ปราสาทโคริยามะและบาร์ทาโก


เพิ่มเพื่อน    

ตัวปราสาทโคริยามะในปัจจุบันเหลือแค่ฐานหิน

 

         หากเอ่ยนาม “โคริยามะ” ขึ้นมา หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเมืองใหญ่ในจังหวัดฟุกุชิมะ ทางเหนือของเกาะฮอนชู เมืองโคริยามะในจังหวัดนาราจึงมีคำว่า “ยามาโตะ” นำหน้าด้วย เพราะในอดีตเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดยามาโตะ ซึ่งยามาโตะยังเป็นชื่อราชวงศ์ของญี่ปุ่นที่ยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน ทว่า “ปราสาทโคริยามะ” ใช้ชื่อนี้โดยไม่ต้องเติมยามาโตะเข้าไป

                ปราสาทโคริยามะอยู่ห่างจากอพาร์ตเมนต์ของฮิโรกิแค่กิโลเมตรกว่าๆ ฮิโรกิออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว ผมและเพื่อนร่วมทางออกจากอพาร์ตเมนต์ของเขาเวลาใกล้ๆ เที่ยง ยังคงเก็บกระเป๋าไว้ที่อพาร์ตเมนต์เพื่อความสะดวกสบายในการเดินเหิน

                รถไฟของบริษัทคินเท็ตสึวิ่งผ่านหน้าทางเข้าปราสาท หลังรางรถไฟเป็นซุ้มประตูชั่วคราวสีชมพู เขียนเชิญชวนเที่ยวงาน Oshiro Matsuri งานฉลองปราสาทครั้งที่ 59 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2562 ขณะนี้อยู่ในช่วงเวลาของเทศกาลพอดี

คูน้ำและกำแพงหินนอกปราสาทโคริยามะ

                ก่อนจะลอดซุ้มประตูนี้ไป ทางด้านซ้ายมือเต็มไปด้วยซากุระที่ดอกกำลังบานสะพรั่งอยู่ในสวนเล็กๆ มีทางเดิน 2 เลน ตกแต่งด้วยโคมไฟสีขาว เสาสีแดง รอสร้างสีสันให้กับงานในเวลากลางคืน เราแวะไปถ่ายรูปครู่หนึ่งก็เดินเข้าสู่เขตปราสาท

                ผ่านซุ้มประตูไปไม่ไกลก็เห็นแถวยาวนับร้อยเมตรของแผงลอยขายอาหาร ของเล่น และของที่ระลึก มีคนใส่เสื้อหนาวมาเดินเที่ยวกันไม่ค่อยหนาตานัก คงรอให้ถึงเวลาเย็นย่ำเสียก่อน 

                เรายังไม่ได้กินอะไรกันมา ผมเห็นขนมไทยากิ หรือขนมรูปปลาไส้ถั่วแดงกวน ก็รีบซื้อรองท้องทันที เพื่อนร่วมทางของผมซื้อไก่คาราเกะมา 1 ถ้วยกระดาษ เขาว่ารสชาติไม่ตกมาตรฐาน อร่อยดีแต่ไม่มาก 

                มีอ่างปลาทองแซมๆ อยู่ในงานออกร้าน เด็กๆ พากันเข้าไปช้อนปลาทองด้วยสวิงเล็กๆ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเมืองยามาโตะโคริยามะมีชื่อเสียงในการเลี้ยงปลาทองมาอย่างยาวนาน และถือเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำเมืองเลยทีเดียว เมืองนารามีรูปกวางบนฝาท่อระบายน้ำตามถนนหนทาง เมืองยามาโตะโคริยามะก็มีรูปปลาทองอยู่ทั่วเช่นกัน

