สอบลง 'ส.ส. 'ถือหุ้นสื่อ อาจมีตกม้าตายเพียบ!


เพิ่มเพื่อน    

       คุณสมบัติต้องห้ามของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (3) และ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) ที่ห้ามเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ เรื่องดังกล่าว เท่าที่หลายฝ่ายแลเห็น ปมปัญหา มีหุ้นสื่อ-มีชื่อในกิจการทำเกี่ยวกับเรื่องสื่อ กำลังกลายเป็นโดมิโนการเมือง ขยายจากกรณีของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปสู่ว่าที่ ส.ส.-ผู้สมัคร ส.ส.อีกหลายพรรคการเมือง

                ที่คาดหมายกันว่า เรื่องดังกล่าวหากสอบขยายผลกันทุกคน และยึดมาตรฐานตามลายลักษณ์อักษรของรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) แบบเป๊ะๆ ไม่แน่ อาจเจอคนที่สุ่มเสี่ยงจะมีปัญหาเรื่องมีคุณสมบัติต้องห้ามดังกล่าว แต่มาลงสมัคร ส.ส.กันอีกหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคใหญ่-พรรคเล็ก ในลักษณะไม่ตั้งใจ หรือหลงลืม

                เพราะกรณีของธนาธรที่จะไปชี้แจงต่ออนุกรรมการของ กกต.ในวันอังคารที่ 30เม.ย. และคาดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะได้ข้อยุติภายในต้นเดือน พ.ค. ว่าสุดท้าย กกต.จะให้ ธนาธรเข้าสภาฯ หลัง 9 พ.ค.หรือไม่? แต่ตอนนี้ หุ้นสื่อ ก็ยังมีว่าที่ ส.ส.-ผู้สมัคร ส.ส.อีกหลายคนทั้งที่สอบได้-สอบตกในระบบเขตและว่าที่ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ กำลังถูกร้องเรียนให้ กกต.สอบสวนขยายผลว่าอาจขาดคุณสมบัติ

                โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 19 เม.ย. ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล  เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อให้ตรวจสอบผู้ลงสมัคร ส.ส.-ว่าที่ ส.ส.ของพรรคการเมือง 6 พรรค เพราะพบว่ายังถือครองหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจ ด้านสื่อสารมวลชน แม้บางแห่งปัจจุบันเป็นบริษัทร้าง แต่ก็ยังเป็นความผิดเพราะยังไม่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

                รายชื่อที่ ร.อ.ทรงกลดยื่นให้ กกต.สอบ เจ้าตัวยอมรับเองว่า ยื่นเฉพาะพวกฝ่าย ขั้วเพื่อไทย ที่กำลังชิงตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ โดยแยกเป็นผู้สมัครจาก 6 พรรคการเมือง รวม 32 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 10 คน อาทิ นางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยาของนายขวัญชัย สาราคำ แกนนำคนเสื้อแดง, นพดล ปัทมะ ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่ เป็นต้น ซึ่งร.อ.ทรงกลดก็ยอมรับตรงๆ ว่าที่ไปยื่น กกต.ดังกล่าว จะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลของขั้วเพื่อไทยแน่นอน เพราะแม้บางคนจะสอบตกในระบบเขต แต่ที่ตกไปก็มีคะแนนที่ได้จากการเลือกตั้งที่ทำให้พรรคต้นสังกัดได้คะแนนรวมจนไปได้เก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์

                “เรื่องดังกล่าวจะมีผลให้คะแนนของทั้ง 6 พรรคหายไป 286,805 คะแนน ซึ่งจะทำให้จำนวน ส.ส.พึงมีหายไป 9 คน และส่งผลให้คะแนนของทั้ง 6 พรรค ไม่ใช่เสียงข้างมากที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้” ร.อ.ทรงกลด ระบุ

                และเวลานี้ฝ่ายขั้วเพื่อไทย-อนาคตใหม่ ก็เอาคืนบ้าง มีการไปยื่น กกต.ให้สอบคนของพลังประชารัฐคืนบ้างแล้ว ไล่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายอภิชิต ถาบุตร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ไปยื่นคำร้องต่อผอ.เลือกตั้ง จ.สกลนคร ให้ทำการตรวจสอบคุณสมบัติของนายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.สกลนคร พรรคพลังประชารัฐ หลังพบว่ามีชื่อถือหุ้นอยู่ในบริษัท ณัฐฐินีย์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ตามเอกสารของบริษัทที่แจ้งทำกิจการค้าว่า จัดพิมพ์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท

