ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง! กองทัพมอบบ้านหลังใหม่ให้พลทหารยากจนในโครงการครอบครัวเดียวกัน


   

กองทัพภาคที่ 2 มอบบ้านหลังใหม่ในโครงการ “ครอบครัวเดียวกัน” ให้แก่พลทหาร จ.บุรีรัมย์ ที่ครอบครัวมีฐานะยากจน สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมล้อมรอบด้วยสังกะสี ไม่มีประตูหน้าต่าง เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่พลทหารที่เสียสละเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

6 มิ.ย.62 - พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ พลทหารสนติกรณ์ อุดมผุย อายุ 26 ปี ที่บ้านโคกใหม่ ต.แสลงพัน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ในโครงการ "ครอบครัวเดียวกัน" ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารบกที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการกำลังพลชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะพลทหารกองประจำการ ซึ่งเป็นหนึ่งในครอบครัวของกองทัพบก เพื่อให้ได้รับสิทธิสวัสดิการในการด้านความเป็นอยู่และพัฒนาคุณภาพชีวิต สมกับที่ได้เสียสละเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ตามคำกล่าวที่ว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

โดยพิธีมอบบ้านในครั้งนี้ได้มีนายอำเภอ ส่วนราชการ  ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้านในพื้นที่ตำบลแสลงพัน ร่วมในพิธีมอบบ้านและแสดงความยินดีกับพลทหารสันติกรณ์ และครอบครัวด้วย

สำหรับ พลทหารสันติกรณ์ อุดมผุย เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/62 กองร้อยสนับสนุนการช่วยรบ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี ได้มีโครงการ “ครอบครัวเดียวกัน”โดยให้หน่วยทหารในพื้นที่เข้าไปพบปะเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจครอบครัวทหารกองประจำการ ทุกเหล่าทัพ และสืบสภาพความเป็นอยู่ครอบครัวพลทหารที่ขาดโอกาส ขาดทุนทรัพย์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ซึ่งพบว่าครอบครัวของพลทหารสันติกรณ์ มีความเป็นอยู่ลำบาก บ้านอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม คับแคบ ไม่มีประตูหน้าต่าง จึงได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างบ้านหลังใหม่เป็นเงิน 100,000 บาท และประสานขอความร่วมมือจากภายในหน่วยทหาร ส่วนราชการและประชาชน ตลอดทั้งจัดชุดช่างร่วมกับจิตอาสาดำเนินการก่อสร้างจนมาตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.2562 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา


เริ่มหนาวแล้วและอาจได้หนาวถึงขั้วหัวใจกันทั่วหน้า หากยังมีความคิดจะโค่นรัฐธรรมนูญวันนี้เสียงเรียกร้องบอกว่า อยากจะแก้รัฐธรรมนูญ มาในแบบลับลวงพรางเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน
'ชมกันเองบ้างจะเป็นไรไป'