อ่างปลาทองในงานออกร้านของเทศกาลเที่ยวปราสาทโคริยามะ

                สำหรับปราสาทโคริยามะนั้นสร้างขึ้นเมื่อเกือบ 500 ปีก่อน แต่ถูกทำลายลงในยุคการปฏิรูปสมัยเมจิ เหลือเพียงกำแพงหินและคูน้ำล้อมรอบปราสาท มีการสร้างประตู ป้อมปืน และหอคอยขึ้นมาใหม่บางส่วน รวมถึงสะพานข้ามคูน้ำบางจุด แต่ตัวปราสาทคงเหลือแต่ฐานหิน 2 ชั้น มีไว้ให้คนขึ้นไปดูวิวเมือง

                ซากุระที่ปลูกเอาไว้เป็นจำนวนมากออกดอกบานเต็มที่ในช่วงนี้พอดี โคมไฟบนเสาสีแดงอยู่ทั่วริมทางเดิน รักษาระยะห่างระหว่างต้นแค่สอง-สามเมตร สนามเด็กเล่นตั้งอยู่ใกล้ๆ ห้องน้ำสาธารณะ ที่มุมหนึ่งมีเวทีถาวรพร้อมหลังคา ยกพื้นสูงประมาณ 2 ศอก ตรงข้ามคือม้านั่งหลายตัวตั้งเรียงกันเป็นแถวสำหรับนั่งชมการแสดง คาดว่าจะเริ่มในช่วงเย็นเป็นต้นไป

แถวร้านค้ายาวเหยียดในงาน Oshiro Matsuri

                เราเดินวนเข้าไปตามทางเดินเล็กๆ สู่พื้นที่ชั้นใน แต่ตัดสินใจไม่ขึ้นไปบนฐานของปราสาท เพราะต้องเดินวนอีกยาว ยิ่งเข้าไปใกล้กลับรู้สึกยิ่งไกลออกไป

                ออกจากปราสาทแล้วเราก็เดินต่อไปยังสถานีรถไฟโคริยามะของบริษัทคินเท็ตสึที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 600 เมตร หากจะขึ้นจากสถานีโคริยามะของบริษัทเจอาร์เราต้องเดิน 1 กิโลเมตรกว่า ตั้งอยู่ใกล้อพาร์ตเมนต์ของฮิโรกิ แต่ปัญหาของบริษัทคินเท็ตสึคือต้องไปเปลี่ยนรถไฟที่สถานี Yamato-Saidaiji แล้ววิ่งผ่านพระราชวังเฮโจะ ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลก เข้าสู่สถานี Kintetsu-Nara

                เราเลือกซื้อของฝาก กินมื้อเที่ยง (ตอนบ่ายแก่ๆ) และกาแฟบนถนน Sanjo Dori แล้วเดินไปยังสถานีรถไฟนาราของบริษัทเจอาร์เพื่อกลับสถานีโคริยามะ และเดินอีกนิดไปอพาร์ตเมนต์ของฮิโรกิ ด้วยวิธีนี้จะทำให้เราเดินโดยรวมเท่าๆ กับเดินตรงจากปราสาทโคริยามะสู่อพาร์ตเมนต์ แต่ยังได้เที่ยวตัวเมืองนาราเป็นของแถม 

โชคดีที่ได้ไปเยือนในช่วงซากุระบานเต็มที่

                ผมคืนกุญแจให้กับเอมิซัง-ภรรยาของฮิโรกิ แล้วลาเธอกับเจ้าชายน้อยยูตะวัย 3 เดือนออกมา ขึ้นรถไฟจากสถานีโคริยามะสู่สถานีโอซากา ต่อโอซากาลูปไลน์ไปยังสถานีเทนโนจิ แล้วเดินไปเช็กอินที่ Park Inn รวมเวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

                ห้องพักที่ผมได้จองไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเป็นแบบห้องเดี่ยว แต่ใช้ห้องน้ำรวม ตกคืนละประมาณ 500 บาทเท่านั้น ถูกกว่า Hotel Raizan ที่อยู่ตรงข้ามกัน ซึ่งเราเคยพัก 300-400 บาท แต่ที่พักใหม่ของเราไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบ Hotel Raizan และห้องน้ำไม่สะอาดเท่า แต่เห็นว่าพรุ่งนี้เช็กเอาต์ตั้งแต่เช้าตรู่คงไม่เป็นไร

