พาณิชย์ส่งข้อมูลแจงศาลปกครอง ยันโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งโขกค่ายาเกินจริง


   

 

1 พ.ค. 2562 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.62 กรมการค้าภายใน ได้ส่งหนังสือชี้แจงไปให้ศาลปกครอง ภายหลังจากที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ขอให้คุ้มครองชั่วคราวคำสั่งคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน และกกร.ได้มีมติให้นำยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 62 และศาลได้แจ้งมายังกระทรวงพาณิชย์ให้ทำหนังสือชี้แจงภายใน 15 วัน โดยไม่ต้องไปชี้แจงต่อศาลด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม หากมีข้อมูลใดเพิ่มเติม สามารถส่งไปให้ศาลได้อีกจนถึงวันที่ 1 พ.ค.นี้ โดยหลังจากนี้ ต้องรอให้ศาลพิจารณาและตัดสินก่อน ซึ่งไม่ว่าในที่สุดแล้ว ศาลจะตัดสินอย่างไร กระทรวงพาณิชย์พร้อมดำเนินการตาม

ทั้งนี้ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองขอให้คุ้มครองชั่วคราวคำสั่ง กกร. ที่นำยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุม โดยอ้างว่า ก่อนที่กกร.จะนำเข้าสู่บัญชีควบคุม สมาคมไม่ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นใดๆ และคำสั่งดังกล่าวบังคับใช้เฉพาะกับโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น ไม่ได้รวมถึงโรงพยาบาลของรัฐด้วย จึงส่งผลเสียหายต่อโรงพยาบาลเอกชน และขอให้ศาลคุ้มครองคำสั่งชั่วคราว เพื่อให้การออกประกาศของกกร.หยุดการบังคับใช้

สำหรับหนังสือชี้แจงดังกล่าว  เป็นการชี้แจงถึงสาเหตุที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเสนอให้ กกร. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้เป็นสินค้าและบริการควบคุม เพราะได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่า โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งคิดค่ายา และค่ารักษาพยาบาลสูงเกินจริง จนได้รับความเดือดร้อนมาก

ขณะเดียวกัน ยังชี้แจงอีกว่า ก่อนที่จะเสนอให้ กกร. และครม.อนุมัติให้เป็นสินค้าควบคุมนั้น กระทรวงได้หารือ และขอความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับการประกอบธุรกิจประกันภัย มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ

นอกจากนี้ ประกาศของกกร.ไม่ได้บังคับใช้เฉพาะกับยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงสถานพยาบาลทุกแห่ง ทั้งของรัฐ และเอกชนด้วย ไม่ได้เลือกปฏิบัติ และการขอข้อมูลราคาซื้อขาย ราคานำเข้ายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชน ก็เพื่อนำมาศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคา เพื่อให้รู้ว่า โรงพยาบาลคิดราคาสูงเกินจริงอย่างที่ผู้บริโภคร้องเรียนหรือไม่ ก่อนที่จะหามาตรการกำกับดูแลต่อไป ซึ่งต้องเป็นมาตรการที่โปร่งใส เป็นธรรม แลทุกฝ่ายเห็นชอบ ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ กระทรวงยังไม่ได้ควบคุมราคาขาย และจะไม่มีมาตรการควบคุมราคาขายแน่นอน

 พร้อมกันนั้น กระทรวงได้ส่งข้อมูลราคาซื้อขาย และนำเข้า ที่ได้จากการสอบถามโรงพยาบาเอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และร้านขายยารายใหญ่ ไปให้ศาลด้วย ซึ่งจากราคาดังกล่าว กระทรวงได้วิเคราะห์แล้วพบว่า โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง คิดราคายาชนิดเดียวกันแตกต่างกันมาก โดยบางแห่งคิดราคาขายโดยบวกเพิ่มจากราคาต้นทุนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่บางแห่งบวกเพิ่มสูงถึง 200-300% เมื่อสอบถามโรงพยาบาลถึงสาเหตุที่คิดราคาสูงเกินจริง บางแห่งตอบไม่ได้ แต่บางแห่งบอกว่า จะนำรายได้ไปลงทุนเพิ่ม ซึ่งกระทรวงมองว่า ไม่ควรนำค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรือค่าใช้จ่ายจากการลงทุนมาบวกเพิ่มในราคายา เพราะไม่เป็นธรรมกับประชาชน


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"