"ปล่อยวาง-ใช้ชีวิตเรียบง่าย" สุขวันนี้ของ..คุณหญิงแอ๋ว


   

            “มีความสุขกับชีวิตและอย่าร้อนรน ถ้าอะไรที่มันจบแล้วก็ให้มันจบไป คนอื่นเขาทำแทนเราได้เสมอ เมื่อมีเวลาว่างก็ให้อุทิศเวลาให้กับตัวเอง ที่สำคัญต้องกินให้น้อย ใช้น้อย และต้องหมั่นสะสมบุญกุศล เพราะเป็นสิ่งดีงามที่ทำให้เราไปเกิดในที่ดีๆ ดังนั้นเมื่อเกิดเป็นชาวพุทธก็ต้องรู้จักการปฏิบัติธรรม” คติการใช้ชีวิตในวัยเกษียณของ คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ในวัย 69 ปี ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

            อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย บอกเล่าให้ฟังถึงการใช้ชีวิตในวัยเกษียณของเจ้าตัวไว้น่าสนใจ โดยเฉพาะหลักคิดของการ “ปล่อยวาง” รวมถึงการใช้เวลาในการเข้าใจเด็กและลูกหลาน ตลอดจนการทำตัวเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในการทำบุญ และปฏิบัติธรรมเพื่อสั่งสมความดีงามให้กับลูกหลานได้เห็นและยึดถือปฏิบัติ 

            "อันที่จริงแล้วหลังเกษียณทำงานค่อนข้างเยอะ และเวลาที่เราทำงาน และต้องเลิกทำไปในทันทีนั้น ก็ค่อนข้างทำใจยาก ก็จะค่อยๆ ผ่อนมันลง ซึ่งตอนนี้ทำงานอยู่ 2 ที่ คือเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยอยู่ 2 แห่ง ทั้งนี้ รูปแบบของงานก็จะไม่ได้หนักมาก คือทำหน้าที่ในการดูแลและพิจารณาเรื่องนโยบายเกี่ยวกับงบประมาณว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร โดยจะเข้าประชุมเดือนที่มหาวิทยาลัยเดือนละ 1 ครั้ง ไม่ได้นั่งทำงานประจำ ที่สำคัญทุกวันนี้ก็จะให้เวลากับตัวเองมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าทุกวันนี้ เวลาที่กินข้าวเช้าก็จะเคี้ยวให้นานมากขึ้น และก็เน้นกินอาหารโปรตีนให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อบำรุงสมอง เพราะก่อนหน้านั้นที่เรากำลังทำงาน ก็ค่อนข้างใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ นอกจากนี้ก็จะดูแลสุขภาพด้วยการหมั่นออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ และเลือกออกกำลังกายด้วยการเดินทุกวัน วันละ 5 กิโล"

            “เราต้องบอกตัวเองอยู่เสมอว่า ต้องอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด เพื่อที่ว่าจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่าน และการเดินยังทำให้เรามีสติ รู้ทันความคิดตัวเองอยู่เสมอ นอกจากนี้ กิจวัตรประจำวันที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือการปฏิบัติธรรมในวัดป่า และสิ่งที่ได้จากปฏิบัติภาวนา เช่น การสูดลมหายใจเข้า-ออกทั้งสั้นและยาว ตลอดจนการเพ่งภาวนา ก็จะทำให้เรามีสติและอยู่กับปัจจุบัน ทั้งนี้ การอยู่กับตัวเองไม่เพียงทำให้ชีวิตของเราสงบ แต่ยังพบเจอกับเรื่องราวดีๆ อีกทั้งยังทำให้ไม่มีความโลภ"