                ขณะที่ก่อนหน้านั้น ณรงค์ รุ่งธนวงศ์ คนจากพรรคเพื่อไทย ไปยื่นเรื่องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ  ชาญวิทย์ วิภูศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 15 มีนบุรี-คันนายาว พลังประชารัฐ ที่ชนะการเลือกตั้งในเขตดังกล่าว โดยเอาชนะวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส.เพื่อไทยหลายสมัย โดยอ้างว่าชาญวิทย์เป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน โดยถือหุ้นร่วม 250 ล้านหุ้น และยังบอกด้วยว่า มีข้อมูลของผู้สมัคร พปชร.อีกหลายรายที่จะยื่นต่อ กกต.ให้ตรวจสอบ

                จากบรรทัดฐานที่ศาลฎีกาแผนคดีเลือกตั้งเคยตัดสินว่า ภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ที่ถูก กกต.ไม่ประกาศรับรองเป็นผู้สมัคร ส.ส. เพราะพบว่านายภูเบศวร์ถือหุ้นในกิจการสื่อ จากนั้น เจ้าตัวได้ยื่นคำร้องคัดค้าน กกต.ต่อศาลฎีกาฯ จนต่อมาศาลฎีกาฯ ตัดสินว่า การที่นายภูเบศวร์มีชื่อเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอนจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งในหนังสือยื่นขอตั้งกิจการ ที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจ มีการระบุว่า เป็นกิจการที่ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ รับจัดทำสื่อโฆษณา สปอตโฆษณา เผยแพร่ข้อมูล โดยถือหุ้นไว้ก่อนยื่นสมัคร ส.ส. จึงถือว่ามีคุณสมบัติต้องห้าม

                แม้ในความเป็นจริง ภูเบศวร์จะบอกว่ากิจการของหจก.มาร์ส เอนจิเนียริ่งฯ ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาคาร ไม่เคยประกอบหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับสื่อใดๆ ทั้งสิ้น แต่เนื่องจากตอนยื่นจดทะเบียนโดยได้ใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูปในการจดทะเบียน ซึ่งเป็นแบบฟอร์มของกรมพัฒนาธุรกิจเอง ที่มีด้วยกัน 43 ข้อ ครอบคลุมกิจการเกือบทุกประเภทในประเทศ กรณีดังกล่าวเมื่อเอกสารที่เป็นเอกสารทางราชการ พบว่ามีชื่อของนายภูเบศวร์ในกิจการดังกล่าว   ทาง กกต.และทางศาลจึงต้องวินิจฉัย-ตัดสินไปตามตัวอักษรที่บัญญัติไว้ใน รธน.และกฎหมายเลือกตั้ง และถือเป็นบรรทัดฐานไปแล้ว สำหรับการตรวจสอบต่อจากนี้ในทุกกรณี

                เรื่องนี้เชื่อได้ว่า หลายกิจการในประเทศไทยที่ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งกิจการต่อกระทรวงพาณิชย์ส่วนใหญ่ก็จะใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูปดังกล่าวเพื่อความสะดวก สำหรับการขยายกิจการในอนาคต จะได้ไม่ต้องไปยื่นหลายรอบโดยเฉพาะกิจการขนาดกลาง-เล็ก

                ซึ่งพวกที่ลงสมัคร ส.ส.ทั้งพรรคใหญ่-กลาง-เล็ก ก็น่าเชื่อได้ว่าหลายคนก็มีกิจการของตัวเองหรือไปมีร่วมลงทุน ถือหุ้นในกิจการหลายแห่งทั้งกิจการทั่วไป บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่ทำเอง หรือร่วมลงทุนกับเครือญาติ เพื่อนฝูง หรือมีหุ้นในบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยก็ไม่เห็นเอกสารการยื่นขอจดทะเบียนบริษัท ว่ามีการระบุว่า  ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ รับจัดทำสื่อโฆษณา สปอตโฆษณา เผยแพร่ข้อมูล ไว้ด้วยหรือไม่?

                ปมปัญหามีชื่อ-ถือหุ้นในกิจการสื่อ ของบรรดาว่าที่ ส.ส.-ผู้ลงสมัคร ส.ส. ที่มีทั้งสอบตก-สอบได้ ที่อาจมีไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ ลืมโอน-ลืมขาย ก่อนลงเลือกตั้ง  ประเมินกันว่า หากสแกนกันละเอียด เชื่อได้ว่าจะมี "คนตกม้าตาย” กันเพียบ ถ้าตีความกฎหมายกันอย่างเคร่งครัด.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.