นักวิชาการฝ่ายปชต.ชี้ปมหุ้นธนาธรเรื่องขี้ผง ฉะอิศราทำสังคมเข้าใจผิด-กกต.ก็บ้าจี้ ดักคอหากตัดสินว่าผิดจะถือว่าเป็นคำตัดสินที่ทุเรศในประวัติศาสตร์!


   

23 เม.ย.62 - นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง  โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล โดยมีเนื้อหาดังนี้

เพิ่งได้อ่านข่าวการชี้แจงเรื่อง "หุ้นสื่อ" ในมือธนาธร ของบีบีซีไทย

(ข่าว https://www.bbc.com/thai/thailand-48009223) ประกอบกับข่าวล่าสุดที่ว่า ประธานอนุกรรมการ กกต. ประกาศไขก๊อก (ข่าว https://www.khaosod.co.th/politics/news_2442327) ทำให้คิดว่าควรเขียนข้อสังเกตของตัวเองต่อเรื่องนี้นะคะ อย่างน้อยในฐานะคนที่เคยทำงานเกี่ยวกับตลาดทุน ติดตามและเคยเขียนวิจารณ์คดี "ซุกหุ้น" สมัยทักษิณไปหลายรอบ

1. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้การโอนหุ้นสมบูรณ์เมื่อมีการบันทึกในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท แต่กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องแจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์ทันทีที่โอน (ซึ่งก็ไม่มีเหตุผลจะบังคับอยู่แล้ว จะเป็นการเพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายการทำธุรกิจโดยใช่เหตุ)

ธรรมเนียมปฏิบัติของบริษัทจำกัดทั่วไปก็คือ แจ้งข้อมูลผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ต่อกระทรวงพาณิชย์ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น ตามวาระการรายงานประจำปี ปกติจะยื่นแบบนี้หลังปิดงบการเงินและประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ก่อนหน้านั้นจะโอนหุ้นกี่ครั้งก็ไม่ต้องแจ้ง แค่จดในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทก็พอ (เรื่องนี้เชื่อว่าทุกคนที่มีกิจการบริษัทจำกัดจะคุ้นเคยดีค่ะ ตัวเองก็ต้องทำทุกปี)

2. สำนักข่าวอิศราซึ่งตี "ข่าว" เรื่องนี้เป็นเจ้าแรกอ้างในข่าวชิ้นแรกๆ ในทางที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่า ธนาธรโอนหุ้นวันที่ 21 มี.ค. 2562 โดยดูจากวันที่ที่บริษัทแจ้งกระทรวงพาณิชย์ แต่ "วันที่ที่แจ้ง" กับ "วันโอนหุ้น" แน่นอนว่าไม่ใช่วันเดียวกัน จากนั้นอิศราก็พยายามขุดคุ้ยหาพิรุธต่างๆ นานา แม้หลังจากที่ทนายของเจ้าตัวจะออกมาชี้แจงและแสดงหลักฐานการโอนหุ้นว่าเกิดขึ้นในวันที่ 8 ม.ค. 2562 ก็ตาม

จากข่าวบีบีซีไทยในลิงก์ด้านบน จะเห็นว่าฝั่งอนาคตใหม่ก็ชี้แจงเคลียร์ทุกประเด็น คำถามเดียวเท่านั้นก็คือ กกต. มีเหตุอันใดหรือที่จะ "ไม่เชื่อ" ว่าเอกสารการโอนหุ้นนั้นเป็นเอกสารจริง (คือไม่เชื่อว่าโอนหุ้นในวันที่ 8 ม.ค. 2562 จริงๆ)

อันนี้จะอ้างลอยๆ ว่า "ไม่เชื่อ" ไม่ได้ ต้องมีมูล มีเหตุผลที่ชี้แจงต่อสาธารณะได้อย่างชัดเจน

3. "เหตุผล" ข้อเดียวที่เจ้าของเพจนี้คิดออก ซึ่งจะ "มีเหตุมีผล" ที่ กกต. จะ "ไม่เชื่อ" ในเอกสารการโอนหุ้น ก็คือ ถ้าหากข้อเท็จจริงปรากฎว่า บริษัทสื่อแห่งนี้คือ วีลัคมีเดีย ผลิตสื่อต่างๆ ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ในทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ เช่น ทำเนื้อหาป้ายสีพรรคคู่แข่ง หรือทำโฆษณาชวนเชื่อที่หลอกให้คนเชียร์ธนาธรด้วยความเข้าใจผิด แบบที่สื่อหลายค่ายทำ (แต่จับมือใครดมไม่ได้) -- เพราะถ้าบริษัทนี้ผลิตสื่อแบบนี้ กกต. ก็จะ "มีเหตุผล" ที่จะสงสัยว่า ธนาธรยังคงเป็นเจ้าของบริษัทสื่ออยู่ (คือทำเอกสารหลอก)