มุมพักผ่อนในปราสาทโคริยามะ

                ผมลงไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำรวมที่มีลักษณะแบบ “เซนโต” ซึ่งเป็นการใช้น้ำประปา ไม่ใช่น้ำจากธรรมชาติแบบ “ออนเซ็น” โดยห้องอาบน้ำนี้ไม่ได้แยกชาย-หญิง แต่ได้แบ่งช่วงเวลาการใช้ไว้ จำได้คร่าวๆ ว่าเวลาเย็นๆ จนถึงค่ำเป็นช่วงเวลาของผู้ชาย และหลังจากนั้นเป็นช่วงเวลาของผู้หญิง

                เพื่อนร่วมทางของผมเลือกที่จะเอนหลังพักผ่อนอยู่ในห้องของเขา เนื่องจากเขามีรอยสักบริเวณแขน เกรงว่าจะไม่สุภาพต่อสายตาผู้พบเห็น เกินครึ่งของห้องอาบน้ำรวมในญี่ปุ่นยังไม่อนุญาตให้คนที่มีรอยสักใช้บริการเพื่อกันสมาชิกแก๊งยากูซ่าออกไป แม้ว่าในปัจจุบันประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ จะอนุโลมแล้วก็ตาม และห้องอาบน้ำตามโรงแรมที่พักก็น่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ บางทีเพื่อนร่วมทางของผมยกกฎเกณฑ์รอยสักมาอ้างก็เพื่อที่จะไม่อาบน้ำมากกว่า

                ตอนผมเข้าไปใช้บริการมีแขกอยู่คนหนึ่งซึ่งกำลังจะอาบเสร็จพอดี ผมล้างตัวแล้วลงไปแช่ก็สะดุ้งโหยงเหมือนโดนน้ำร้อนลวก น้ำในอ่างร้อนกว่าปกติอยู่มากโข พยายามอยู่พักใหญ่ก็แช่ได้แค่ช่วงขา ไม่สามารถลงไปทั้งตัวได้ ขึ้นจากอ่างก็ยังรู้สึกร้อนที่ขาเหมือนจะพอง หันไปเห็นก๊อกน้ำร้อนไหลลงอ่างอยู่ก๊อกเดียว ก๊อกน้ำเย็นปิดอยู่ จึงถึงบางอ้อว่าเหตุใดอุณหภูมิจึงเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ประมาณ 38-42 องศาไปมาก ผมปิดก๊อกร้อนแล้วเปิดเฉพาะก๊อกเย็นอยู่นานก็ไม่ได้ทำให้น้ำเย็นลงสักเท่าไหร่ ตัดสินใจอาบจากฝักบัวแล้วกลับขึ้นห้องพัก

ทางเดินออกจากเขตปราสาทโคริยามะ

                เพื่อนร่วมทางของผมเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาแจ้งว่า “ไปกินอาหารไทยกันเถอะ” ผมใคร่รู้อยู่สอง-สามวันแล้วว่าเขาจะอยู่โดยไม่มีอาหารไทยตกถึงท้องได้กี่วัน เขาบอกว่า “เลี้ยงเอง” เพราะรู้ว่าผมอยู่ได้ทั้งปีโดยไม่พึ่งอาหารไทยเลยก็ยังได้

                เขาหาข้อมูลร้านอาหารไทยในโอซากาไว้แล้วระหว่างที่ผมลงไปผจญกับน้ำร้อน ร้านที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยแนะนำในสังคมออนไลน์ชื่อว่า “Tai Thai” ตั้งอยู่ในย่านนัมบะ เรานั่งรถไฟใต้ดินไปโผล่ที่สถานีนัมบะแล้วเดินอีกครึ่งกิโลเมตรก็ถึง หน้าร้านมีป้ายไฟรูปธงชาติไทยที่มีช้างสีขาวในวงกลมสีแดง ผสมระหว่างธงชาติในอดีตและปัจจุบัน ภายในร้านขนาดกะทัดรัดตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักลายไทยและสิ่งของประดับที่นำไปจากเมืองไทย

                สตรีญี่ปุ่นพูดภาษาไทยได้ อายุประมาณ 50 ปี ทำหน้าที่เดินโต๊ะ ส่วนพ่อครัวและผู้จัดการเป็นคนไทย จึงเป็นไปได้ว่าสตรีชาวญี่ปุ่นท่านนี้อาจจะเป็นคนรักของชาวไทยคนใดคนหนึ่ง โต๊ะข้างเราเป็นชาวญี่ปุ่น 2 คน สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ตอนนี้กินใกล้จะเสร็จแล้วจึงเน้นคุยและดื่มเบียร์ (จนกระทั่งเราเช็กบิลออกไปแล้วเธอทั้ง 2 ก็ยังดื่มและคุยกันอยู่) 

                เพื่อนร่วมทางของผมสั่งข้าวกระเพราะไก่ไข่ดาว ผมดูเมนูแล้วไม่รู้สึกอยากกินอะไรเป็นพิเศษ สั่งข้าวผัดกุ้งและไข่ดาว ราคาอาหารตกจานละ 1,200 เยน เบียร์ไทยยี่ห้อดังทั้ง 2 ก็มีในเมนู แต่เราเลือกสั่งเบียร์สดญี่ปุ่นมาดื่ม ราคาแก้วละ 480 เยน ผมกินข้าวผัดหมดไม่เหลือ แม้จะเอ่ยไว้ก่อนว่ายังไม่คิดถึงอาหารไทย ส่วนเพื่อนร่วมทางของผมคงเอกลักษณ์ไว้เช่นเดิม ถึงจะบ่นว่าร่างกายต้องการอาหารไทย ก็ยังกินเหลือเกือบ 1 ใน 3 ของจาน

                ผู้จัดการเข้ามาพูดคุยกับเรา แกให้บริการที่พักแบบ Airbnb จำนวน 5 แห่งในโอซากา  นับรวมห้องที่อยู่ข้างบนร้านอาหารด้วย ราคาคืนละ 5,000 เยน ระหว่างที่เราคุยกันอยู่ก็มีหนุ่มไทยที่พักอยู่ข้างบนเดินเข้ามาสั่งอาหารขึ้นไปกินในห้อง

                ออกจากร้านอาหารไทยแล้วเราก็เดินหาบาร์ในย่านใกล้เคียง เพื่อนร่วมทางของผมไม่ถูกใจสักร้าน และอากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจลงรถไฟใต้ดินกลับ โผล่ขึ้นมาเดินผ่านร้าน Traveler’s Bar – Osaka Tacos (โอซากาทาโก) ที่ผมเคยด้อมๆ มองๆ เมื่อห้า-หกวันก่อน หน้าประตูร้านในส่วนที่ไม่ใช่บานกระจก อนุญาตให้เขียนอะไรลงไปก็ได้ (เช่นเดียวกับภายในร้าน) หนึ่งในนั้นมีภาษาไทยเขียนไว้ว่า “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป”  

ถนน Sanjo Dori ในตัวเมืองนารา

                ร้านนี้มีลักษณะหน้าแคบ แต่ข้างในลึก เคาน์เตอร์บาร์ตั้งตามยาวร้าน ด้านหลังมีโต๊ะสำหรับนั่งเป็นกลุ่มอยู่สอง-สามตัว เปิดประตูเข้าไปก็ได้รับการกล่าวต้อนรับอย่างเป็นมิตร เจ้าของร้านชื่อ “โชตะ” อัธยาศัยดีมาก พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว เขาเข้ามาดูแลร้านสัปดาห์ละไม่กี่วัน มีบาร์เทนเดอร์เป็นชาวฝรั่งเศสชื่อ “อาร์โนลด์” เวลากลางวันเข้าคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่น เขายังหนุ่มอยู่มาก แต่เดินทางและทำงานไปพร้อมกันมาหลายประเทศแล้ว พูดออกมาประโยคหนึ่งว่า “ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้จักตัวเองมากขึ้นเท่านั้น”

                ผมเริ่มด้วยเบียร์สดกิริน แล้วสั่ง House Whisky หรือวิสกี้โปรโมชั่นประจำค่ำคืน คือ Nikka Black Special ราคาแก้วละ 500 เยนเท่านั้น ย่านนี้เป็นย่านที่พักราคาถูกสำหรับแบ็กแพ็กเกอร์ เครื่องดื่มตามบาร์ก็เลยราคาไม่แพงตามไปด้วย จากนั้นลอง Fuji-sanroku วิสกี้ 50 ดีกรีของบริษัทกิริน เมื่อจิบได้ครู่หนึ่งก็รู้สึกได้ถึงไอร้อนพุ่งออกจากรูหู ดับความหนาวได้ชะงัด ช่วงท้ายๆ ต้องลดระดับลงมาที่ไฮบอล หรือวิสกี้ผสมโซดา ส่วนเพื่อนร่วมทางของผมไม่กล้าออกนอกลู่เกินเบียร์และไฮบอล

                ลูกค้าที่นั่งข้างผมชื่อ “ยูซากุ” อายุประมาณ 30 ปี มาจากจังหวัดโทกุชิมะบนเกาะชิโกกุ บอกว่าชีวิตบนเกาะชิโกกุไร้สีสัน มีแต่ผู้สูงอายุ ตัดสินนั่งรถบัส 4 ชั่วโมง เพื่อมาหางานทำในโอซากา เขาเคยไปเมืองไทยหลายครั้ง เวลาเข้าร้านอาหารจะสั่งต้มยำกุ้งกินกับเบียร์ทุกมื้อ

                คุยๆ อยู่เขาก็สั่งนาโชส์มาเป็นกับแกล้มกินกับไฮบอล ชวนให้เรากินด้วย ผมหยิบมาชิ้นหนึ่ง แล้วเขาก็โชว์มิวสิกวิดีโอเพลงไทยแนวลูกทุ่งอินดี้ให้ดูจากโทรศัพท์มือถือ ผมไม่รู้จักเพลงพวกนั้นเลย ส่วนเพื่อนร่วมทางของผมรู้จักบางเพลง   

                อาร์โนลด์ต้องกลับที่พักตอนประมาณเที่ยงคืนเพื่อให้ทันรถไฟเที่ยวสุดท้าย ชายผิวดำกล้ามใหญ่เดินเข้าร้านสวนมา มีโอกาสได้คุยกันจึงทราบว่าเขาเป็นทหารเรืออเมริกันที่ประจำการในญี่ปุ่น ชอบคาราเต้มาตั้งแต่เด็ก เขาพูดกับผมเป็นภาษาญี่ปุ่นในตอนแรก พอบอกว่าผมเป็นคนไทยเขาก็พูดถึง “มวยโบราณ” ขึ้นมา และว่าเพื่อนทหารของเขาก็ฝึกอยู่

                โชตะที่อยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์เดินเข้ามาคุยกับเราเป็นระยะ คงเห็นว่าผมสนใจวิสกี้ของญี่ปุ่น จึงให้ข้อมูลร้านจำหน่ายวิสกี้ใกล้ๆ ย่านอุเมดะ เขาซื้อที่นั่นบ่อย มีวิสกี้หลากหลายยี่ห้อและที่หายากๆ ก็จะหาเจอที่ร้านนี้ ผมสารภาพว่าคงไม่มีเวลา เขาก็ยังอุตส่าห์แนะนำว่าระหว่างเส้นทางที่เราจะไปเกียวโตในวันพรุ่งนี้มีโรงกลั่นวิสกี้ Yamazaki ของบริษัทซันตอรี่ตั้งอยู่ มีโปรแกรมทัวร์สำหรับชมและชิมด้วย สถานีรถไฟที่ใกล้โรงกลั่นที่สุดก็ชื่อ Yamazaki

                ผมขอบคุณในคำแนะนำที่จริงใจและจริงจัง บอกเขาว่าอาจจะแวะไป แม้ในใจทราบดีว่ารอบนี้ไม่มีเวลา.

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.