กำลังซื้อชะลอตัว-ส่งออกสะดุดฉุดเศรษฐกิจชุมชนทรุด   


   

“หอการค้า” ชี้ดัชนีเศรษฐกิจชุมชนเดือน เม.ย. 2562 ทรุดทุกรายการ หลังเจอพิษภัยแล้ง กำลังซื้อชะลอตัว ราคาน้ำมันพุ่ง ส่งออกดิ่งจากสงครามการค้าโลก และจำนวนนักท่องเที่ยววืดถ่วงหนัก

31 พ.ค. 62- นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีเศรษฐกิจชุมชน ประจำเดือนเม.ย. 2562 ว่า ดัชนีเศรษฐกิจชุมชนปรับตัวลดลงทุกรายการ ที่สำคัญดัชนีทุกรายการยังทรงตัวต่ำกว่าค่ากลางที่ 50 ต่อเนื่อง 3เดือนติดต่อกัน โดยดัชนีเศรษฐกิจชุมชนปัจจุบันลดลงมาเหลือ 48.3 ดัชนีอนาคตเหลือ 48.7 และดัชนีโดยรวมเหลือ 48.5

สำหรับปัจจัยด้านลบที่กระทบต่อดัชนีเศรษฐกิจชุมชน ได้แก่ รายได้ของเกษตรกรในเดือน เม.ย. 2562 ลดลง เพราะผลผลิตปรับลดจากสถานการณ์ภัยแล้ง  กำลังซื้อประชาชนชะลอตัว ราคาน้ำมันปรับขึ้น การส่งออกลดลงจากปัญหาสงครามการค้า และจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนปัจจัยบวก เช่น การใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์  มาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ ราคาสินค้าเกษตรบางตัวปรับตัวดีขึ้น 

ส่วนแนวโน้มดัชนีเศรษฐกิจชุมชนในอนาคต มีโอกาสปรับตัวลดลงได้อีก ตามสถานการณ์เศรษฐกิจ หากปัญหาสงครามการค้าโลกยังยืดเยื้อ การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปียังล่าช้า รวมถึงเกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง เนื่องจากธุรกิจชุมชนยังต้องผูกโยงเกี่ยวกับภาพเศรษฐกิจใหญ่ของประเทศอยู่ แต่ก็ยังถือว่าเศรษฐกิจชุมชนมีความผันผวนน้อยกว่าเศรษฐกิจตัวอื่น สำหรับสิ่งที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน  ประกอบด้วย การพัฒนาสินค้าชุมชนเพื่อให้มีช่องทางการตลาดมากขึ้น  ลดราคาต้นทุนวัตถุดิบ เพิ่มเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ กระตุ้นใช้จ่ายในประเทศ  ให้ความรู้ในการประกอบอาชีพ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ลดการเก็บภาษีซ้ำซ้อน และแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน 

ทั้งนี้ ข้อเสนอต่อธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ต้องการให้ช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขเข้าถึงแหล่งทุน แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ   ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ให้ธุรกิจมีสภาพคล่องมากขึ้น  ให้ความรู้ ทักษะการประกอบธุรกิจชุมชน  ให้คำแนะนำด้านการเงิน  พัฒนาศักยภาพธุรกิจ รวมถึงส่งเสริมช่องทางตลาด

ด้านนายวรมิตร ครุฑโต   รองกรรมการผู้จัดการ  เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า  ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายอนุมัติสินเชื่อ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อผลักดันธุรกิจชุมชนเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 3หมื่นราย  เกิดการเชื่อมโยงกับธุรกิจชุมชนกับธุรกิจภายนอก เช่น ท่องเที่ยง ขนส่ง สินค้าที่ระลึก ฯลฯ ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.45 แสนล้านบาท  โดยผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ทั้งผ่านสาขา และแอพพลิเคชัน SME D Bank

“ธนาคารจะเร่งยกระดับธุรกิจชุมชน ด้วยการเติมความรู้คู่เงินทุนต่อเนื่อง  เช่น อบรมความรู้การทำบัญชีให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น จัดอบรมพัฒนาบรรจุภัณฑ์  ส่งเสริมปรับปรุงบ้านพักเป็นบูติกโฮเทลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เสริมแกร่งปรับปรุงโชห่วย ขยายช่องทางตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ  ซึ่งเน้นนำสินค้าชุมชนมาขายผ่านออนไลน์ รวมถึง จัดงานแสดงสินค้าชุมชนเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเป็นช่องทางขายสินค้าให้แก่ธุรกิจชุมชน ปีนี้จัดมาแล้ว 5 ครั้ง มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่า 150 ราย สร้างรายได้กว่า 1.6 ล้านบาท” นายวรมิตร กล่าว

นอกจากนี้ยังมีการเติมทุนให้ธุรกิจชุมชนในกลุ่มต่างๆ  เช่น เกษตรแปรรูป   ท่องเที่ยวชุมชน และโชห่วย เพื่อนำไปลงทุน ขยาย ยกระดับธุรกิจ    ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน คิดดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนานถึงสูงสุด 7 ปี  บุคคลธรรมดา 3 ปีแรกเพียง 0.42%  และนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกเพียง 0.25% ต่อเดือน