            ถ้าถามว่าชีวิตเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนหลังอายุ 60 ปี ส่วนตัวพี่เกษียณตอนอายุ 50 ปีค่ะ ดังนั้นบอกเลยว่าชีวิตก่อนและหลัง 60 ปี แตกต่างกันมากค่ะ จากเดิมที่เราค่อนข้างเครียด เมื่อตอนที่ยังทำงานการเมือง เพราะต้องให้ความสำคัญเรื่องการชนะ ทำให้ชีวิตไม่มีคุณภาพ แต่ทุกวันนี้ เราใช้คติการปล่อยวางมากขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตนั้นเราเคยเป็นรัฐมนตรี ซึ่งอันที่จริงแล้วพี่มองว่ามันเพียงหัวโขน และเมื่อออกจากตำแหน่งดังกล่าว ก็รู้สึกว่ามีความสุขมากยิ่งขึ้น”

            ในส่วนของการดูแลตลอดจนความกังวลต่างๆ ที่มีบุตรหลาน คุณหญิงแอ๋ว บอกว่า ส่วนตัวใช้วิธีการเฝ้าดูอยู่ห่างๆ โดยไม่เข้าไปก้าวก่ายในชีวิตลูกหลาน แต่สอนด้วยการสอดแทรกความรู้ผิดถูกให้กับเด็ก ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด เป็นต้นว่า หากลูกหลานนั่งเล่นโซเชียล เราในฐานะคนเป็นพ่อเป็นแม่ หรือปู่ย่าตายายต้องคอยถาม คอยดูแลให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับลูกหลาน เพื่อป้องกันเด็กใช้ชีวิตหลงผิดแบบกู่ไม่กลับ

            “การดูแลลูกหลานนั้นเราอย่าเข้าไปยุ่งกับเขามาก  เพราะเด็กสมัยนี้มักจะมีความคิดเป็นของตัวเอง ขอเพียงแค่ว่าเราสอนให้เข้ารู้จักอยู่ในศีลธรรม และมีคุณธรรมจริยธรรมก็เพียงพอแล้ว เช่น การที่ดูลูกกำลังนั่งดูอะไรในแท็บเล็ต เราต้องสอนให้เขามีคุณธรรม เป็นต้นว่า ถ้าหลานดูอะไรให้ย่าดูด้วย  ระหว่างนั้นเราก็สอน โดยการพูดคุยเพื่อสอดแทรกความรู้ให้กับเขาว่าสิ่งไหนที่ควรดูไม่ควรดู หากสิ่งที่เด็กดูเป็นสิ่งที่ไม่ดี ก็ต้องบอกกับเขาว่าอันนี้ไม่ดีนะ ลูกอย่าดู หรืออันนี้ดีนะ ลูกควรดูนะ เพราะบางครั้งการให้เด็กอยู่กับโซเชียลเพียงลำพัง ไม่เพียงทำให้เขาว้าเหว่ แต่เด็กจะดูและเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าเราอยากให้ลูกหลานทำความดีเป็นคนดี พ่อแม่ ปู่ย่าตายายก็ต้องทำความดีเพื่อเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็นเป็นกิจวัตรประจำวันค่ะ”

            คุณหญิงสุพัตรา กล่าวทิ้งท้ายว่า “การใช้ชีวิตให้มีความสุขช่วงวัยเกษียณนั้น เราต้องรู้จักการปล่อยวาง และงานที่เคยทำก็ให้คนอื่นรับผิดชอบและทำต่อไป เพราะหมดเวลาของเราแล้ว ที่สำคัญคนวัยเกษียณ เวลาของเราก็เหลือน้อยแล้ว ดังนั้นจึงควรแบ่งเวลาเพื่อมาดูแลสุขภาพจิตใจและร่างกาย และต้องรู้จักการบริหารจัดการกิจวัตรประจำวันให้เหมาะสม โดยที่เราไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลานค่ะ”.


"บิ๊กป้อม" พูดถูกนะ ๕ รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐที่ยังเป็น ส.ส. ควรจะลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลื่อนลำดับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นมาอีก ๕ อันดับ

มอง ส.ส.ผ่านบัญชีทรัพย์สิน
ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต