“เพื่อนไทย” หลังพ้นรอยร้าว “สิระ” เปิดใจ...ยังไปได้ดี


   

            ศึกภายใน “พรรคเพื่อนไทย” พรรคการเมืองเล็กชื่อคล้าย “พรรคเพื่อไทย” เป็นที่ยุติลงแล้ว หลัง “อนุวัฒน์ วิกัยพัฒน์” เลขาธิการพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรค 8 ราย ยื่นใบลาออกจากพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2562 ที่เจ้าตัวได้มอบหมายให้ “สันติพล ไชยกิจ” อดีตลูกพรรคเป็นตัวแทนในการนำเอกสารมายื่นและให้ข่าวต่อสื่อมวลชน

                วันนั้น “สันติพล” บอกทำนองว่า หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยไม่ได้มีการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ตลอดจนอุดมการณ์ของหัวหน้าพรรคเองก็ไม่มีความชัดเจน จึงขอลาออกไปทำตามอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเอง ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อนไทยเหลือเพียง “สิระ พิมพ์กลาง” รักษาการเป็นหัวหน้าพรรคเพียงเท่านั้น ส่วนตนจะย้ายพรรคหรือตั้งพรรคใหม่นั้นอยู่ระหว่างการหารือกัน แต่แนวโน้มจะมีการตั้งพรรคใหม่มากกว่าที่จะย้ายไปสังกัดพรรคอื่น

                ย้อนรอยศึกภายในพรรคก่อนการลาออกของกรรมการบริหารพรรค 8 ราย เดิมนั้น “พรรคเพื่อนไทย” ก่อตั้งโดย “สิระ พิมพ์กลาง” อดีตแกนนำคนเสื้อแดง จ.สกลนคร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อนไทย “อนุวัฒน์ วิกัยพัฒน์” เป็นเลขาธิการพรรค แต่ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ปรากฏข่าวความขัดแย้งขึ้นเมื่อ “อนุวัฒน์” ได้อ้างตัวเป็นหัวหน้าพรรคเช่นเดียวกัน โป๊ะแตกขึ้นมาเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2562 ที่ “อนุวัฒน์” เดินทางมาส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ต่อสำนักงาน กกต. แต่ “สิระ” เดินทางมาคัดค้าน โดยยืนยันว่าตนคือหัวหน้าพรรคตัวจริง บอกว่า “อนุวัฒน์” ไปนัดประชุมลับหลัง แล้วมีมติปลดตนเองออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค

                ความขัดแย้งดังกล่าวได้นำไปสู่คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ให้ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อนไทย เนื่องจากหนังสือแจ้งการแต่งตั้งตัวแทนประจำจังหวัดของพรรคเพื่อนไทย ฉบับลงวันที่ 9 และ 28 ม.ค. ไม่ได้ลงนามโดยหัวหน้าพรรคเพื่อนไทย หรือโดยผู้ได้รับมอบอำนาจจากหัวหน้าพรรค และนายทะเบียนพรรคการเมืองได้วินิจฉัยว่า การประชุมใหญ่พรรคเพื่อนไทย วันที่ 15 ธ.ค.2561 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อนไทยถูกตัดสิทธิ์ยกพรรค อดลงเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 หากกากบาทเลือกพรรคนี้ ก็ถือเป็นบัตรเสียเช่นเดียวกับการเลือกพรรคไทยรักษาชาติที่ถูกยุบ

