คนไทยเบี้ยวจ่ายใบสั่ง ดีเดย์ตัดแต้มไม่เกิน19 ธ.ค.นี้


   

29 พ.ค.62-พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรจแห่งชาติ เปิดเผยว่าสาเหตุที่สำคัญของปัญหาอุบัติเหตุในประเทศไทย คือผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร จากตัวเลขสติถิผู้เสียชีวิตตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงวันที่ 28 พ.ค.นี้ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งหมด 6,954 ราย และผู้บาดเจ็บทั้งหมดราว 412,000 ราย หรือมีค่าเฉลี่ย 1,400 ราย/เดือนและ 80,000 ราย/เดือนตามลำดับ สอดคล้องกับสถิติผู้ทำผิดกฎหมายจราจรที่มีปริมาณมากขึ้นถึง 100% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงมีสถิติการกระทำผิดซ้ำมากถึง 20% ตลอดจนมีประชาชนที่ค้างใบสั่งไม่ยอมจ่ายค่าปรับตามระบบมากกว่า 85% ของการออกใบสั่งทั้งหมด


พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่าตัวเลขสถิติการออกใบสั่งย้อนหลังราย 3 ปีในปี 2560 มีการออกใบสั่งทั้งหมด 5.2 ล้านใบ พบว่ามีผู้กระทำผิดกฎหมายซ้ำ 1.2 ล้านรายหรือคิดเป็น 20% ของทั้งหมด
ในปี 2561 มีการออกใบสั่งทั้งหมด 11 ล้านใบ คิดเป็นการขยายตัวมากกว่า 1 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้มาชำระเพียง 1.3 ล้านใบ และมีใบสั่งตกค้างในระบบราว 9.7 ล้านใบคิดเป็นมากกว่า 85% ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 พบว่า  มีการออกใบสั่งทั้งหมด 7 ล้านใบและมีใบสั่งที่ยังไม่ถูกชำระค้างอยู่ในระบบมากถึง 5.9 ล้านใบคิดเป็น 84% ของทั้งหมด ส่วนเงินค่าปรับจากใบสั่งที่อยู่ในระบบนั้นเฉลี่ย 500 บาทต่อใบหรือคิดเป็น 5,500 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบว่าตนเองค้างใบสั่งอยู่หรือไม่ได้ที่ www.ptm.police.co.th และแอพพลิเคชั่น policeserveyou ในอนาคต รวมถึงแอพพลิเคชั่น policeiloveyou

"ตำรวจขอวิงวอนให้ประชาชนเคารพกฎหมาย ชำระค่าปรับ ตลอดจนมีวินัยในการขับขี่เพราะเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปกป้องทุกชีวิตบนท้องถนน"

พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่าส่วนเรื่องการตัดแต้มใบขับขี่ตามกฎหมายใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ภายใน 19 ธ.ค. 2562 นี้ ตามเงื่อนไขของกฎหมายใหม่ที่กำหนดขอบเขตไว้ ขณะนี้ยืนยันว่าผู้กระทำผิดกฎจราจรจะถูกตัดแต้มและบันทึกลงใบขับขี่ หลังจากนี้จะไปศึกษาโมเดลจากหลายประเทศ เพื่อกำหนดแต้มว่าจะมีเท่าไหร่ เช่น กำหนดแต้ม 12 แต้ม หากโดนตัดแต้มบางส่วนจะต้องโดนส่งไปอบรมวินัยจราจรกับกรมขนส่งทางบก(ขบ.) และหากโดนตัดแต้มทั้งหมดจะต้องถูกพักใช้หรือยึดไปขับขี่ รวมถึงเพิกถอนใบขับขี่หากมีการทำผิดซ้ำ

รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าจากการที่ฝั่งตำรวจได้เคยศึกษามาพบว่าแนวทางที่เหมาะสมคือ 12 แต้ม หากประชาชนถูกตัดคะแนนหมดทั้ง12แต้มจะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่90 วัน และหากถูกพักใบอนุญาตขับขี่ติดต่อกัน3 ครั้งครั้งที่ 3จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่1 ปี และเมื่อครบกำหนดแล้วกลับมาใช้ใบอนุญาตขับขี่แต่ถูกตัดคะแนนหมด12แต้มอีกครั้งจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เป็นระยะเวลา3 ปี หลังจากนั้นจึงจะยื่นขอทำอนุญาตใบขับที่กับกรมการขนส่งได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามหากประชาชนกระทำความผิดแต่คะแนนยังไม่หมดภายใน 1ปีคะแนนจะกลับเข้าสู่ระบบใหม่แต่หากไม่ต้องการรอจนครบ1 ปีสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอเจ้ารับการอบรมกับทางโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับอนุญาตจากกรมขนส่งฯและนำคะแนนมายื่นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้แจ้งว่าถูกตัดคะแนน คะแนนก็จะกลับเข้าระบบตามเดิม

รายงานข่าวระบุว่าในปีที่ผ่านมาจากยอดรายได้จากใบสั่งของตำรวจทั้งหมด 5,500 ล้านบาท มีสัดส่วนการแบ่งค่าปรับรางวัลนำจับดังนี้ นำส่งท้องถิ่นและรัฐบาลหรือแผ่นดิน 55% คิดเป็น 3,025 ล้านบาท ขณะที่อีก 45% คิดเป็น 2,475 ล้านบาทนั้นตกเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แบ่งเป็น ตำรวจผู้จับ 1,485 ล้านบาท คิดเป็น 27% และทีมงานตำรวจผู้สนับสนุนอีก 990 ล้านบาท คิดเป็น 18% ของทั้งหมด ตำรวจราจรแต่ละคนจะได้รับเงินส่วนแบ่งค่าปรับได้คนละไม่เกิน10,000บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตามขณะนี้นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการให้ยกเลิกรางวัลนำจับดังกล่าวเพราะทำให้ตำรวจเสียภาพลักษณ์และถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมาก โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้ตอบแทนอื่นๆทดแทนได้ อาทิ คิดเป็นค่าล่วงเวลา เป็นต้น

ด้านนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้ให้ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดตั้งคณะทำงานร่วมพร้อมประชุมหารือกันอย่างใกล้ชิด โดยพัฒนาระบบในการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ เพื่อให้ทั้งสองหน่วยงานเชื่อมโยงข้อมูลและใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบกรกระทำความผิดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมในการให้บริการประชาชน ซึ่งการพัฒนาระบบดังกล่าวร่วมกันเป็นมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก มีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เน้นให้เคารพกฎจราจร ให้มีวินัยขับขี่ ไม่ต้องการให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนผู้ใช้รถทั่วไป สามารถดำเนินการชำระภาษีรถประจำปีได้ตามปกติ


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?