เคาะสูตร 'ปาร์ตี้ลิสต์'! มีผลชิงเสียงตั้งรัฐบาล


เพิ่มเพื่อน    

alt text

      คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สุดท้ายแล้ว จะเคาะสูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ แบบไหน ต้องจับตาดูกัน หลังที่ผ่านมา กกต.ยังไม่มีท่าทีชัดเจนในเรื่องนี้ เนื่องจากยังมีเวลาพิจารณาได้อยู่เพราะการคิดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับ จะต้องรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขตให้ครบตามจำนวนเสียก่อน ซึ่ง กกต.วางไว้ว่าจะทำให้เสร็จก่อน 9 พ.ค. ดังนั้น ที่ผ่านมา กกต.จึงยังไม่มีท่าทีชัดเจนใดๆ ออกมา แต่ก็คาดว่าน่าจะได้ข้อยุติภายในเร็ววันนี้

      ในอีกทางหนึ่ง กกต.ยังพอได้ลุ้นให้ศาลรัฐธรรมนูญวางหลักเกณฑ์พิจารณาดังกล่าวได้อยู่ เนื่องจากเพราะแม้กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่พิจารณาคำร้องของ กกต.ที่ขอให้ศาล รธน.วินิจฉัยปมปัญหาการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 แต่ล่าสุดปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็มีมติส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว ตามคำร้องของเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ จากเพื่อไทย

      แม้ดูแล้วเงื่อนเวลาการพิจารณาของศาล รธน.อาจไม่ทันวันที่  9 พ.ค.เว้นเสียแต่ศาล รธน.เร่งพิจารณา จนสะเด็ดน้ำ ก่อน 9 พ.ค. ทาง กกต.ก็อาจรอได้ เพื่อหวังให้คำวินิจฉัยของศาล รธน.เซฟตัวเองให้มากที่สุด

      ล่าสุดมีข่าวว่า ตุลาการศาล รธน.จะนัดประชุมกลางสัปดาห์นี้ เพื่อลงมติว่าจะรับคำร้องดังกล่าวของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งหากไม่รับคำร้อง เรื่องก็จบ  กกต.ก็ต้องตัดสินใจ จะรอช้าไม่ได้ แต่หากศาล รธน.รับคำร้อง กกต.ก็อาจชะลอการตัดสินใจ ดึงเรื่องเพื่อรอศาล รธน.วินิจฉัยให้ได้ข้อยุติก่อน ดูไทม์ไลน์ของศาล รธน.ที่ต้องพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน แล้วก็อาจทำให้ กกต.ยังพอดึงเวลารอได้ 

      อย่างไรก็ตาม ทาง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันว่า กกต.ไม่จำเป็นต้องรอศาล รธน. เพราะสำนักงาน กกต.ก็เตรียมสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ให้ กกต.พิจารณาไว้แล้ว

      โดยมีข่าวว่า สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ที่สำนักงาน กกต.วางไว้ มีด้วยกัน 3 สูตร ประกอบด้วย

      1.วิธีคำนวณของ กกต. ที่เสนอร่วมกับกรรมการร่างรธน. ที่ให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับพรรคการเมืองที่ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน จำนวน 27 พรรค   

       2.วิธีการคิดคำนวณของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. คำนวณออกมา 16 พรรค

       3.วิธีคิดคำนวณของนายโคทม อารียา อดีต กกต. ซึ่งคำนวณแล้วออกมาจะได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 16 พรรค เช่นเดียวกันกับของนายสมชัย แต่ 2 วิธีการคำนวณจะไม่แจก ส.ส.ให้กับพรรคการเมืองที่ได้คะแนนต่ำกว่า 71,057 คะแนน ซึ่งต่างกันเล็กน้อยตรงที่การคำนวณในส่วนของนายสมชัยรอบ 2 ตัดทศนิยมทิ้ง

      มีการมองกันว่า สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในสูตรแรก ที่ให้พรรคการเมืองที่ได้คะแนนต่ำกว่า

71,057 คะแนน มีสิทธิ์ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ด้วย ซึ่งจะทำให้ พรรคการเมืองขนาดเล็ก อย่าง พรรคประชาชนปฏิรูป ของ ไพบูลย์ นิติตะวัน, พรรคไทยศิวิไลย์, พรรคประชานิยม จะได้มี ส.ส.ในสภาฯ ด้วย โดยสูตรดังกล่าว ฝ่ายพรรคการเมืองขั้วเพื่อไทย ที่ประกาศจับมือกันตั้งรัฐบาลไปล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ 27 มีนาคม ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะมองว่าการที่พรรคการเมืองได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ส.ส.พึงได้ คือ 71,065 คะแนน ไม่สมควรได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะหากได้ น่าจะขัดกับเจตนารมณ์ของ รธน.

      ที่สำคัญสูตรดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่าย "ขั้วพลังประชารัฐ" ที่จะได้เสียง ส.ส.เพิ่มจากพรรคการเมืองขนาดเล็ก อย่าง ประชาชนปฏิรูป-ไทยศิวิไลย์-ประชานิยม โดยมีผลตามมาคือ ทำให้พรรคการเมืองสายขั้วเพื่อไทยอย่าง "อนาคตใหม่" จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลดลงไปร่วม 8 เสียง

      ยิ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐหลายคน โดยเฉพาะผู้กองคนดัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่ ส.ส.พะเยา แกนนำพรรคภาคเหนือ มีการเปิดดีลคุยกับตัวแทนพรรคการเมืองขนาดเล็กหลายพรรคดังกล่าวไว้แล้วตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเจรจาให้มาอยู่ขั้วพลังประชารัฐเพื่อตั้งรัฐบาลร่วมกัน จึงยิ่งทำให้แรงต้านจากพรรคขั้วเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับสูตรให้พรรคเล็กที่ได้ต่ำกว่า 71,065 คะแนน ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ มีเสียงคัดค้านมากยิ่งขึ้น

      สุดท้ายแล้วไม่ว่า  7 เสือ กกต.จะเคาะสูตรไหน ก็ต้องมีคนเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย และอาจมีการร้องคัดค้านตามมา แต่หาก กกต.พิจารณาเรื่องดังกล่าว บนหลักกฎหมาย-ความเป็นกลาง ก็คงไม่ต้องเกรงผลที่จะตามมา.


เมื่อวาน.....ผมหยิบข้อความที่ "ธนาธร" ประกาศกลางม็อบล้มเจ้าที่ท้องสนามหลวง เมื่อคืน ๑๙ กันยามาให้อ่านคงจำกันได้ ที่ว่า "วันนี้...เปิดประตูบานแรก" "วันนี้...เดินก้าวแรกไปด้วยกัน" นั่นน่ะ!

ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'