รัฐสภาสิงคโปร์ผ่านกฎหมายขจัด 'ข่าวปลอม'


เพิ่มเพื่อน    

รัฐสภาสิงคโปร์ผ่านร่างกฎหมายขจัด "ข่าวปลอม" ให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งถอดเนื้อหาออนไลน์ที่เห็นว่าเป็นเท็จได้ กลุ่มสิทธิท้วงจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

แฟ้มภาพ อาคารรัฐสภาสิงคโปร์ / AFP

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ว่ารัฐสภาสิงคโปร์ใช้เวลา 2 วันในการอภิปรายร่างกฎหมายขจัดข่าวปลอมนี้ ก่อนที่พรรคกิจประชาชน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลจะใช้เสียงข้างมากที่มีอยู่ 89 ที่นั่ง ผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อคืนวันพุธ  ในขณะที่พรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน มีเพียง 6 ที่นั่ง

    กฎหมายขจัดข่าวปลอมของสิงคโปร์ให้อำนาจกับรัฐมนตรีสามารถสั่งให้บริษัทโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ต้องติดแถบเตือนกับโพสต์ที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และถ้าเป็นเคสที่ร้ายแรง สามารถสั่งให้ถอดโพสต์ดังกล่าวได้

    สำหรับโพสต์ข่าวปลอมที่เจ้าหน้าที่ตัดสินว่าเป็นการมุ่งร้ายและสร้างความเสียหายกับผลประโยชน์ของสิงคโปร์ บริษัทโซเชียลมีเดียต้องโดนลงโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 23.30 ล้านบาท ส่วนผู้โพสต์มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี

    เจ้าหน้าที่สิงคโปร์ระบุว่า กฎหมายนี้มีความจำเป็นเพื่อหยุดการแพร่กระจายของการพูดเท็จ ซึ่งอาจทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมและกัดกร่อนความไว้วางใจต่อสถาบันต่างๆ ของประเทศ

    นิโคลัส บีกลิน ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากลภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เห็นว่า กฎหมายฉบับนี้ให้เจ้าหน้าที่สิงคโปร์มีอำนาจที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ในการควบคุมความคิดเห็นออนไลน์ที่รัฐบาลไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นการทำให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และให้อำนาจรัฐบาลในการเซ็นเซอร์ผู้ที่คิดต่าง

    ลอว์ เทีย เคียง ส.ส.พรรคแรงงานของสิงคโปร์ ระบุว่า ไม่สมควรที่รัฐบาลซึ่งอ้างว่าปกป้องประชาธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ จะออกกฎหมายเช่นนี้ ซึ่งไม่ต่างจากการกระทำของรัฐบาลเผด็จการที่แสวงหาทุกวิธีทางในการสืบทอดอำนาจ.


อืมมมม.....บัตรสนเท่ห์ใบเดียว!กล่าวหา "นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล" ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น รับเงินทอนบริษัทยา ๕%ปลัดฯ สาธารณสุข "นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย"

"ลุง" แห่งยุคนิวนอร์มอล 
"การเมืองพรรค-การเมืองหมอ"
"มายาประชาธิปไตยเลือกตั้ง"
พปชร.ที่ 'อยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น'
"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.