“กุลิศ”ยัวะจัด ไม่รู้เรื่องปัญหาโฮปเวลล์


   

 

26 เมษายน 2562  นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยก่อนการประชุมคณะกรรมการ บอร์ด รฟท วาระพิเศษ กรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท. จ่ายชดเชยแก่ บริษัท โฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัดจากการบอกเลิกสัญญา เป็นเงิน 11,888.75 พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ว่าตั้งแต่ดำรับตำแหน่งประธานบอร์ดเป็นเวลา 1 ปี ไม่เคยได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากฝ่ายบริหาร ไม่เคยมีใครแจ้ง

เมื่อถามว่าหนักใจไหม นายกุลิศ กล่าวว่า หนักใจ เพราะบอร์ด ยังไม่เคยรับทราบเรื่องนี้เลย ไม่เคยมีการรายงานบอร์ดชุดปัจจุบันเลยว่ามีคดีของโฮปเวลล์ ซึ่งกำลังนำไปสู่การพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดอยู่ วันนี้ถือเป็นการประชุมนัดแรกที่เราจะรับทราบเรื่องของโฮปเวลล์ ซึ่งได้มีการเช็คไปที่บอร์ดชุดก่อนหน้านี้ หรือเช็คทางรักษาการผู้ว่า นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ก็ไม่เคยรับทราบเรื่องนี้เลย

อย่างไรก็ตามในการประชุมวันนี้จะเป็นการรับฟังแนวทางก่อน เนื่องจากเรื่องโฮปเวลล์เป็นเรื่องที่บอร์ด เพิ่งรับทราบ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีการรายงานถึงคดีนี้ โดยส่วนตัวคิดว่าคดีนี้มันจบไปแล้วตั้งแต่ศาลลชั้นต้น ศาลชั้นกลาง แต่ปรากฏว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งประธานบอร์ด ในวันที่ 27 เม.ย 61 จนถึงปัจจุบัน รถไฟไม่เคยรายงาน เราก็ไม่เคยได้รับรายรายละเอียดการนำพิจารณาต่อศาลปกครองสูงสุดอยู่ในการดำเนินการ เราไม่เคยได้รับการรายงาน

“วันนี้จะต้องมาไล่บี้ ว่าเกิดอะไรขึ้น และดูว่าจะต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ หรือสอบสวนหาการดำเนินการหรือไม่ว่าทำไมบอร์ด ถึงไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้จากฝ่ายบริการเลย จนกระทั้งมีคำตัดสินขิงศาลออกมา”นากุลิศ กล่าว

ด้านนายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการ กลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่สรุปจำนวนดอกเบี้ยและเงินต้นทั้งหมดในกรณีนี้ พบว่ามีจำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องจ่ายให้กับโฮปเวลล์ 25,000 ล้าน บาท แบ่งเป็นเงินต้น 12,000 ล้านบาทและดอกเบี้ย 13,000 ล้านบาท
สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ รฟท. จะเสนอจำนวนวงเงินที่ต้องจ่ายคืน ให้กับกระทรวงคมนาคม ในวันจันทร์ที่ 29 เมษายนนี้ ก่อนเสนอที่ประชุม คณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 30 เมษายนนี้ โดยยืนยัน ที่จะขอให้รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมช่วยจ่ายหนี้ก้อนนี้ด้วย เนื่องจากปัจจุบัน รฟท. มีหนี้สะสมอยู่แล้วประมาณ 1.2 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ แม้ค่าชดเชยดังกล่าว จะถูกบันทึกเป็นกำไรขาดทุนในผลประกอบการ แต่สุดท้ายรัฐบาลก็ต้องช่วยเหลือให้ รฟท. ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ดี ขณะเดียวกันไม่ว่ารัฐบาลจะให้ รฟท. ใช้หนี้จำนวนเท่าไหร่ก็จะต้องทำเรื่องเสนอกู้เงินทั้งหมดเพื่อมาใช้หนี้ โดยหาจากแหล่งเงินภายในประเทศเป็นหลัก


จำกันไว้ง่ายๆ นะ...........ปี ๒๕๖๒ นี้วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน เป็นวัน "เข้าพรรษา"และวัน/เดือน/ปี เดียวกันนี้

ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'