                ด้าน “สิระ พิมพ์กลาง” หัวหน้าพรรคตัวจริงที่เหลืออยู่ เปิดเผยกับเราถึงสถานการณ์ก่อนและหลัง 8 กรรมการบริหารพรรคลาออก ถึงความขัดแย้งว่ามีสาเหตุมาจากการประชุมปลดตนออกจากพรรค ปลอมเอกสารลายมือชื่อรับรองผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งจะเห็นได้ว่ารายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่ปรากฏไม่มีชื่อตนอยู่เลยทั้งที่เป็นหัวหน้าพรรค สุดท้ายก็ไปด้วยกันไม่ได้ นอกจากนี้ได้ไปแจ้งความต่อ สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวหา “อนุวัฒน์” หมิ่นประมาท ให้การเท็จต่อหน้าศาล ส่วนข้อหาปลอมเอกสาร ซึ่งแจ้งความต่อตำรวจที่สกลนครไม่รับแจ้งความ เพราะตำรวจให้ไปแจ้งในพื้นที่เกิดเหตุปลอมลายเซ็น ตนในฐานะผู้เสียหายเดือดร้อน ถ้าปลอมที่ไหนต้องไปแจ้งที่นั่นกว่า 40 จังหวัด เป็นไปไม่ได้ ตนจะปรึกษากองปราบ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อัยการและศาลในเรื่องนี้ต่อไป

                ขณะที่ก้าวต่อไปของพรรคหลังจากนี้ “สิระ” กล่าวด้วยความมั่นใจยืนยันสมาชิกพรรคกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ยังอยู่กับตนเอง ตั้งแต่เลขาฯ พรรคลาออกไป อดีตสมาชิกที่ไม่ถูกกับอดีตเลขาฯ ก็กลับมาเข้าพรรคด้วย ก่อนหน้านี้ออกไปเพราะกลัวเลขาฯ ยึดพรรค ตอนนี้มีแต่คนจะกลับมา สมาชิกเชื่อมั่นในตนเองเป็นร้อยคน เพราะตนเคยทำงานเป็นเครือข่ายเอ็นจีโอ ไปชุมนุมทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดง มีความเป็นเอกเทศ หัวหน้าพรรคทั่วประเทศตนกล้าท้าเลยว่าตนเป็นหัวหน้าพรรคที่จนที่สุด ตอนนี้มีสมาชิกกว่า 5,000 คน มากกว่าพรรคใหญ่บางพรรค และอยู่ในมืออีกกว่า 1,000 คน ยังไม่ได้ส่ง กกต. ยืนยันว่าพรรคเพื่อนไทยยังไปได้ต่อ และไปได้ดีด้วย

                นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยยังอ้างว่า ทางพรรคได้คะแนนกว่า 3 แสนคะแนน มีผู้ใหญ่ 2-3 พรรค จะขอยุบมาร่วมกับตนเองอีกด้วย ตนก็ยังงงอยู่เหมือนกัน ขนาดเราไม่มีป้ายหาเสียง ไม่มีใบปลิว ไม่มีรถหาเสียง ยังได้คะแนนถึง 3 แสนคะแนน ถือว่าแปลกที่สุด ใกล้เคียงกับพรรคเพื่อชาติที่มี “จตุพร พรหมพันธุ์” เป็นผู้ช่วยหาเสียง

                ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าได้ 3 แสนคะแนน ทั้งที่ผู้สมัคร ส.ส.ถูกตัดสิทธิ์หมด “สิระ” บอกว่าเป็นคะแนนมาจากการที่ กกต.ยังไม่แจ้งไปยังหน่วย ทำให้ยังไม่มีการประกาศให้ประชาชนรับรู้ เมื่อเขาไม่รู้ก็เลยลงคะแนนให้ และมั่นใจว่าในพรรคมีคนมีคุณภาพกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

                ปิดท้าย “สิระ” กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบันจากการประกาศผลการเลือกตั้งที่มีปัญหาต่างๆ โดยแนะนำให้ กกต.ลาออก ถ้าตนเองเป็น กกต.ก็ลาออก ใครรัฐประหารก็ทำเลย ไม่ใช่ว่าตนชอบรัฐประหาร แต่มันไม่มีวิธีอื่นแก้ ต้องพึ่งพระบารมี ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่และเลือกตั้งใหม่ และฝากถึง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และหัวหน้า คสช. ถ้าไม่มีพรรคให้มาอยู่กับพรรคตนได้ จะให้ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 2 แล้วจะพาไปดูปัญหาชาวบ้านที่ยากจนจริงๆ จะได้รู้ว่าประชาธิปไตยที่ประชาชนอยากได้เป็นอย่างไร.

 

 


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน