่อชีวิตสดใสในวัยสูงอายุ” เป็นแนวทางให้ร่างกายแข็งแรง ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขเหมาะกับวัย
    นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุโดยเฉพาะกลุ่มโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และภาวะสมองเสื่อม เป็นต้น เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากพบในผู้สูงอายุและมีจำนวนมากขึ้นตามค่าอายุเฉลี่ยของประชากร ความรุนแรงของปัญหาก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศและครอบครัว โดยพบอัตราการเกิดโรคในผู้สูงอายุเป็นแบบทวีคูณคือ ร้อยละ 1-2 ในประชากรอายุ 60-69 ปี ร้อยละ 8 ในประชากรอายุ 70-79 ปี และร้อยละ 50 หรือ 1 ใน 2 ของผู้สูงอายุที่อายุ 85 ปีขึ้นไป 
    กรมการแพทย์จึงมอบหมายสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ ดำเนินโครงการสำคัญระหว่างปี พ.ศ.2562-2565 เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยมีเป้าหมายผู้สูงอายุสุขภาพดี และพัฒนาระบบดูแลด้านสุขภาพโดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่กับครอบครัวและสังคมอย่างมีความสุข
       นพ.สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวเพิ่มเติมว่า การมีสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้อย่างมีความสุข สามารถประกอบกิจการหรือภารกิจหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับวัย ดังนั้น การมีสุขภาพที่ดีในผู้สูงอายุจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สูงอายุและบุคคลในครอบครัวต้องการ จึงขอแนะนำข้อปฏิบัติ สำหรับผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดี ตามแนวทางการดูแลสุขภาพตนเอง “9 ประการ เพื่อชีวิตสดใสในวัยสูงอายุ” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ควรปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ประกอบด้วย 
    1.อาบน้ำทุกวัน แปรงฟันสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันสึก เหงือกเป็นแผล ตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละครั้ง 2.กินอาหารสุก สะอาด วันละ 3 มื้อ ให้ครบ 5 หมู่ ควรกินอาหารที่ย่อยง่าย ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลง เพิ่มจำนวนมื้ออาหารให้มากขึ้น 3.ออกกำลังกาย 3 ครั้งต่ออาทิตย์ ครั้งละนิดไม่เกิน 30 นาที โดยเลือกชนิดการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เช่น การเดิน การวิ่งช้าๆ การบริหารท่าทางต่างๆ การรำมวยจีน โยคะ เป็นต้น 4.ดื่มน้ำสุกสะอาดอย่าให้ขาด วันละ 6-8 แก้ว ซึ่งควรเป็นน้ำที่ปราศจากสี กลิ่น ตะกอน 5.พักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 6-8 ชั่วโมง ปลอดโปร่งแจ่มใส เนื่องจากการนอนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ช่วยรักษาสุขภาพให้มีความสมดุล
     6.งดสิ่งเสพติด คบหาญาติมิตร ใกล้ชิดครอบครัว เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่พึ่งทางใจให้บุตรหลาน ก่อให้เกิดความสุขอบอุ่นเป็นครอบครัวที่พึงปรารถนา 7.ดูแลบ้านเรือน ของใช้ เสื้อผ้า ให้สะอาด น่าใช้ ไม่เป็นที่แพร่ระบาดและการติดเชื้อโรค 8.ตรวจสุขภาพให้ถ้วนถี่ ปีละครั้งเป็นอย่างน้อย เป็นการสร้างโอกาสที่จะทราบถึงภาวการณ์เปลี่ยนแปลงทางสุขภาพ เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นย่อมมีการเสื่อมของการทำหน้าที่ของระบบในร่างกาย 9.ฝักใฝ่ในธรรม ประกอบกรรมดี อารีต่อทุกคน โดยการบำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัวชุมชนและสังคม ส่งผลให้ได้รับการยอมรับนับถือจากผู้อื่น ก่อให้เกิดความสุขใจเมื่อนึกถึง เป็นการบ่มกุศลจิตให้เพิ่มพูนอันเป็นหลักยึดถือเป็นที่พึ่งที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงของชีวิต.


เห็นแล้วตาร้อน! วานนี้ (๒๒ สิงหาคม) ป.ป.ช.เปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน ๔๑๔ ราย

ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"