'ประมงพื้นบ้านอนุรักษ์ปูม้า' ซัด รองอธิบดี ทช.เอาดีใส่ตัว ยันคว่ำบาตรไม่ร่วมมือภาครัฐ


   

"บังเดียร์" ซัด รองอธิบดี ทช. บุกมาสร้างภาพถึงศูนย์ศึกษาเรียนรู้ศาสตร์พระราชา แฉแหลกจนท.ป่าชายเลนชุดจับกุมทำเกินกว่าเหตุ ยืนคว่ำบาตร ยังไม่ให้ความร่วมมือ ทช.

21 พ.ค.62 - ที่มูลนิธิอันดามัน นายหลงเฝียะ บางสัก หรือ บังเดียร์ ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านน้ำราบ ผู้บุกเบิกโครงการธนาคารปูม้า พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายชี้แจงข้อเท็จจริง หลังจากคณะรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)ได้ลงพื้นที่เพื่อเจรจาหาข้อยุติร่วมกับชุมชนบ้านน้ำราบเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งกระจ่างชัดว่านายหลงเฝียะ มิได้เจตนาบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน แต่ได้ดำเนินการไปตามมติของกลุ่มในการจัดสร้างศูนย์เรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นประโยชน์ในการศึกษาดูงานของนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป

จากนั้น นายไพฑูรย์ แพนชัยภูมิ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ฟื้นฟู กรมฯทช. นายไมตรี แสงอริยนันต์ ผอ.สบทช.10 นายประจวบ. โมฆรัตน์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (สบทช.10) และนายบรรจง นฤพรเมธี นายกสมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดตรัง ได้ลงพื้นที่ร่วมปรึกษาหรือกับคณะกรรมการกลุ่มประมงพื้นบ้านน้ำราบ เพื่อแก้ปัญหาการจับกุมนายหลงเฝียะ บางสัก ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านน้ำราบ โดยมีข้อหารือดังนี้

1.อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีคำสั่งเร่งด่วนให้แก้ปัญหาคดีความจากการจับกุมนายหลงเฝียะ บางสัก ข้อหาก่อสร้างอาคารบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน โดยจัดทำศูนย์เรียนรู้ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหลังใหม่ แทนหลังเดิมที่ชำรุด โดยการจัดทำร่วมกับอบต.เพื่อป้องกันข้อกล่าวหาหรือร้องเรียน

2.มีข้อตกลงร่วมกันว่าให้สั่งย้ายหัวหน้าสถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 40 นายเอกชัย ชาวนา ออกจากการทำงานในพื้นที่ เนื่องจากไม่สามารถทำงานร่วมกับชุมชนได้

3.จัดเวทีประชุมเครือข่ายอย่างเร่งด่วนทั้งโดยอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นประธาน เพื่อให้เครือข่ายได้สะท้อนปัญหาการทำงาน ตลอดจนข้อจำกัดและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในระดับพื้นที่ รวมทั้งกลไกจังหวัด และระดับนโยบาย

4.จัดทำแผนงานร่วมกันในระยะยาว โดยทำพื้นที่บ้านน้ำราบเป็นพื้นที่นำร่อง ต้นแบบการจัดทำศูนย์เรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งระบบและเรื่องสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร

นายหลงเฝียะ กล่าวว่า มติการคว่ำบาตรของเครือข่ายชมรมประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง และเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านยังคงเหมือนเดิม จนกว่าจะแก้ปัญหาและมีการหารือร่วมกับอธิบดีฯในระดับเครือข่ายอีกครั้ง ซึ่งตนเองไม่สามารถตัดสินใจได้เนื่องจากทุกวันนี้เราทำงานกันเป็นกลุ่มเป็นเครือข่าย เครือข่ายเห็นชอบอย่างไรก็ว่ากันไปตามนั้น ส่วนในเรื่องคดีทาง ทช.ก็ช่วยกันพิจารณาในเรื่องของการจัดการก็ว่ากันเป็นนโยบาย ที่ผ่านมาเราจัดการในพื้นที่ก็จริง แต่ก็การชักไม้ที่อยู่อาศัยเรายังผิดกฎหมายอยู่ เพราะฉะนั้นในพื้นที่เราต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน เพราะต่อไปทุกพื้นที่ก็เป็นแบบนี้ตลอดไม่ว่าเป็นบ้านน้ำราบหรือที่อื่นมันก็ส่งผลกระทบเหมือนๆกัน

"ผมยังติดใจที่เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมครั้งนี้ ในส่วนของการจับกุมยังไม่รู้เรื่องไม่ชัดเจนว่าตนเองจะพ้นจากการโดนจับกุมหรือไม่ เพราะมันเป็นคดีไปแล้ว ผมยังเป็นห่วงอยู่ การที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุม บางคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่พูดออกมาบางคำพูดรับไม่ได้ หัวหน้าคนนี้สมควรจะออกจากพื้นที่เพราะคำพูดแต่ละคำแรงมาก ผมเคยพูดกับเขาว่า ถ้ามีอะไรตกลงให้มาคุยกันในพื้นที่ แต่นายเอกชัยบอกว่าไม่จำเป็นที่ต้องมาคุยกับชาวบ้านซึ่งตรงนี้แหละมันเกิดความเป็นคับแค้นใจ"นายหลงเฝียะ กล่าว


วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน คือ มีข้อความมา ว่า...... "อยากให้คุณเปลวพูดเรื่องหุ้นและการกู้ยืมเงินของ ทอนอีก ยื้อเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ทาง กกต.จะฟ้องได้ไหม หรืออะไรยังไง?"

'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'