นายกฯลั่น‘ส.ว.’มีสมอง 6เก้าอี้รับเงินเดือน2ทาง


   

 "บิ๊กตู่" ปัดคุม ส.ว. ชี้เขามีสมอง ช่วงเปลี่ยนผ่านขอให้ทำงานไปก่อน "ประวิตร" เมินเปิดชื่อกก.สรรหา อ้างทำงานตามที่หัวหน้า คสช.สั่ง "น้องวิษณุ" ยันไม่กดดัน อย่ามองแค่นามสกุล พบสิทธิประโยชน์วุฒิสภาชุดนี้ เงินเดือนกว่า 1 แสน 6 ส.ว.ที่มาโดยตำแหน่งรับเงินได้ 2 ทาง กระทุ้งประกาศ 50 ชื่อสำรองประเภทสรรหา 

    เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คนว่า ขออย่ากังวล นี่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้องให้ ส.ว.ชุดนี้ทำงานไปก่อน เมื่อถึงเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ในวันข้างหน้า ซึ่งวันนี้เดินหน้าไปได้มากแล้ว ส่วนที่มีหลายฝ่ายโจมตีว่า ส.ว.ต้องรับเงินสองทางนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้แล้ว และผ่านการทำประชามติ ดังนั้นอะไรที่เป็นกฎหมายอย่าไปรื้อกันอีกเลย ขณะที่ฝ่ายกฎหมายดำเนินการอยู่แล้วว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ หากไม่มีกฎหมายรองรับ บางเรื่องจะทำได้อย่างไร
     เมื่อถามว่า ส.ว.ทั้ง 250 คนจะแตกแถวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน จะไปคุมอะไรเขาได้ แต่ตนทำได้อย่างเดียว ทำความดี และประพฤติตนเป็นเยี่ยงอย่างเท่านั้น สุดแล้วแต่ว่าเขาจะเชื่อมั่นมากน้อยแค่ไหนอย่างไร 
    ส่วนที่มองว่ามี ส.ว. 250 คนเป็นต้นทุนอยู่แล้วนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมไม่มอง ส.ว.เขาก็มีสมอง อย่าลืมว่าผมไม่ใช่เป็นคนเลือก แต่มีการคัดสรรเข้ามา” พร้อมกับกล่าวติดตลกด้วยว่า "นี่เธอกำลังซักฟอกฉันอยู่หรือเปล่า" ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า มีหลายคนเป็นห่วงว่าวันข้างหน้าหาก พล.อ.ประยุทธ์ถูกซักฟอกในสภาจะควบคุมตัวเองได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “อะไร เธอหาว่าฉันควบคุมตัวเองไม่ได้หรือ มันเป็นธรรมดา ช่วงไหนที่วุ่นวายฉันก็เครียด จะตัดสินใจอะไรมันจะดีพอหรือไม่ จะถูกหรือเปล่า และอะไรที่ทำไปแล้วมันติดขัดตรงไหน ก็ย้อนกลับไป ไม่มีจบ นี่คืองานของนายกฯ”
    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 6 คนที่เป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง ต้องรับเงินเดือน 2 ทางว่า เรื่องรับเงินเดือนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนเข้าใจว่ารับ 2 ทาง เขาเขียนยกเว้นไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญมาตรา 269 ซึ่งอาจจะไปเป็นคณะกรรมการอะไรก็ได้ เขาไม่ได้ห้าม เช่น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะต้องเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพียงแต่ทั้ง 6 คนจะต้องไม่ไปมีกิจการสัมปทานที่ผูกขาดตัดตอน ขณะที่ ส.ว.อีกกว่า 200 คนนั้นทำไม่ได้
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความชัดเจนของการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการคัดสรร ส.ว. ว่า “ไม่รู้ คุณคิดกันไปเองทั้งนั้น แต่ก็เปิดได้ ไม่รู้จะเปิดเมื่อไร เป็นเรื่องของ คสช. รัฐธรรมนูญก็บอกไว้แล้วว่าให้ คสช.เป็นคนคัดเลือก ผมไม่พูดด้วยแล้ว”
