รวมดาวการเมือง เกิด-ดับ บน “โซเชียลมีเดีย”


เพิ่มเพื่อน    

       นับเป็นเรื่องบิ๊กเซอร์ไพรส์ สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวันมากนัก กับอันดับ 3 และคะแนนกว่า 6,000,000 คะแนน ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาของ "พรรคอนาคตใหม่" ที่นับเป็น “ปรากฏการณ์”  ครั้งหนึ่งในสายตาผู้คร่ำหวอดทางการเมืองได้เลยทีเดียว

                ขณะที่บรรดาคนรุ่นใหม่และผู้ที่ท่องโลกโซเชียลมีเดียเป็นนิจอยู่แล้วนั้น อาจไม่รู้สึกแปลกใจนัก ถึงกระแสความนิยมของพรรคที่มีสัญลักษณ์ “สามเหลี่ยมหัวกลับสีส้ม” แต่อาจมึนงงนิดหน่อยกับคะแนนมหาศาล ที่ทำให้กลายเป็นพรรคอันดับที่ 3 มีถึง 80 ที่นั่งในสภา ส่วนสำคัญนอกจากการลงพื้นที่หาเสียงของบรรดาผู้สมัครและแกนนำพรรคแล้ว ต้องยอมรับว่าพรรคอนาคตใหม่ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองทั้งหมดจากการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา

                อีกทางหนึ่ง โซเชียลมีเดียเปรียบเสมือนดาบสองคม สำหรับบรรดานักการเมืองที่มักจะเคลื่อนไหวผ่านช่องทางออนไลน์อยู่บ่อยๆ อาทิ นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กลุ่ม New Dem ที่เป็นก๊วนคนรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงบรรดาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ และคนอื่นๆ บางคนได้รับคำชมและเรียกคะแนนนิยมให้ตัวเองได้เพิ่มขึ้น บางคนก็โดนชาวโซเชียลเข้ามาด่าสาดเสียเทเสีย จนต้องปิดคอมเมนต์กันเลยทีเดียว มาย้อนดูกันว่า มีผู้สมัคร ส.ส. และ ส.ส.คนใดบ้างที่เกิดและดับ จากการใช้โซเชียลมีเดีย

                1.นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ หนึ่งในกลุ่ม ส.ส. 11 พรรคเล็ก (จิ๋ว) ที่มักมีไอเดียแปลกๆ มานำเสนอให้ประชาชนหัวเราะกันตลอด อย่างการลงโทษข้าราชการด้วยวิธีการเฆี่ยน ใครทุจริตคอร์รัปชันต้องโดนประหาร หรือจะแก้ปัญหานักเรียนตีกันด้วยการเบิ๊ดกะโหลก ก่อนส่งเข้าค่ายทหาร แล้วให้ไปลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อดัดสันดาน แต่ที่เป็นโมเมนต์พิเศษจริงๆ สำหรับเจ้าตัวคือ การโพสต์คลิปการพูดคุยกับประชาชนผ่านการไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก ที่เจ้าตัวพูดถึงวีรกรรมอันเกรียงไกรสมัยเรียน ตั้งแต่การยกพวกตีกับสถาบันอื่น การเป็นลูกพี่ใหญ่ ดำรงตำแหน่งประธานชมรมเพาะกาย ได้รับการนับหน้าถือตาจากรุ่นน้องร่วมสถาบันยิ่งใหญ่ประดุจคุมสถาบันที่เรียนอยู่เลยทีเดียว มีการกล่าวอ้างถึงวีรกรรม ตี รัน ฟัน แทง กรณีดังกล่าวส่งผลให้ตัวนายมงคลกิตติ์ได้รับความสนใจจากบรรดานักท่องโซเชียลอย่างมาก จนทำให้มีผู้ติดตามกว่า 50,000 คนเข้าไปแล้วตอนนี้ แน่นอนว่าเกินกว่า 80% ที่ติดตามนั้น เข้ามาด่าว่านายมงคลกิตติ์ให้เสียๆ หายๆ จากเรื่องเกินจริงที่เขาพูดนั่นเอง

                2.นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.หญิงจากพรรคพลังประชารัฐ ที่ทำให้คนทั้งประเทศรู้จัก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มากขึ้น เพราะเป็นบ้านเกิดของเธอ ผู้เป็นบุตรสาวของนายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.คมนาคม ได้จุดกระแสติดในระยะเวลาอันรวดเร็ว จากคลิปวิดีโอขณะเดินทางกลับจากงานศพ โดยเป็นการพูดเสียดสีขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะเจาะจง “คู่ชก” โดยตรง ผ่านคำด่าภาษาถิ่นของคนโพธาราม ตามที่เธอกล่าวอ้างว่า “อีช่อ” ซึ่งดันไปตรงกับ ชื่อเล่นว่า "ช่อ” นางสาวพรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และถึงแม้จะมีกระแสข่าวว่าทางผู้ใหญ่ในพรรคเรียกตัวไปพูดคุยแล้ว แต่ “เจ๊เอ๋” เองก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่จบ ยังคงโพสต์เหน็บแนมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เรื่องชุดของนางสาวพรรณิการ์ ที่กลายมาเป็นประเด็นจากกรณีที่คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ โพสต์ พร้อมระบุว่า “ตัวเองใส่แล้วสวยกว่าล้านเท่า เพราะมีคอ” ชงมาแบบนี้มีหรือว่าจะรอดพ้นจากกองกำลังโซเชียล เฟซบุ๊กของเธอโดนถล่มเสียยับเยิน จนต้องปิดคอมเมนต์ในที่สุด

                3.นายภูวพัฒน์ ชนะสกล ผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคเสรีรวมไทย รายนี้แม้จะไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงหาเสียง จากการหยิบยกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง และความสนใจของบรรดาวัยรุ่นในสังคม นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียง ที่เน้นไปด้วยอารมณ์ขัน และช่วยทำให้มีเสียงหัวเราะ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เข้มข้น แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ได้เป็น ส.ส. และจะได้คะแนนจากการเลือกตั้งไปไม่ตามเป้าหมาย แต่ผลจากความคิดสร้างสรรค์ดังกล่าว ก็ทำให้เพจของเขามีโฆษณาต่างๆ เข้ามา และกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างชื่อ และสร้างงานให้กับเจ้าตัวไปโดยปริยาย 

                4.นายทวีชัย วงศ์ไพโรจน์กุล ผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่ ที่ขอเข้ามาแจมความขัดแย้งระหว่าง “เจ๊ช่อ” กับ “เจ๊เอ๋” โดยการโพสต์ข้อความแซะนางสาวปารีณาว่า “เป็น ส.ส.หรือพระครับ วิ่งรอบออกงานศพขนาดนั้น #ส.ส.ตลาดล่าง" แต่อนิจจา เมื่อผลตอบรับไม่ได้เป็นตามที่คาด แม้ ส.ส.ฟากเดียวกันอย่างนายวัน อยู่บำรุง ของพรรคเพื่อไทย ยังออกมาโพสต์ข้อความว่า ตนเองก็เป็น ส.ส.ตลาดล่างเช่นเดียวกัน ร้อนถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคที่ต้องโร่ออกมาขอโทษถึงพฤติกรรมดังกล่าวเลยทีเดียว.

 


มีข่าวสารจากเยอรมัน สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานตรงกัน  รัฐบาลเยอรมันชี้แจงต่อกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรเยอรมันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา .......ยืนยันไม่พบการกระทำใดๆ ในลักษณะที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ 

'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก