สิ้นรัฐบุรุษ2แผ่นดิน ‘ในหลวง’ทรงทราบโทมนัสยิ่งให้พระราชสำนักไว้ทุกข์21วัน


เพิ่มเพื่อน    

 สำนักพระราชวังออกประกาศเรื่อง พล.อ.เปรมถึงแก่อสัญกรรม สิริอายุ 99 ปี “ในหลวง”ทรงโทมนัสยิ่ง พระราชทานโกศกุดั่นน้อย โปรดเกล้าฯ ให้กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ไปพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ บำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน และให้ไว้ทุกข์ในพระราชสำนักเป็นเวลา 21 วัน 

    เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ สำนักพระราชวังได้ออกประกาศเรื่อง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่อสัญกรรม ระบุว่า เลขาธิการพระราชวังรับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ตามที่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้ถึงแก่อสัญกรรมเนื่องจากระบบหัวใจล้มเหลว ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 เวลา 9 นาฬิกา 9 นาที สิริอายุ 99 ปีนั้น 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยความโทมนัสยิ่ง ด้วยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณด้วยความวิริยอุตสาหะและจงรักภักดี มาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก นายกรัฐมนตรี องคมนตรี รัฐบุรุษ และประธานองคมนตรี ทั้งได้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และประธานองคมนตรี ในรัชกาลปัจจุบัน เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยได้สนิท นับเป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่แผ่นดินเป็นอเนกประการ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโกศกุดั่นน้อย ฉัตรเครื่อง ตั้งประดับ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่กลองชนะประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และทรงรับศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมเวลากลางคืน กำหนด 7 คืน (ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม 2562 ถึงวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562)
วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 18 นาฬิกา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเชิญพวงมาลาหลวง วางที่หน้าโกศศพ ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม 
วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทาน ในวาระครบ 7 วัน 
และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญพระราชกุศล ดังนี้ 15 วัน (วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน 2562), 50 วัน (วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2562) และ 100 วัน (วันอังคารที่ 3 กันยายน 2562) ส่วนกำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพ จะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป
ราชสำนักไว้ทุกข์ 21 วัน
ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไว้ทุกข์ในพระราชสำนักเป็นเวลา 21 วัน นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 ถึงวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562 เว้นวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562 จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
    ทั้งนี้ มีรายงานว่า เมื่อเวลา 05.00 น. พล.อ.เปรมได้ป่วยหมดสติอยู่ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ คนในบ้านจึงได้แจ้งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ก่อนที่จะส่งรถพยาบาลพร้อมแพทย์และพยาบาลมายังบ้านพัก เมื่อมาถึงได้ทำการปฐมพยาบาลและปั๊มหัวใจ ใส่เครื่องช่วยหายใจ ก่อนนำขึ้นรถพยาบาลไปยังโรงพยาบาลทันที เมื่อมาถึงโรงพยาบาล รีบนำเข้าห้อง CCU (ห้องผู้ป่วยวิกฤติหัวใจ) ชั้น 3 อาคารสมเด็จย่า ก่อนระดมทีมแพทย์ทำซีพีอาร์ (ปั๊มหัวใจ) อยู่ประมาณ 3 ชั่วโมง ร่างกายไม่ตอบสนอง ก่อนที่ พล.อ.เปรมจะถึงแก่อสัญกรรม
     ทั้งนี้ ช่วงหัวค่ำวันที่ 25 พ.ค. พล.อ.เปรมได้พูดคุยกับนายทหารคนสนิท และได้สั่งการเรื่องงานต่างๆ ซึ่งไม่มีท่าทีจะป่วยแต่อย่างใด ก่อนที่จะเข้าไปนอนพักผ่อน และในเวลา 05.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ พล.อ.เปรมตื่น ทางทหารที่อยู่ที่บ้านได้เข้าไปดู ก็พบว่ายังนอนอยู่  ดูแล้วว่าผิดสังเกตจึงได้เรียก พล.อ.เปรม ก็ไม่ตื่น จึงได้เรียกแพทย์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามาดูอาการดังกล่าวก่อนนำส่ง รพ.
    สำหรับก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าว พล.อ.เปรมล้มป่วยและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามาโดยตลอด ก่อนที่ พล.อ.เปรมปรากฏตัวเดินทางมาเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนสุโขทัย เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2562 โดย พล.อ.เปรมนั่งเก้าอี้วีลแชร์ พร้อมด้วยสายออกซิเจน จากนั้นวันที่ 10 เม.ย. ได้เปิดบ้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี และผู้นำเหล่าทัพ เข้าขอพรและรับพรเนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ ซึ่ง พล.อ.เปรม มีสีหน้าสดใส ยิ้มแย้ม อารมณ์ดี พร้อมทั้งพูดติดตลกกับผู้สื่อข่าวที่อวยพรให้มีอายุถึง 120 ปี ว่าถ้าอยู่ถึงคงต้องคลานแทนเดิน อย่างไรก็ตาม พล.อ.เปรมปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 ในช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
    สำหรับประวัติ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เกิดวันที่ 26 สิงหาคม 2463 ที่ ต.บ่อยาง อ.เมืองฯ จ.สงขลา เป็นบุตรของรองอำมาตย์โทหลวงวินิจทัณฑกรรม (บึ้ง ติณสูลานนท์) และนางวินิจทัณฑกรรม (ออด ติณสูลานนท์) เป็นบุตรคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน ชื่อ "เปรม" นั้น พระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรโณ) เป็นผู้ตั้งให้ ส่วนนามสกุล "ติณสูลานนท์" รัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานให้ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2462  
    สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ในหมายเลขประจำตัว 167 และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เมื่อปี 2480 จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเทคนิคทหารบก รุ่นที่ 5 สังกัดเหล่าทหารม้า (โรงเรียนนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2477 ต่อมาคือโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า)
    เริ่มรับราชการเป็นผู้บังคับหมวด ประจำกรมรถรบ เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2484 ปฏิบัติหน้าที่ ณ สมรภูมิรบปอยเปต ประเทศเขมร ในกรณีพิพาทในอินโดจีนระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฝรั่งเศส และได้รับแต่งตั้งให้เป็นว่าที่ร้อยตรี (รับกระบี่ในสนามรบ) เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2484 กระทั่ง พ.ศ.2521 เป็นผู้บัญชาการทหารบก จนเกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2523 และคณะรัฐมนตรีได้มีมติต่ออายุราชการอีก 1 ปี  
    เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2523 รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 16 ของประเทศไทย โดยได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.2523 จนถึงวันที่ 4 ส.ค. 2531 รวมทั้งสิ้น 3 สมัย มีคณะรัฐมนตรีทั้งหมด 5 ชุด รวมเวลาทั้งสิ้น 8 ปี 5 เดือน 
    เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2531 รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2531 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศยกย่อง พล.อ.เปรม ไว้ในฐานะรัฐบุรุษ และเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2541 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นประธานองคมนตรี ในสมัยรัชกาลที่ 9 จนถึงวันที่ 13 ต.ค.2559 จากนั้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.-1 ธ.ค.2559 และดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรีในสมัยรัชกาลที่ 10 ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.2559 
ทุกวงการอาลัย"ป๋าเปรม"
    ที่บริเวณด้านหน้าอาคารสมเด็จย่า 90 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เวลา 12.15 น. พระธรรมกวี  เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาชวรวิหาร ได้เดินทางขึ้นไปเคารพร่าง พล.อ.เปรม จากนั้น พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ได้เดินทางมาพร้อมเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที 
    ขณะที่บรรยากาศที่โรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย มีประชาชนที่รักและเคารพ พล.อ.เปรม เดินทางมารอติดตามข่าวเพื่อแสดงความอาลัย พล.อ.เปรมด้วย ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท
    พล.อ.อู้ด เบื้องบน อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม เปิดเผยว่า สิ่งที่ท่านได้ทำไว้ถือว่าเป็นประโยชน์และคุโณปการต่อแผ่นดินอย่างมาก เป็นแบบอย่างในหลายเรื่อง เช่น การเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดี ยึดมั่นการปฏิบัติเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน ที่สำคัญคือไม่ทุจริตคอร์รัปชัน ฉ้อราษฎร์บังหลวง
    ทั้งนี้ เคยดำรงตำแหน่งนายทหารคนสนิทเมื่อปี 2514 ได้เห็น พล.อ.เปรมผ่านเหตุการณ์วิกฤติหลายอย่างที่ต้องตัดสินใจ บุคลิกตั้งแต่ท่านดำรงตำแหน่งในกองทัพจนมาเป็นนายกฯ ทุกคนจะทราบดีว่าเป็นคนเงียบ แต่เด็ดขาด 
    "สิ่งที่ท่านทำมีมากมาย เรียกได้ว่าท่านเปรียบเสมือนพ่อคนที่สอง ให้คำสอนคำเตือนทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของการมีสติ คิดพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ ซึ่งท่านสามารถผ่านวิกฤติการเมือง เหตุการณ์ปองร้ายมาได้ จนเป็นรัฐบุรุษ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ใครจะเป็นแบบป๋าได้อีก" พล.อ.อู้ดระบุ
    ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายชัย ชิดชอบ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมชั่วคราว หลังจากเสร็จสิ้นการเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 แล้ว นายชัยได้ขอให้สมาชิกยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการอสัญกรรมของ พล.อ.เปรม 
    พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ พล.อ.เปรม โดยย้ำว่าเป็นปูชนียบุคคลสำคัญที่สร้างคุณูปการให้กับประเทศชาติตลอดช่วงชีวิตของท่าน
เชิดชู"คนดีแห่งแผ่นดิน"
    "นายกฯ ย้ำว่า ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเป็นคนดีแห่งแผ่นดิน เป็นต้นแบบของคนไทยที่รักชาติบ้านเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม รวมทั้งยังมีบุคลิกภาพด้านอื่น ๆ ที่คนรุ่นหลังควรศึกษาเรียนรู้ และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต" รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
    นายชวน หลีกภัย ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รู้สึกเศร้าสลดใจและมีความอาลัยอย่างยิ่งต่อการเสียชีวิตของ พล.อ.เปรม เพราะได้เคยทำงานร่วมกับท่านสมัยที่เป็นรัฐมนตรีและเป็นประธานสภาฯ  และนับถือเป็นการส่วนตัว ในปี 2561 ได้มีโอกาสไปกราบท่านมา โดยได้เห็นการทำงานของท่านที่มีความตั้งใจและความซื่อสัตย์สุจริต ถือเป็นแบบอย่างที่หลายคนยังคงนำมาพูดถึงทุกวันนี้ และคงจะพูดถึงตลอดไป ทั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งในครั้งนี้
    พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า นับเป็นการสูญเสียผู้ใหญ่อันเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงของประเทศไทย และกองทัพไทย ซึ่ง พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และกำลังพลของกองทัพไทยทุกนาย ขอร่วมแสดงความอาลัยและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พล.อ.เปรมนับเป็นบุคคลที่ควรแก่การเคารพ ยกย่อง สรรเสริญ จากคุณงามความดีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจริยธรรมและความมีคุณธรรม ได้สร้างคุณูปการที่น่าจดจำให้แก่ประเทศชาติอย่างมาก สำหรับกองทัพไทย พล.อ.เปรมถือเป็นบุคคลต้นแบบที่กำลังพลของกองทัพไทยทุกนายให้ความเคารพ ยกย่อง และยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้งเสมอมา 
    เพจเฟซบุ๊กของสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีเนื้อหาว่า ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างสูงต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ พล.อ.เปรม ซึ่งได้อุทิศตนเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประเทศไทยมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ ผลงานตลอดช่วงชีวิตของท่านช่วยสร้างไทยสมัยใหม่ขึ้นมาจนเป็นที่ประจักษ์จนถึงทุกวันนี้
    เว็บไซต์สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์อาลัย โดยนายปีเตอร์ เฮย์มอนด์ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ระบุตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของ พล.อ.เปรม เราระลึกถึงการปฏิบัติหน้าที่ของท่านโดยเสียสละเพื่อประชาชนชาวไทย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ท่านดำรงตำแหน่งต่างๆ มากมาย โดยส่วนตัวแล้ว มีความทรงจำที่ดีเมื่อครั้งที่ได้ร่วมวงสนทนากับท่านและเอกอัครราชทูตสหรัฐเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่ พล.อ.เปรมมีต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศของเราทั้งสอง จะดำรงอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป
        ที่หน้าพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ เลขที่ 1 ถนนจะนะ เขตเทศบาลเมืองสงขลา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ พล.อ.เปรม ประชาชนชาวสงขลาประมาณ 100 คน นำโดย นายสมศักดิ์ ตันติเสรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ได้ยืนไว้อาลัยเป็นเวลา 3 นาที เพื่อรำลึกถึง พล.อ.เปรม ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเศร้าและอาลัย
    ต่อมา นักเรียนจากโรงเรียนเลิศคณิต ประมาณ 200 คน ได้ถือธงชาติไทยและรูปของป๋าเปรมไว้เหนือหัว และร่วมกันร้องเพลงความฝันอันสูงสุด เพื่อแสดงความอาลัยและเชิดชูเกียรติแด่ป๋าเปรม. 


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"