    เมื่อถามว่า หากเปิดเผยรายชื่อ จะทำให้ทุกอย่างชัดเจน เพราะสังคมคาใจว่ามีคณะกรรมการไปเป็น ส.ว. พล.อ.ประวิตรย้อนถามกลับว่า “แล้วทำไม รัฐธรรมนูญเขากำหนดไว้ แล้วมันเรื่องอะไร ไม่เกี่ยว เราก็ทำงานตามที่หัวหน้า คสช.สั่ง”
    ที่อาคารสุขประพฤติ ถ.ประชาชื่น สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิดรับการแสดงตนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นวันที่สี่ มี ส.ว.มารายงานตัวทั้งหมด 21 คน ซึ่งรายงานครบ 249 คนแล้ว เหลือเพียง 1 คน คือ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล อดีต รมช.การต่างประเทศ ซึ่งแจ้งว่าติดภารกิจต่างประเทศ 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็น ส.ว.โดยตำแหน่งนั้น ได้เดินทางมาที่อาคารสุขประพฤติ แต่ไม่ลงรถยนต์ที่บริเวณชั้น 1 ซึ่งใช้เป็นที่รับรองการเข้าแสดงตน แต่ขึ้นไปแสดงตนและยื่นเอกสารที่บริเวณชั้นบนของอาคารสุขประพฤติเลย ทำให้สื่อมวลชนที่รอสัมภาษณ์อยู่ชั้นล่างไม่สามารถตามขึ้นไปสัมภาษณ์ได้
    พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. น้องชายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่หนักใจการเข้ามาเป็น ส.ว. เพราะมีประสบการณ์เคยเป็นทั้ง ส.ว.และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มาก่อน จึงรู้อำนาจและหน้าที่เป็นอย่างดี ขออย่ามองสภาพี่น้องแค่นามสกุล แต่ขอให้ดูที่การทำงาน สามารถสอบถามจากวุฒิสภาปี 2554-2557 ได้ว่า ชื่อนี้ นามสกุลนี้ มีบทบาทการทำงานในสภาเป็นอย่างไร และเมื่อเป็น สปท.ก็สอบถามได้ว่า มีบทบาทการทำงานในหน้าที่อย่างไร เชื่อว่าตนเป็น 1 ใน 5 คนที่กล้าพูดและชมตัวเองได้ว่าขยันทำงานอย่างเต็มที่ อภิปรายเสนอแนะกฎหมายต่อสภาอย่างทุกเรื่อง จึงกล้าพูดได้ว่ามีความตั้งใจในการทำงาน 
    เมื่อถามว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะพิจารณาจากคนที่เลือกให้เข้ามาเป็น ส.ว.หรือไม่  พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ขอให้เชื่อใจในดุลยพินิจและวิจารณญาณ ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. มีญาณวิถีหยั่งรู้ ว่าจะต้องทำงานอย่างไร เลือกใครอย่างไร เพราะในการลงคะแนนเลือกนายกฯ สภาจะไม่อนุญาตให้มีการอภิปรายหรือแสดงวิสัยทัศน์ ดังนั้นผู้เลือกจะต้องมีข้อมูลของตัวเองมาอยู่แล้ว จึงจะไม่มีคืนหมาหอน  ส่วนตัวจะเลือกคนที่จะบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านได้อย่างราบรื่น  
    “เวลาเราจะตัดสินใจอะไร ต้องคำนึงถึงการรักษาอาการของประเทศ เหมือนที่หมอรักษาอาการของคนไข้ ผมเป็นแพทย์ เวลาพิจารณาจะรักษาโรคใดด้วยวิธีใด จะรักษาด้วยยาหรือผ่าตัด เปรียบเทียบได้กับประเทศไทย ผ่านการผ่าตัดมาแล้ว 5 ปี ขณะนี้ระหว่างพักฟื้น ต้องดูแลความมั่นคงอย่างใกล้ชิด ด้วยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ชำนาญ สามารถประสานความร่วมมือของฝ่ายต่างๆ” พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัยระบุ
