การเมืองยังวุ่น เศรษฐกิจหดตัว ปรับลดจีดีพีปนี


เพิ่มเพื่อน    

  สศช.เผยเศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัว 2.8% ต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส ขยับลดจีดีพีปี 62 เหลือ 3.6% จากเดิมคาดไว้ที่ 4% ชี้ผลพวงจากภาวะศก.โลกและการเมืองไม่นิ่ง วอนเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่น-การลงทุน "แบงก์ชาติ" เตรียมประเมินการ ศก.อีกครั้ง 26 มิ.ย.นี้

    เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นายทศพร ศิริสัมพันธ์  เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยว่า เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1/62 ขยายตัว 2.8% ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ชะลอลงจากไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนที่ขยายตัว 3.6% และถือว่าขยายตัวได้ต่ำที่สุดในรอบ 17 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/57 โดยเป็นผลมาจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนรุนแรงกว่าที่คาด ทำให้การส่งออกในไตรมาส 1/62 ขยายตัว -3.6% ประกอบกับสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่ชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล
    นายทศพรกล่าวว่า สศช.ได้ทบทวนประมาณการเศรษฐกิจใหม่ โดยเศรษฐกิจไทยในปี 62 จะขยายตัวได้ 3.6% หรือ 3.3-3.8% ลดลงกว่าประมาณการเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 4% ในช่วงคาดการณ์ 3.5-4.5% เนื่องจากปัญหาสงครามการค้าทวีความรุนแรงขึ้น จะทำให้การส่งออกของไทยขยายตัวเพียง 2.2% ซึ่งต้องการรัฐบาลใหม่ผลักดันให้ส่งออกขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3%
    "สิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ไม่มากเท่าที่ควร เป็นผลจากการลงทุนของภาครัฐ และการใช้จ่ายของรัฐวิสาหกิจที่ยังทรงตัวเท่าเดิม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง โดยอาจทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ไม่มากเท่าที่ควร คือในช่วงเลือกตั้งที่ทำให้การตัดสินใจในเชิงธุรกิจต้องรอความนิ่งจากการเมืองก่อน ดังนั้นหากการเมืองนิ่ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ คิดว่าบรรยากาศต่างๆ จะกลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณของปี 63 ที่จะเข้าสู่กระบวนการด้านรัฐสภา และประกาศใช้ได้ทันในเดือน ต.ค.62" นายทศพรกล่าว
    เลขาฯ สศช.กล่าวว่า เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะมีสัญญาณดีขึ้น เนื่องจากไทยจะมีการจัดตั้งรัฐบาลมาขับเคลื่อนนโยบายและรักษาแรงขับเคลื่อนขยายตัวเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่การส่งออกนั้น หากมีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะพยายามผลักดันให้การส่งออกขยายตัวให้ได้ 3% ส่วนการท่องเที่ยวรัฐบาลจะต้องดูแลให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ที่ 2.12 ล้านล้านบาท หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยว 40.5 ล้านคน
    "หากปัจจัยบวกต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ อาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวต่ำสุดของตัวเลขประมาณการที่ 3.3% ได้ โดยเชื่อว่ารัฐบาลอาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เพื่อประคองเศรษฐกิจไม่ให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกเกินไป และการกระตุ้นคงจะเน้นการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ที่ไม่ได้เน้นให้เศรษฐกิจขยายตัวได้โดดเด่น หรือทำให้ตัวเลขจีดีพีเติบโตชดเชยการส่งออก ซึ่งเป็นการใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก" เลขาฯ สศช.กล่าว
    นายทศพรกล่าวว่า สศช.อยากให้มีการตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว เชื่อว่าเมื่อตั้งรัฐบาลได้เร็ว ความนิ่งทางการเมืองจะเกิดขึ้น เมื่อมีรัฐบาลใหม่เร็ว จะนำไปสู่ความชัดเจนในการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คือการส่งออก การท่องเที่ยว และความนิ่งทางการเมือง เพราะตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ของไทยยังดีอยู่ ทั้งเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน การบริโภค การลงทุนภาคเอกชนที่ยังแข็งแกร่ง และตัดสินใจต่อเนื่องในการลงทุน ส่วนจะเป็นรัฐบาลเสี่ยงปริ่มน้ำ ก็จะไม่มีปัญหากับการทำนโยบาย เพราะเราเคยผ่านการจัดตั้งรัฐบาลลักษณะนี้มาแล้ว
    ส่วนนายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตัวเลขการขยายตัวประมาณการเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ดังกล่าวต่ำกว่าที่ ธปท.ประเมินไว้ในรายงานนโยบายการเงิน รอบเดือน มี.ค.2562 แต่ถือว่าใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2562 โดยปัจจัยหลักมาจากการหดตัวของการส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่อุปสงค์ในประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาคเอกชน ทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวร้อยละ 4.6 และร้อยละ 4.4 จากระยะเดียวกันปีก่อนตามลำดับ
    "ระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากภาคต่างประเทศเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าของสหรัฐและจีนที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการใช้จ่ายภาคเอกชน ซึ่ง ธปท.จะประเมินและเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน วันที่ 26 มิ.ย.นี้" ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.กล่าว
    ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2562 ชะลอตัวลงต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส อยู่ที่ 2.8% ต่อปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.2% ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจดังกล่าวคาดว่าจะยังต่อเนื่องไปยังไตรมาสที่ 2 ของปี โดยการใช้จ่ายครัวเรือนจะยังเป็นตัวหนุนเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกลางปี แต่ยังต้องติดตามภาวะภัยแล้งที่มีความเสี่ยงจะลากยาวออกไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรในไตรมาสที่ 2
    ขณะที่เศรษฐกิจไทยครึ่งหลังของปี 2562 ยังมีความไม่แน่นอนอยู่หลายประการ จากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังมีความเสี่ยงว่าจะมีมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติมจากปัจจุบัน ซึ่งจะมีผลต่อภาพรวมการส่งออกทั้งปีของไทยให้ขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ระดับปัจจุบันที่ 3.2% ในขณะที่ปัจจัยในประเทศคงรอติดตามการจัดตั้งรัฐบาล คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนการผลักดันงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ดังนั้น ในเบื้องต้นศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ไว้ที่ 3.7% เพื่อรอประเมินปัจจัยความไม่แน่นอนทั้งจากภายนอกและภายในประเทศดังกล่าว ซึ่งหากสถานการณ์ลากยาวออกไป จะส่งผลให้ GDP ทั้งปี 2562 ขยายตัวโน้มเข้าสู่กรอบล่างของประมาณการที่ 3.2-3.9%.


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'