"ศิริราช"ปลดชื่อ”ซีอุย”ออกจากพิพิธภัณฑ์ แต่ไม่นำร่างออกไป ยันเพราะเป็นวิทยาทานสร้างการเรียนรู้มาตลอด 60 ปี 


   

 

 

4มิ.ย.62- จากการที่โลกโซเชียลแชร์ประเด็นจากเว็บไซด์Change.org ภายใต้หัวข้อนำร่างซีอุย แซ่อึ้ง ออกจากพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช  ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า กรณีซีอุยเป็นสิ่งดีที่สังคมกลับมามองและหยิบยกประเด็นขึ้นมารพ.ศิริราช ไม่พิจารณาว่าคำตัดสินคำพิพากษาผิดหรือถูก  เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ60 ปีที่แล้ว  อย่างไรก็ตามศิริราชจะปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ขณะนี้ไม่มีคำว่า”มนุษย์กินคน” และไม่มีชื่อ-นามสกุลของซีอุยภายในพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์แล้วรวมถึงเตรียมพัฒนาพิพิธภัณฑ์ในส่วนจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับร่างของซีอุยรวมถึงร่างอีกจำนวน6 ร่างด้านหลังซึ่งเป็นร่างของผู้ที่ถูกประหารชีวิตจากคดีข่มขืนและคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นเพื่อลดประเด็นถกเถียงโดยจะจัดทำบอร์ดให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีซีอุย  พยานวัตถุสิ่งของที่เกี่ยวข้อง  เมื่อคนมาชมร่างและอ่านข้อมูลมาประกอบการพิจารณาจะเกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ตนคิดว่าพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ควรมีข้อมูลเหล่านี้ซึ่งรพ. ศิริราชกำลังดำเนินการต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

    ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่าหลังตัดสินประหารชีวิตรพ.ศิริราชขอร่างซีอุยมาศึกษาเป็นวิทยาทานเพื่อศึกษาว่าเกิดความผิดปกติของเนื้องอกในสมองนำมาสู่พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่  ซึ่งเป็นการศึกษาที่เกิดประโยชน์ในอนาคต  ศิริราชไม่ได้นำร่างมาโดยไม่ดูแลหรือไม่ได้เคารพทุกร่างเป็นอาจารย์เสมอ  วันที่5 ตุลาคมของทุกปีพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์จะจัดพิธีทำบุญให้กับซีอุยและทุกร่างรวมถึงเจ้าของอวัยวะทุกชิ้นที่เป็นสิ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์  เพื่อให้เจ้าของร่างได้รับบุญกุศล

    “ ข้อชวนคิดคุณซีอุยจากผู้ไม่มีญาติแต่ศิริราชดูแลร่างของคุณซีอุยอย่ามองว่าเรานำร่างมาให้คนดูอย่างเดียวคุณซีอุยคือวิทยาทาน    คนที่มาพิพิธภัณฑ์ได้เกิดการเรียนรู้“ ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดศิริราชไม่นำร่างซีอุยไปฌาปนกิจคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  ตอบว่าร่างหรือวัตถุเป็นข้อมูลอย่างหนึ่งหากตัดสินใจฌาปนกิจแล้วทำให้ข้อมูลหายไปเราจะสูญเสียสิ่งที่ไม่สามารถเรียกกลับมาได้อีกแต่ถ้าเรามองเป็นครูไม่ลบหลู่และครูเป็นผู้ให้ความรู้จะเติมเต็มการศึกษาด้านนี้ขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาให้เป็นโอกาสให้พิพิธภัณฑ์จัดการความรู้ได้ดีขึ้นยังยืนยันซีอุยมีบุญคุณต่อสังคมไทยไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตจริงหรือไม่ก็ตาม 

    ต่อข้อถามคนมองเหตุที่ศิริราชไม่ยอมนำร่างออกจากพิพิธภัณฑ์เพราะเป็นซีอุยเป็นพระเอก 

ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่าไม่อยากให้มองว่าใครเป็นพระเอกพิพิธภัณฑ์คือแหล่งเรียนรู้ร่างทุกร่างคือประโยชน์ต่อการเรียนรู้กว่า60 ปีคนนับพันนับหมื่นได้เรียนรู้จากร่างซีอุยมากอยากให้มองโลกในแง่บวก

    ภายหลังให้สัมภาษณ์กรณีซีอุยศ.นพ.ประสิทธิ์ได้นำภาพร่างซีอุยภายในพิพิธภัณฑ์ให้กลุ่มผู้สื่อข่าวได้ดูซึ่งไม่มีข้อความ”มนุษย์กินคน”และชื่อซีอุยแล้วโดยมีผู้สื่อข่าวบางคนขออนุญาติเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์แต่เนื่องจากวันจันทร์-อังคารพิพิธภัณฑ์ปิดทำการศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวเพียงว่าเมื่อการปรับปรุงส่วนจัดแสดงร่างซีอุยและร่างอื่นๆแล้วเสร็จจะเชิญผู้สื่อข่าวมาเยี่ยมชมอย่างแน่นอน