แต่ในความเป็นจริง ชัดเจนว่าบริษัทนี้เจ๊ง เมื่อก่อนเคยผลิตนิตยสาร WHO แต่เลิกกิจการไปสองปีแล้ว

กกต. จึง "ไม่มีเหตุอันใด" ที่จะตั้งข้อสงสัยว่า เอกสารการโอนหุ้นอาจเป็นเอกสารเท็จ ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะตั้งข้อสังเกตว่า ธนาธรอาจถือหุ้นสื่อระหว่างการเลือกตั้ง (ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ)

4. จากข้อ 1-3 จะเห็นว่าเรื่องนี้จริงๆ เป็นเรื่องขี้ผงมาก ไม่มีอะไรเลย ไม่มีเหตุใดๆ ให้ต้องสงสัยธนาธรว่าจัดทำเอกสารเท็จ หรือซุกหุ้นต่อไป (จะซุกหุ้นของบริษัทสื่อที่เจ๊งแล้ว ไม่ผลิตสื่อใดๆ แล้วมาสองปีไปเพื่ออะไร ได้ประโยชน์ตรงไหนกัน?)

การที่เรื่องนี้มัน "go so big" จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ มีนักร้องเรียนไปร้อง กกต. ส่วนตัวเห็นว่าเกิดจากสองเหตุผลหลักเท่านั้น คือ 1) การที่สำนักข่าวอิศราติดตามขุดคุ้ยชนิด "จับผิดทุกเม็ดให้ได้" อาจจะด้วยความเข้าใจผิด(มาก)ว่า กรณีนี้อาจคล้ายกับการซุกหุ้นของทักษิณ ซึ่งข้อเท็จจริงที่อธิบายไปในข้อ 1-3 ก็เห็นชัดแล้วว่าต่างกันหลายโยชน์ ทั้งที่ในความเป็นจริง สำนักข่าวอิศรานั่นเองที่เป็นบ่อเกิดความเข้าใจผิด เพราะข่าวชิ้นแรกๆ ที่เขียนเรื่องนี้ทำให้คนเข้าใจผิดว่า "ธนาธรโอนหุ้นวันที่ 21 มี.ค." ทั้งที่นั่นเป็นเพียงวันที่ที่บริษัทแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นต่อกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ไม่ใช่วันที่โอน และ 2) ความ "บ้าจี้" ของ กกต. ที่รับเรื่องร้องเรียนทุกเรื่องตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ โดยไม่พิจารณาว่า "สาระสำคัญ" ของแต่ละเรื่องอยู่ตรงไหน ไม่เคยวางมาตรฐานตรงนี้ให้ชัดเจน

5. ในข่าวบีบีซีเขียนชัดเจนว่า ปิยบุตรในฐานะเลขาฯ พรรคอนาคตใหม่ต้องออกมาชี้แจง เพราะ กกต. ไม่เคยเปิดโอกาสให้ธนาธรได้ไปชี้แจงด้วยตัวเอง นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจ น่าเป็นห่วงมาก และไร้ธรรมาภิบาลอย่างรุนแรง -- เหตุใดหน่วยงานตรวจสอบจึงไม่เชิญผู้ที่ถูกกล่าวหามาชี้แจง? ปล่อยให้เวลาล่วงเลยจนจะตัดสินอยู่แล้ว? แบบนี้จะเรียกว่า "กระบวนการยุติธรรม" ได้อย่างไร?

ชวนติดตามดูการตัดสินของ กกต. ต่อกรณีนี้ในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) อย่างใกล้ชิดค่ะ ถ้าหากตัดสินว่า "ผิด" ก็ต้องบันทึกไว้เลยว่าเป็นคำตัดสินที่ทุเรศเป็นอันดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์ไม่เฉพาะของ กกต. เท่านั้น แต่รวมถึงประวัติศาสตร์ของหน่วยงานตรวจสอบทั้งมวลในประเทศนี้ด้วยอ่านต้นฉบับ


วันนี้ (๑๙ ส.ค.๖๒) "นายกฯ ประยุทธ์" ยกคณะ "ค่อนข้างใหญ่" ไปสุรินทร์-บุรีรัมย์ ฟังที่โฆษกรัฐบาลแถลงวันก่อน บอกว่า.........

รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'