    เมื่อถามย้ำว่า แพทย์คนดังกล่าวจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัยไม่ตอบคำถาม แต่ยอมรับว่าแพทย์คนที่ผ่าตัดคนไข้ยังต้องมาดูแลคนไข้ที่ห้องพักฟื้นต่อไป ไม่ใช่ผ่าตัดเสร็จแล้วล้างมือกลับบ้าน เพราะญาติจะถามหาว่าแพทย์หายไปไหน ไม่มาดูคนไข้ บางทีออกจากห้องพักฟื้นแล้วกลับไปห้องไอซียูก็มี 
    นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ส.ว. กล่าวถึงการประชุมเลือกประธาน ส.ว. ว่า ส.ว.ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับตำแหน่งประธาน ส.ว.ขณะนี้คือ นายพรเพชร วิชิตชลชัย อดีตประธาน สนช. เพราะมีบุคลิกภาพเป็นผู้ใหญ่ มีความประนีประนอม และเป็นกลางสูง นอกจากนี้ยังมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย มีประสบการณ์รู้เรื่องข้อบังคับการประชุมดีไม่แพ้ใคร ที่ผ่านมาช่วยคุมการออกกฎหมายในสมัย สนช.ได้อย่างมีคุณภาพ 
    ผู้สื่อข่าวรายงานเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้  ในส่วนของเงินประจำตำแหน่ง ประธานวุฒิสภาได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 119,920 บาท, รองประธานวุฒิสภา 115,740 บาท, สมาชิกวุฒิสภา 113,560 บาท ส่วน ส.ว. 6 คนที่มารับหน้าที่โดยตำแหน่ง ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะได้รับค่าตอบแทนทั้งจากเงินประจำตำแหน่ง ส.ว.และตำแหน่งเดิม เนื่องจากไม่มีระเบียบข้อบังคับห้ามไว้ ต่างจากสมัยเป็น สนช.ที่ได้รับเงินสูงสุดเพียงทางเดียว
    ขณะเดียวกัน ส.ว.จะได้รับเบี้ยประชุมกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการ เงินสวัสดิการรักษาพยาบาลในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ รวมทั้งแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญประจำตัวได้ 1 คน ผู้ชำนาญการประจำตัว 2 คน และผู้ช่วยดำเนินงานของ ส.ว. 5 คน ส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส.ว.จะได้รับค่าพาหนะในการเดินทางมาประชุมวุฒิสภา ค่าใช้จ่ายการเดินทางสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ตามมติของคณะกรรมาธิการ เบิกค่ารถไฟ รถยนต์ประจำทางและเครื่องบินที่ใช้เดินทางในประเทศได้ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการทั้งในและต่างประเทศ
    รายงานข่าวแจ้งว่า จนถึงขณะนี้ คสช.ยังไม่ประกาศรายชื่อสำรองผู้จะเป็น ส.ว.ประเภทสรรหา จำนวน 50 คน ในราชกิจจานุเบกษา ทั้งๆ ที่รายชื่อสำรองผู้จะเป็น ส.ว.ประเภทเปิดรับสมัคร และเลือกกันเอง จำนวน 50 คน ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปพร้อมๆ กับวันที่ประกาศรายชื่อ ส.ว. 250 คน ทำให้เกิดการวิเคราะห์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา เช่น คสช.ยังตกลงกันไม่ได้ใช่หรือไม่ว่าพรรคพวกคนใกล้ชิดจะเป็นคนใดหรือไม่ นอกจากนี้ กระบวนการสรรหา ส.ว.โดย คสช.ที่ไม่โปร่งใสกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ และคาดว่าจะมี ส.ว.หลายคนถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติ หรือประเด็นการถือหุ้นสื่อ เหมือนกับที่ ส.ส.หลายคนถูกตรวจสอบอยู่ในขณะนี้.
    


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน